เช้าวันนี้(9 กันยายน 2563) ชาวบ้านจากชุมชนต่างๆ รวมทั้งกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี จะเดินทางไปยังศาลาว่าการจังหวัดจันทบุรี เพื่อเรียกร้องขอให้หยุดการขออาชญาบัตรฯสำรวจแร่ทองคำ 14,650 ไร่ ในพื้นที่ ต.พวา และ ต.สามพี่น้อง อ.แก่งหางแมว

ทั้งนี้ในแถลงการณ์ของเครือข่ายเพื่อนตะวันออกระบุว่า เนื่องจากในขณะนี้ภาคส่วนต่างๆในท้องที่จังหวัดจันทบุรี และส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะภาคประชาสังคมได้มีมติร่วมกันคัดค้านบริษัท ริชภูมิ ไมนิ่ง จำกัด ผู้ยื่นขอสำรวจแร่ทองคำในอำเภอแก่งหางแมว โดยไม่มีการปรึกษาหารือกับประชาชนในพื้นที่ก่อนที่จะปิดประกาศเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2563 โดยประชาชนชาวจันทบุรีที่ไม่ต้องการให้มีเหมืองแร่ทองคำ มีเวลาส่งหนังสือคัดค้าน 30 วัน ทำให้ผู้ไม่เคยรับรู้การดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เกิดการตื่นตัวออกมาคัดค้านอย่างกว้างขวาง โดยมีมติไม่ยินยอมให้บริษัทยื่นคำขอสำรวจแร่ทองคำในพื้นที่ดังกล่าว

ในแถลงการณ์ระบุว่า เครือข่ายฯสนับสนุนข้อเรียกร้องดังต่อไปนี้ 1. ขอให้ยกเลิกคำขออาชญาบัตรพิเศษสำรวจแร่ทองคำทุกพื้นที่ที่เป็นป่าที่ต้นน้ำของจังหวัดจันทบุรีอย่างถาวร 2. ต้องไม่อนุญาตให้มีการขออาชญาบัตรสำรวจแร่ และไม่ออกประทานบัตรเปิดเหมืองแร่ทุกชนิด ในพื้นที่ทุกจังหวัดของภาคตะวันออก ตราบที่ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาเดิมที่เกิดจากการทำเหมืองแร่ที่ผ่านมาให้เรียบร้อยเสียก่อน


3. การตัดสินใจของหน่วยงานผู้อนุญาตในเรื่องใดๆเกี่ยวกับการทำแร่ ซึ่งมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและคนส่วนใหญ่ในพื้นที่ภาคตะวันออก จะต้องผ่านความเห็นชอบของประชาคมในพื้นที่ก่อนติดประกาศ โดยจะต้องมีประชาชนผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจตามที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ. แร่ พ.ศ.2560 และ ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการแร่ 20 ทั้งนี้ เพื่อลดปัญหาที่จะเกิดขึ้นตามมาในอนาคต ทั้งปัญหาสิ่งแวดล้อม สุขภาพ สังคม และผลกระทบต่อวิถีเศรษฐกิจของประชาชนฐานรากในพื้นที่


4. ขอให้ดำเนินการตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDGs ที่ประเทศไทยได้ลงนามในสัตยาบันต่อนานาชาติไปแล้ว เนื่องจากพื้นที่จังหวัดจันทบุรีเป็นพื้นที่ต้นน้ำและมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ เป็นพื้นที่ความมั่นคงด้านอาหารต่อชาวจังหวัดจันทบุรี และต่อคนในประเทศไทย รวมทั้งเป็นผู้ผลิตอาหารให้ประชากรโลก จึงขอให้หน่วยงานทุกหน่วยงานของรัฐ เลิกมีความคิดที่จะหาผลประโยชน์อื่นใดที่ไม่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ โดยเฉพาะในด้านอุตสาหกรรมที่สร้างมลภาวะอันเป็นการพัฒนาที่ไม่ยั่งยืน


5. ขอให้ตตรวจสอบความโปร่งใส่ในการขออาชญาบัตรพิเศษสำรวจแร่ในครั้ง เนื่องจากคำขอเดิมสิ้นอายุไปแล้ว และบริษัทแม่ในประเทศออสเตรเลียกำลังมีข้อพิพาทกับรัฐบาลไทย ดังคำพังเพยที่ว่าความวัวยังแก้ไม่หายก็สร้างความควายเข้ามาแทรก จึงเข้าข่ายส่อเจตนาไม่บริสุทธิ์ ไม่โปร่งใส จึงไม่สามารถไว้วางใจให้บริษัทดำเนินการสำรวจต่อไปได้
///////////////////////

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.