เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน กลุ่มคนยากจน เช่น คนในสลัม คนไร้บ้าน เกษตรกร ในนามเครือข่ายสลัม 4 ภาค และองค์กรพันธมิตรจากทั่วทุกภาคประมาณ 3,000 คนได้มารวมตัวกันและเดินรณรงค์วันที่อยู่อาศัยสากล โดยมีเป้าหมายที่กระทรวงคมนาคมเพื่อต้องการให้การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) ลงนามในบันทึกความร่วมมือแก้ไขปัญหาชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในที่ดินของ รฟท.และได้รับผลกระทบจากโครงการต่างๆของรัฐ 

ทั้งนี้ขบวนของกลุ่มผู้ชุมนุมได้เขียนป้ายข้อความต่างๆสะท้อนสถานการณ์ของคนจน อาทิ “ยึดที่ดินคนจนปรนเปรอคนรวย”, “ทำงานแทบตายยังไม่ยาไส้” , “หยุดนำเข้าขยะพลาสติกเพื่อชีวิตของกลุ่มซาเล้ง” ภายในขบวนยังได้มีรถเครื่องเสียงซึ่งเหล่าแกนนำได้ขึ้นกล่าวปราศัยวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในประเด็นความเหลื่อมล้ำในสังคมที่คนเพียง 10% เป็นเจ้าของที่ดินและทรัพย์สินส่วนใหญ่ของประเทศ ส่วนคนอีก 90% ยังลำบาก ซึ่งรัฐบาลไม่จริงจังและจริงใจในการแก้ไขปัญหา

อย่างไรก็ตามเมื่อเดินทางมาถึงหน้ากระทรวงคมนาคม กลุ่มผู้ชุมนุมพยายามเรียกร้องให้นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เดินทางมารับหนังสือด้วยตัวเอง แต่นายศักดิ์สยามไม่ได้ลงมา ขณะที่นายถาวร เสนเนียม รัฐมตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนานม ได้เข้ามาคุยกับชาวบ้านพร้อมทั้งรับปากว่าจะประสานกับ รฟท.ให้ 

นางสาวเนืองนิช ชิดนอก ประธานเครือข่ายสลัม 4 ภาคกล่าวว่า ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน คนจนมักถูกเรียกร้องให้เสียสละและต้องรื้อย้ายออกจากที่อยู่อาศัยเดิมโดยผู้มีอำนาจไม่ฟังเสียงของคนในพื้นที่ เมื่อชาวบ้านเสียสละแล้วก็ไม่มีกลไกหรือมาตรการใดๆ ที่จะรับผิดชอบชีวิตของผู้คน เช่น โครงการรถไฟทางคู่กรุงเทพ-หัวหิน โครงการรถไฟทางคู่สุราษฎร์-หาดใหญ่ ,โครงการรถไฟความเร็วสูงนครราชสีมา-หนองคาย ,โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน รวมถึงโครงการพัฒนาธุรกิจในที่ดินการรถไฟ เช่น โครงการพัฒนาย่านพหลโยธิน โครงการมักกะสันคอมเพล็กซ์ รวมถึงการพัฒนาพื้นที่รอบสถานี TOD (Transit Oriented Development) ที่จะดำเนินการใน 3 เมืองใหญ่คือขอนแก่น อยุธยาและพัทยา ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อคนในพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 30,000 คน

นายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคมเดินทางมาพบปะผู้ชุมนุม

นางสาวเนืองนิชกล่าวว่า เครือข่ายฯ มีข้อเสนอต่อนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลดังนี้ ในด้านการพัฒนาที่ส่งผลกระทบต่อชุมชน ต้องมีกระบวนการในการรับฟังและให้อำนาจคนในพื้นที่มีส่วนร่วมเป็นสำคัญในการกำหนดแผนพัฒนาพื้นที่ตัวเอง โดยต้องมีนโยบายให้หน่วยงานที่ดูแลที่ดินของรัฐประเภทต่างๆ แบ่งปันที่ดินเพื่อจัดเป็นที่อยู่อาศัยให้คนจน กรณีที่ชุมชนที่อาศัยอยู่ในที่ดินของการรถไฟและได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนา นายกรัฐมนตรีต้องประสานงานไปยังกระทรวงคมนาคมเพื่อให้จัดที่ดินของการรถไฟรองรับชุมชนที่ได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ต้องนำนโยบายโฉนดชุมชนและธนาคารที่ดินมาใช้ในการรองรับสิทธิ

นางสาวเนืองนิชกล่าวว่า ด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัย กระทรวงเกษตรฯ ต้องดำเนินการพัฒนาระบบสหกรณ์ ส่วนกระทรวงพัฒนาสังคมฯ ต้องสนับสนุนให้คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง และร่วมมือกับภาคประชาสังคมทำงานในเชิงรุกเพื่อแก้ปัญหาสิทธิขั้นพื้นฐาน รัฐบาลต้องสนับสนุนให้เกิดระบบบำนาญแห่งชาติเพื่อให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนอายุ 0-6 ปีได้รับเงินอุดหนุนเลี้ยงดูถ้วนหน้า และต้องดำเนินการให้ทุกคนเข้าถึงระบบรักษาพยายาลที่มีคุณภาพ

“ในด้านสิทธิเสรีภาพในการแสดงความเห็น รัฐบาลต้องหยุดละเมิดสิทธิและหยุดคุกคามนักเรียน นักศึกษาที่เคลื่อนไหวเรียกร้องและแสดงออกทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ต้องสนับสนุนข้อเรียกร้องของนักเรียนที่ต้องการปฏิรูปการศึกษาเพื่อสร้างบรรยากาศที่ปลอดภัย โดยต้องสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญและจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญเพื่อสร้างระบบที่เป็นธรรม” ประธานเครือข่ายสลัม 4 ภาค กล่าว

จนกระทั่งเวลา 10.30 น. นางสุขสมรวย วันทนียกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการ รฟท.ได้เดินทางมาพบกลุ่มผู้ชุมนุม โดยนายนิรุฒกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้เคยมีการแต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมาแก้ไขปัญหาร่วมกัน แต่การหารือในวันนี้จะมีการจัดแบ่งประเภทของปัญหาของชาวบ้านที่อยู่ในที่ดินของรฟท. และจะวางกรอบในการทำงานแต่ละปัญหาซึ่งเป็นครั้งแรกที่ได้มีการทำงานในลักษณะนี้โดยจะแก้ปัญหาแบบ “วินวิน” คือไม่มีผู้ใดแพ้ และบนที่ดินของ รฟท.ต้องไม่มีอะไรผิดกฎหมาย การแก้ปัญหาจะดำเนินการตามกฎหมายที่มีอยู่ อันไหนที่แก้ไขได้ก็จะรีบแก้ แต่อันไหนแก้ไม่ได้ก็จะบอกตรงๆ

นางสุขสมรวยกล่าวว่า หากได้ข้อสรุปในปัญหาแต่ละประเภทก็จะรีบนำเสนอไปยังคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟท.โดยจะเร่งวางกรอบและหาข้อสรุปภายใน 2 เดือน และขณะนี้ได้มีการลงนามในบันทึกความร่วมมือระหว่างชาวบ้านกับ รฟท.แล้ว

นายบุญเลิศ วิเศษปรีชา อาจารย์ประจำคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเดินทางร่วมสังเกตการชุมชนครั้งนี้ กล่าวว่ายังไม่เห็นคำตอบในการแก้ไขปัญหาของกระทรวงคมนาคมชัดเจน ซึ่งเชื่อว่าหลังจากมีการวางกรอบแก้ปัญหาและได้ข้อสรุปแล้ว ชาวบ้านคงต้องรวมตัวและกดดันกันต่อไป โดยที่ผ่านมารัฐบาลชุดนี้สนใจงานของคนจนมากกว่ารัฐบาลคสช.เล็กน้อยเพราะมีรัฐมนตรีมาจากการเลือกตั้ง จากเดิมที่ผู้บริหารไม่เคยลงมาดูชาวบ้านก็ยอมลงมาพบมากกว่าเดิม

ด้านนายบุญช่วย ประสบทรัพย์ แกนนำชาวบ้านชุมชนฟ้าใหม่ เขตตลิ่งชัน กทม.กล่าวว่า พวกตนได้เช่าที่ดินของ รฟท.มาตั้งแต่ปี 2557-2558 ในเนื้อที่ 11 ไร่เพื่อจัดเป็นที่อยู่อาศัยของคนจน 226 ครอบครัว แต่จนถึงขณะนี้ในชุดแรก 58 หลังคาเรือนก็ยังไม่สามารถเข้าไปใช้พื้นที่ได้ เพราะมีบ้านหลังใหญ่ของคนรวยซึ่งมีทางเข้า-ออก อยู่ในที่ดิน รฟท.เช่นกันได้ขอเช่าที่ดินราว 10 เมตรซึ่ง รฟท.ก็ยอมให้เช่า ทำให้เกิดปัญหากับชาวบ้านและยังไม่สามารถดำเนินการสร้างบ้านได้ จึงอยากให้ผู้บริหาร รฟท.เข้ามาช่วยจัดการเรื่องนี้ด่วนเพราะชาวบ้านกำลังลำบาก

หลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรมที่หน้ากระทรวงคมนาคมแล้ว กลุ่มผู้ชุมนุมได้เดินขบวนต่อไปยังอาคารสหประชาชาติ เพื่อประกาศเจตนารมณ์ในวันที่อยู่อาศัยสากล ทั้งนี้นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาพบผู้ชุมนุมโดยยืนยันว่านายกรัฐมนตรีและรัฐบาลพร้อมให้ความช่วยเหลือคนจน ขณะที่กระทรวงศึกษาธิการได้ส่งรองปลัดกระทรวงมารับหนังสือจากกลุ่มผู้ชุมนุม นอกจากนี้ตัวแทนกลุ่มผู้ชุมนุมยังได้เดินทางไปยื่นหนังสือที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วย

//////////////////////

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.