เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2563 ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ ตัวแทนเครือข่ายสถานะบุคคล ซึ่งเป็นองค์กรภาคประชาสังคมจากจังหวัดต่างๆ รวม 42 องค์กร ได้เข้ายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อขอให้พิจารณานโยบายการสนับสนุนงบประมาณเงินอุดหนุนอาหารกลางวันและจัดซื้ออาหารเสริม (นม) สำหรับเด็กรหัส G หรือเด็กนักเรียนทีไม่มีชื่อปรากฏในทะเบียนราษฎร ซึ่งเรียนหนังสืออยู่ตามโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ ไม่น้อยกว่า 80,000 คน

นายสันติพงษ์ มูลฟอง ผู้จัดการมูลนิธิเครือข่ายสถานะบุคคล เปิดเผยว่าได้ยื่นหนังสือ โดยมีนายรัฐพล นราดิศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ มารับหนังสือ ทั้งนี้เด็กนักเรียนรหัส G ซึ่งเป็นเด็กนักเรียนที่ยังไม่มีเลขประจำตัว 13 หลักตามที่กำหนดการปกครองกำหนด โดยเด็กนักเรียนเหล่านี้อยู่ระหว่างรอกำหนดเลข ซึ่งจะต้องบันทึกในระบบทะเบียนราษฎรตามกฎหมายการทะเบียนราษฎร ในขณะที่ยังไม่มีเลข 13 หลัก กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้มีหนังสือถึงโรงเรียน อ้างว่าไม่สามารถอุดหนุนงบประมาณอาหารกลางวันและอาหารเสริมนมได้เพราะไม่ใช่ราษฎร แต่เครือข่ายมีความเป็นห่วงเรื่องคุณภาพชีวิต ภาวะโภชนาการ ซึ่งเด็กกลุ่มดังกล่าวหากไม่มีอาหารกลางวัน อาจทำให้ไม่ไปโรงเรียน ประกอบกับพ่อแม่ ไม่มีเงินค่าอาหารกลางวันให้ เพราะส่วนหนึ่งตกงานจากการได้รับผลกระทบจากโควิด-19 กลุ่มเด็กเหล่านี้ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางทางสังคม มีความเสี่ยงที่อาจต้องออกจากโรงเรียนกลางคัน เสี่ยงต่อการถูกบังคับใช้แรงงาน ซึ่งอาจตกเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์จะสร้างปัญหาสังคมอื่นตามมา

“เราขอให้นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่ากระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ พิจารณา ผ่อนผันให้เด็กนักเรียนกลุ่มที่มีเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วยอักษร G และเด็กนักเรียนกลุ่มอื่นตามที่สถานศึกษาได้รับเป็นเด็กนักเรียนประจำปีการศึกษา 2563 ให้ได้รับงบอุดหนุน อาหารกลางวันและจัดซื้ออาหารเสริม(นม) ไปก่อนจนกว่าจะมีการพิสูจน์ ตรวจสอบข้อมูลการทะเบียนราษฎร เพื่อกำหนดสถานะและเลขประจำตัว 13 หลัก และให้เร่งรัดการแก้ไขปัญหาสถานะบุคคลของนักเรียนที่มีเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วยอักษร G” นายสันติพงษ์ กล่าว

นายสันติพงษ์กล่าวว่า เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2563 กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นถึงเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อหารือการขอรับเงินอุดหนุนอาหารกลางวันและจัดซื้ออาหารเสริม (นม) กรณีเด็กรหัส G โดยได้ให้ความเห็นตามคณะกรรมการกฤษฎีกา คำว่า “ราษฎร” หมายถึงบุคคลที่อาศัยอยู่ในเขตเทศบาล โดยชอบด้วยกฎหมายและต้องมีหลักฐานการทะเบียนราษฎรตามพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ.2534 ซึ่งกลุ่มนักเรียนที่มีเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วยอักษร G เป็นการกำหนดโดยกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อรับรองการมีตัวตนเด็กนักเรียนของแต่ละสถานศึกษาโดยระบบ G-Code และบันทึกในระบบ DMC และดำเนินการส่งให้กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย พิจารณากำหนดสถานะและเลขประจำตัว 13 หลักต่อไป


ตามหลักอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ค.ศ.1989 ที่ประเทศไทยเป็นรัฐภาคี ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 และเจตนารมณ์ของกระทรวงศึกษาธิการที่จะต้องเปิดโอกาสแก่ทุกคนให้ได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึง มีมติคณะรัฐมนตรี 5 กรกฎาคม 2548 ว่าด้วย 1 เรื่องการขยายโอกาสทางการศึกษาแก่บุคคลที่ไม่มีหลักฐานการทะเบียนราษฎรหรือไม่มีสัญชาติไทย


2 การจัดสรรงบประมาณอุดหนุนเป็นค่าใช้จ่ายรายหัวให้แก่สถานศึกษา ที่จัดการศึกษาให้แก่กลุ่มบุคคลที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎรหรือไม่มีสัญชาติไทย ในอัตราเดียวกับค่าใช้จ่ายรายหัวที่จัดสรรให้แก่เด็กไทย 3 ให้กระทรวงมหาดไทยจัดทำหลักฐานข้อมูล (เลขประจำตัว 13 หลัก) เกี่ยวกับบุคคลที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎรหรือไม่มีสัญชาติไทย และ 4 ให้กระทรวงศึกษาธิการจัดการศึกษาในรูปแบบที่เหมาะสมแก่เด็กและเยาวชนที่หนีภัยจากการสู้รบ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและการอยู่ร่วมกันอย่างสมานฉันท์


กระทรวงศึกษาธิการได้มี การจัดทำระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยหลักฐานในการรับนักเรียน นักศึกษา เข้าเรียนในสถานศึกษา พ.ศ.2548 และประกาศกระทรวงศึกษาธิการเรื่อง การรับนักเรียน นักศึกษาที่ไม่มีข้อมูลทะเบียนราษฎรหรือไม่มีสัญชาติไทย เพื่อเป็นการจัดการศึกษาให้กับเด็กอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน และพัฒนาคุณภาพชีวิต ภาวะโภชนาการ โดยมีเด็กนักเรียนรหัส G ไม่ต่ำกว่า 80,000 คน แต่ละปีการศึกษาประกอบการเป็นการเยียวยาเด็ก ผู้ปกครอง ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่เชื้อโรคโคโรน่า ซึ่งอาจจะบีบบังคับให้เด็กอยากออกเรียนกลางคัน เพราะเกิดความไม่เท่าเทียมกันและสร้างปัญหาทางสังคมด้านอื่นตามมา

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.