ผ่านมา 10 ปีภายหลังจากเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2553 คณะรัฐมนตรี(ครม.)ในสมัยที่นายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และนายธีระ สลักเพชร เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม มีมติในแนวทางทางฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวเล 

    ในแนวโนบายฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวเลได้มีการวางมาตรการระยะสั้นและระยะยาว เช่น การสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย การทำโฉนดชุมชนเพื่อเป็นเขตสังคมและวัฒนธรรมพิเศษ การสร้างเขตผ่อนปรนให้ชาวเลสามารถประกอบอาชีพประมงได้ การแก้ปัญหาสัญชาติ การส่งเสริมภาษาและวัฒนธรรม การแก้ปัญหาอคติทางชาติพันธุ์ เป็นต้น

    ในรัฐบาลบางยุคการดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามมติครม.ดูจะลื่นไหลและคืบหน้าไปพอสมควร ถึงขนาดคนระดับรองนายกรัฐมนตรีเข้ามานั่งหัวโต๊ะในคณะกรรมการอำนวยการฯเอง  แต่ในหลายๆยุคกลับไม่ให้ความสำคัญกับมติดังกล่าวเลย ซึ่งทั้งหมดขึ้นอยู่กับนโยบายและผู้นำประเทศที่มีความเข้าใจและเข้าถึงแตกต่างกันไป

    จนถึงรัฐบาลปัจจุบัน แนวทางที่จะดำเนินไปตามมาตรการระยะสั้นและระยะยาวยังคงไม่ไปถึงไหน เอาแค่เรื่องการแก้ไขปัญหาที่ดินและที่อยู่อาศัย การทำเขตผ่อนปรนให้ชาวเลออกเรือจับสัตว์น้ำก็ยังไม่แล้วเสร็จ และดูเหมือนความจริงจังในการแก้ไขปัญหาจะยิ่งลดน้อยถอยลงเรื่อยๆ

    ปัจจุบันการดำเนินงานเพื่อขับเคลื่อนการฟื้นฟูวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเล ตามมติคณะรัฐมนตรี 2 มิถุนายน 2553 ยังคงดำเนินการต่อไป เนื่องจากยังไม่มีมติคณะรัฐมนตรีอื่นมายกเลิก โดยมีศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนการดำเนินงานร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งในหน่วยงานรัฐและองค์กรพัฒนาเอกชน ตลอดจนเครือข่ายชุมชนชาติพันธุ์ชาวเลในพื้นที่ต่างๆ ในลักษณะของการสนับสนุนงบประมาณการทำกิจกรรมฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวเลและเก็บรวบรวมข้อมูลสถานการณ์ปัญหาในด้านต่างๆ รวมถึงการร่วมกันขับเคลื่อนผลักดันให้เกิดร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและอนุรักษ์วิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ตามแผนปฏิรูปประเทศด้านสังคม ซึ่งเป็นเป้าหมายในเชิงโครงสร้างกฎหมายและนโยบายที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงและพัฒนาแนวทางการคุ้มครองและอนุรักษ์วิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ให้ปรากฏชัดขึ้น

    ข้อจำกัดและอุปสรรคสำคัญในการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวเลคือหน่วยงานรัฐไม่รู้และไม่เข้าใจสภาพบริบททางวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเล โดยเฉพาะประเด็นการประกาศพื้นที่อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ที่เป็นข้อห้ามและข้อจำกัดต่อการเข้าถึงแหล่งอาหารและที่อยู่อาศัย ส่งผลให้ชาวเลในพื้นที่ต่างๆ ไม่มีความมั่นคงในที่อยู่อาศัยและการทำมาหากิน ดังปรากฏผลกระทบที่เกิดขึ้นในชุมชนชาวมอแกนหมู่เกาะสุรินทร์ จ.พังงา ซึ่งหน่วยงานราชการมุ่งเน้นในเรื่องการสงเคราะห์ มากกว่าการสนับสนุนให้ชาวเลอยู่ได้อย่างยั่งยืนบนศักดิ์ศรีและคุณค่าของความเป็นมนุษย์

    การประกาศมติคณะรัฐมนตรียังไม่ได้นำไปสู่การปฏิบัติอย่างแท้จริง เป็นเพียงการประกาศในระดับนโยบาย แต่ในระดับพื้นที่ยังไม่มีการศึกษาเพื่อทำความเข้าใจแนวนโยบายเหล่านั้นอย่างจริงจัง เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติที่สอดคล้องกับสภาพปัญหาและบริบทของแต่ละพื้นที่ ส่งผลให้การขับเคลื่อนเกิดขึ้นในระดับนโยบายมากกว่าการปฏิบัติงานในพื้นที่ 

    หน่วยงานรัฐบางแห่งมักอ้างในเรื่องความขัดแย้งของกฎหมาย เพราะเห็นว่าสถานะของมติคณะรัฐมนตรีมีอำนาจน้อยกว่าพระราชบัญญัติที่ตนเองยึดถืออยู่ ทั้งๆที่ในหลายประเด็นสามารถอะลุ่มอล่วยและหาทางออกร่วมกันได้ เช่น ปัญหาการทับซ้อนกันของสิทธิการครอบครองที่ดินทำกินและอยู่อาศัย ปัญหาการทำมากินในเขตอุทยาน แต่เพราะความยึดมั่นถือมั่นในบทบาทและอำนาจของตัวเอง จึงทำให้สถานการณ์ของปัญหายังถูกดองไว้

    ในอนาคตกำลังจะมีการประกาศเขตวัฒนธรรมพิเศษชาวเลแห่งแรกขึ้น โดยหลายฝ่ายมองไว้ที่ชุมชนชาวเลหมู่เกาะสุรินทร์ ซึ่งชุมชนแห่งนี้เป็นพื้นที่ที่ชาวเลถูกทำลายฐานรากของชีวิตจนแทบเหี้ยน ดังนั้นคำประกาศอย่างไร ย่อมไม่สำคัญเท่ากับนิยามและการปฎิบัติ

    ในหลายประเทศผู้บริหารประเทศและประชาชนของเขาต้องเสียใจและออกมาขอโทษเนื่องจากคนรุ่นก่อนหรือบรรพบุรุษของพวกเขาได้ย่ำยีและทำลายชนพื้นเมือง เพียงเพราะเรืองอำนาจและคิดว่าตัวเองคือผู้ยิ่งใหญ่ ที่สำคัญในหลายสถานการณ์ปรากฎชัดว่า การใช้อำนาจเข้าไปยึดครองเช่นนั้น เป็นการทำลายมากกว่าดูแลรักษา

    อย่าให้สังคมไทยต้องเป็นเช่นนั้นเลย อย่าให้ลูกหลานในอนาคตไล่ล่าประวัติศาสตร์ของผู้ใหญ่ในปัจจุบัน

———————————– 

หมายเหตุ-วันที่ 2 มิถุนายน 2563 เวลา 10.00 -12.00 น. มีเวทีเสวนาออนไลน์ “มองย้อนสะท้อนบทเรียน 10 ปีมติ ครม.ฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวเล” เริ่มต้นด้วยการฟังเสียงชาวเลจากชุมชนทับตะวัน จ.พังงา ชุมชนเกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล และชุมชนราไวย์ จ.ภูเก็ต วิทยากรประกอบด้วย 1.ดร.นฤมล อรุโณทัย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2.นพ.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์. ผู้อำนวยการศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)3. “ครูแดง” เตือนใจ ดีเทศน์ อดีตคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 4.นายธีระ สลักเพชร อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม 5.นางปรีดา คงแป้น ผู้แทนมูลนิธิชุมชนไท 6.ครูแสงโสม หาญทะเล ชาวเลเกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล 7.น.ส.อรวรรณ หาญทะเล ชาวเลชุมชนทับตะวัน จ.พังงา

ดำเนินรายการโดย ฐปณีย์ เอียดศรีไชย สามารถติดตามการถ่ายทอดสดได้ทางเพจ The Reporters และ เพจนักข่าวพลเมือง ไทยพีบีเอส

————————–

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.