เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล นางสาวไครียะห์ ระหมันยะ (ลูกสาวทะเล)ได้เดินทางจาก อ.จะนะ จ.สงขลา เพื่อยื่นหนังสือให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยร้องเรียนว่า การทำงานของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ที่มีหน้าที่บริหารจัดการความขัดแย้งพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่กลับเข้ามาผลักดันโครงการอุตสาหกรรมจะนะจนเป็นตัวปัญหาสร้างความขัดแย้งเสียเองและเรียกร้องให้นายกฯยกเลิก มติคณะรัฐมนตรี (ครม.)ที่เกี่ยวข้องกับโครงการเมืองอุตสาหกรรมฯจะนะ

ทั้งนี้เนื้อหาจดหมายที่ลูกสาวแห่งทะเลจะนะส่งถึงนายกประยุทธ์ จันทร์โอชา ระบุว่า “จากจดหมายฉบับแรกที่หนูได้เขียนถึงปู่ประยุทธ์ บอกเล่าถึงเรื่องราววิถีชีวิต การอนุรักษ์ ปกป้องทะเลจะนะ ที่เป็นบ้านของหนูและครอบครัว และได้หล่อเลี้ยงพวกเราในชุมชนมาอย่างยาวนาน อีกทั้งทรัพยากรสัตว์น้ำที่เราหามาได้ ยังเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของคนจังหวัดสงขลาและจังหวัดใกล้เคียง จนเมื่อรัฐบาลปู่ประยุทธ์ได้มีมติ ครม. เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2562 อนุมัติโครงการจะนะเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต โดยจะใช้พื้นที่ 3 ตำบล คือตำบลนาทับ ตลิ่งชัน และสะกอม รวมเนื้อที่ทั้งหมด 16,753 ไร่ เปลี่ยนเมืองจะนะให้เป็นเมืองอุตสาหกรรม ซึ่งส่วนหนึ่งนั้นคือบ้าน ชุมชน และที่ทำกินของพ่อแม่หนู”

ในจดหมายระบุว่า ต้องบอกให้ปู่ประยุทธ์ได้ทราบด้วยว่า การทำงาน ศอ.บต. ที่มีหน้าที่บริหารจัดการความขัดแย้งพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่กลับเข้ามาผลักดันโครงการนี้จนเป็นตัวปัญหาสร้างความขัดแย้งเสียเอง เข้ามาทำหน้าที่ออกหน้าแทนกลุ่มทุนที่ต้องการเข้ามาสร้างนิคมอุตสาหกรรมในชุมชนของพวกเรา จนทำให้เกิดความแตกแยกของคนภายในชุมชนเพิ่มมากขึ้นทุกวัน โดยลืมแล้วไปว่าตนเองคือเจ้าหน้าที่รัฐที่ต้องทำงานแทนรัฐบาล และหนูยังเชื่อว่าการอนุมัติโครงการนี้ของรัฐบาลปู่ประยุทธ์ทั้งสองครั้งที่ผ่านมาเกิดขึ้นจากฐานข้อมูลที่ไม่ถูกต้องที่ศอ.บต.จัดทำขึ้น ซึ่งเห็นได้จากหลายเวทีที่ผ่านมาชาวบ้านไม่ได้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง แต่แค่ต้องการล่ารายชื่อผู้สนับสนุนโครงการเท่านั้น โดยไม่มีการให้ข้อมูลอันเป็นข้อเท็จจริงใดๆเลย ซึ่งรวมถึงความพยายามที่จะจัดเวทีเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2563 ที่ได้เลื่อนไป และจะมีการจัดเวทีดังกล่าวใหม่ ในวันที่ 11 กรกฎาคม 2563 เพื่อเปลี่ยนผังเมืองบ้านหนูซึ่งเป็นสีเขียวให้เป็นผังเมืองสีม่วงสำหรับการเป็นนิคมอุตสาหกรรม

“หนูอยากจะบอกให้ปู่ประยุทธ์ทราบอีกครั้งว่า บ้านและชุมชนของพวกหนูมีความสวยงาม และมีศักยภาพทางด้านอาหารมากพอที่จะหล่อเลี้ยงชาวอำเภอจะนะและคนในจังหวัดสงขลาให้อยู่ได้ท่ามกลางสถานการณ์ของโรคโควิด 19 ที่ยังระบาดอยู่ในขณะนี้ ซึ่งได้พิสูจน์ให้เห็นแล้ว จึงไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่จะเปลี่ยนสภาพของพื้นที่แห่งนี้ให้กลายเป็นเขตนิคมอุตสาหกรรม เพียงเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มทุนภายนอกที่พยายามอ้างว่าอยากจะเข้ามาสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่ ทั้งที่จริงแล้วคือประโยชน์ส่วนตัวเท่านั้น หนูพยายามติดตามอ่านข่าวการทำงานของปู่ประยุทธ์ในสถานการณ์ของโรคโควิดว่า ท่านและรัฐบาลจะใช้วิธีการอย่างไรให้ข้ามพ้นวิกฤตินี้ไปได้ จนเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2563 ปู่ประยุทธ์ได้ประกาศว่า แนวทางการ ทำงานรูปแบบ New Normal ที่ต้องการผนึกทุกภาคส่วนให้ร่วมกันสร้างอนาคตประเทศ โดยจะเปิดโอกาสให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายต่างๆ ได้มีส่วนร่วมมากขึ้นด้วย หนูจึงอยากให้นำแนวคิดดังกล่าวนี้ที่ปู่ประยุทธ์ได้พูดไว้มาใช้แก้ปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นกับบ้านและชุมชนของหนูด้วย นั่นคือการยกเลิก มติ ครม.ที่เกี่ยวข้องกับโครงการเมืองอุตสาหกรรมฯจะนะ ทั้ง 2 ครั้ง คือ เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2562 และ เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2563 ออกไปก่อน พร้อมกันนี้ให้มีการปรับกระบวนการทำงานของ ศอ.บต. ใหม่ และที่สำคัญคือจัดให้มีการศึกษาศักยภาพของอำเภอจะนะเพื่อสร้างทางเลือกการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งหนูเชื่อว่านี่คือหนทางที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทั้งหมดได้อย่างแท้จริง”ในจดหมายระบุ

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.