เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2563 ที่บริเวณโรงเรียนบ้านเกาะหลีเป๊ะ ตำบลหนองสาหร่าย อำเภอเมือง จังหวัดสตูล ในการจัดงานวันรวมญาติชาติพันธุ์ชาวเล ครั้งที่ 11 มีเครือข่ายกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ เข้าร่วมงาน มีการจัดการรับฟังความคิดเห็นต่อร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมและคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ โดยคณะกรรมการยกร่างกฏหมาย นอกจากนี้ตัวแทนกลุ่มชาติพันธุ์จากทั่วประเทศได้ร่วมกันอ่านประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันผลักดันกฏหมายส่งเสริมและคุ้มครองทางวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์

นายสุรพงษ์ กองจันทึก ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการกลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า มติ ครม.2 มิ.ย. 2553 ว่าด้วยการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวเล และ มติ ครม. 3 ส.ค. 2553 เรื่อง แนวนโยบายในการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง มีสถานะทางกฏหมาย โดยยกตัวอย่างกรณีปู่คออี้และชาวบ้านที่อาศัยอยู่ที่บ้านใจแผ่นดินหรือบ้านบางกลอยบน ถูกเจ้าหน้าที่เผาบ้านไล่รื้อ ชาวบ้านได้ร่วมกันยื่นฟ้องกรอมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นจำเลยที่ 1 ซึ่งเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2561 ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้ชาวบ้านชนะคดี ซึ่งสามารถใช้เป็นเครื่องมือปกป้องชาวบ้านไม่ให้ถูกจับกุม สำหรับ ร่าง พรบ.ฉบับนี้จะเป็นกฏหมายใหม่ที่คุ้มครองสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์ 1.ด้านสิทธิในฐานะคนไทย 2.ด้านที่อยู่อาศัย 3.สิทธิทำกิน 4.ด้านวัฒนธรรม 5.ด้านจิตวิญญาณ เราจะคุ้มครองสิทธิเหล่านี้ไว้ในกฏหมายเพราะถือเป็นหลักการสำคัญของการปกป้องและคุ้มครองวิถีชีวิตของทุกกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย

ทั้งนี้มีการเปิดให้ตัวแทนกกลุ่มชาติพันธุ์ได้แสดงความคิดเห็น ซึ่งส่วนใหญ่ต้องการให้ร่าง พรบ.ฉบับนี้ เป็นเครื่องมือแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนในด้านต่างๆ ของกลุ่มชาติพันธุ์ โดยเฉพาะ ปัญหาสิทธิที่ดินที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน ซึ่งเป็นปัญหาร่วมกันของทุกกลุ่มชาติพันธุ์ เนื่องจากมีปัญหาทับซ้อนกับพื้นที่ที่รัฐประกาศเป็นเขตอนุรักษ์ทั้งในเขตป่าและทะเล รวมทั้งปัญหาผลกระทบจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและโครงการพัฒนา

นอกจากนี้ยังมีความคิดเห็นเสนอให้มีการออกกฏหมายหรือระเบียบเฉพาะพื้นที่ อาทิ เกาะหลีเป๊ะ ควรมีการกำหนดสัดส่วนผู้ประกอบการ กำหนดสัดส่วนภาษีเพื่อพัฒนาชุมชนชาวเลท้องถิ่น และการยกเลิกกฏหมายบางข้อที่ละเมิดสิทธิชุมชน เช่น กฏหมายอุทยานบางข้อเพื่อป้องกันไม่ให้มีการดำเนินคดีกับชาวบ้าน หรืออนุญาติใช้ชาวเลสามารถจับปลาในระยะใกล้และนำไม้ล้มหรือไม้ลอยน้ำมาใช้ซ่อมแซมบ้านหรือเรือได้ อีกทั้งเสนอให้มีการทำปาการังเทียมในเขตน้ำลึกระยะใกล้เพื่อให้เป็นพื้นที่ทำประมงของชาวเล

สำหรับปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยมีข้อเสนอให้ กฏหมายใหม่ให้การคุ้มครองชาวลและชาวกะเหรี่ยงรวมถึงทุกชาติพันธุ์ให้มีที่อยู่อาศัยถาวรอย่างถูกต้อง และมีที่ทำกินถาวรและที่ทำกินตามฤดูกลายอย่างมั่นคง รวมถึงการยกคุณค่าความเชื่อทางจิตวิญญาณของกลุ่มชาติพันธุ์ ให้มีสถานะเทียบเท่าศาสนาอื่นๆ

นายอภินันท์ ธรรมเสนา ผู้แทนศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร กล่าวว่า ร่าง พรบ.ฉบับนี้จะเป็นปรากฏการณ์การร่างกฏหมายที่ดีที่สุด เพราะเป็นกระบวนการมีส่วนร่วมของคนชายขอบ และจะเป็นแบบอย่างของการร่างกฏหมายในอนาคต ซึ่งคาดหวังว่าจะช่วยให้คนกลุ่มชาติพันธุ์มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถเข้าถึงทรัพยากรที่ดีขึ้น สังคมเกิดความเข้าใจมากขึ้น หลังจากนี้จะนำความคิดเห็นทั้งหมดไปปรับปรุงร่าง พรบ.ฉบับนี้ให้สมบูรณ์ และเปิดเวทีรับฟังทั้ง 4 ภาค 10 เวที และจัดเวทีใหญ่ที่กรุงเทพ เพื่อให้พี่น้องทุกภูมิภาคมีส่วนร่วมในการออกฏหมายเพื่อกลุ่มชาติพันธุ์

นอกจากนี้ ตัวแทนกลุ่มชาติพันธุ์มันนิ ที่มีประชากร 375 คน ใน 4 จังหวัดภาคใต้ ได้ยื่นหนังสือต่อนายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ ฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการกิจการเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ สภาผู้แทนราษฏร เพื่อให้ข้อมูลความเดือนร้อนของชาวมันนิ ต้องการให้รัฐแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยให้ชาวมันนิมีความมั่นคง

—————————-

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.