pakmoon

เมื่อวันที่ 12 ก.ค. 2556 ที่ทำเนียบรัฐบาล ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนปากมูน จำนวนกว่า 300 พร้อมด้วยตัวแทนจากขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) หรือพีมูฟ ได้เดินทางมายังทำเนียบรัฐบาลเพื่อร่วมให้กำลังใจ ตัวแทนที่เข้าร่วมหารือการแก้ไขปัญหาเขื่อนปากมูน ที่มีนายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน ทั้งนี้ตามกำหนดการการประชุมจะเริ่มต้นในเวลา 13.30 น. แต่นายวราเทพมาถึงในเวลา 16.00 น.

 

นางอรัญญา เรือนบิน ชาวบ้านใหม่คำใต้ ต.คำเขื่อนแก้ว อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า การ เดินทางมาของชาวบ้านมายังทำเนียบครั้งนี้ อาจถูกตั้งคำถามและมองว่าเป็นม็อบที่มาป่วนกรุงเทพฯอีกครั้ง ในฐานะตัวแทนชาวบ้านปากมูน ขอยืนยันว่า ทุกคนมาด้วยใจบริสุทธิ์ ไม่ได้ต้องการสร้างความรำคาญ โดยชาวบ้านทุกคนที่มารวมกันต้องผ่านการเจรจากับเจ้าหน้าที่สถานี รถไฟ วารินชำราบอย่างหนัก เนื่องจากได้มีการตัดโบกี้รถไฟเพื่อ ไม่ให้ชาวบ้านโดยสารมาด้วย

 

นางอรัญญา กล่าวว่าก่อนการเดินทางมากทม.นั้น ชาวบ้านได้ส่งหนังสือถึงนายสถานีรถไฟวารินชำราบ เมื่อวันที่ 8 ก.ค.เพื่อขอความอนุเคราะห์โดยสารรถไฟฟรีในคืนวันที่ 10 ก.ค.เพื่อมาร่วมฟังผลประชุมวันที่ 11 ก.ค. ตามที่ประธานนัดหมาย ซึ่งครั้งนั้นก็ได้รับคำสัญญาว่าจะให้โดยสาร แต่เมื่อมีคำสั่งขอเลื่อนวันประชุมเป็นวันที่ 12 ก.ค. ชาวบ้านจึงได้ประสานงานทางโทรศัพท์และประสานงานตรงไปยังนายสถานีอีกครั้ง ว่าต้องแจ้งเวลาเลื่อนเป็นลายลักษณ์อักษรหรือ ไม่ คำตอบที่ได้รับ คือ ไม่ต้องแจ้งเป็นหนังสือ แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องเดินทางมาจริงๆ ในคืนวันที่ 11 ก.ค.ทางสถานีกลับตัดโบอิ้งไม่ให้โดยสารประมาณ 3 โบอิ้ง ชาวบ้านจึงตัดสินใจขวางการเดินทางและเจรจาหลายครั้งจนได้เดินทางมาร่วมในวันนี้

 

“ตอนแรกทางสถานีแจ้งว่า หากต้องการนั่งรถไฟให้เดินทางในเช้าวันที่ 11 ก.ค เพราะรถไฟฟรีมีรอบเดียว รอบอื่นเสียเงิน แต่พวกเราไม่มีเงินมากมายขนาดนั้น คนเฒ่าคนแก่ในบ้านเราก็ไม่มีอาชีพ จึงต้องขอความอนุเคราะห์ เดินทางในภาคค่ำ วันที่ 11 ซึ่งทางการรถไฟไม่ยอมร่วมมือ บอกแค่ว่า ชาวบ้านเปลี่ยนวันไม่มีการแจ้งเป็นหนังสือ ทั้งๆที่เราเคยสอบถามและได้คำตอบว่าไม่จำเป็นต้องแจ้ง เรารู้เลยว่า ข้าราชการไทย ทั้งพนักงานการรถไฟ ผู้ว่าราชการอุบล ล้วนแล้วแต่รังเกียจคนจน อย่างเรา วันนี้หากที่ประชุมเห็นใจหวังแค่เปิดเขื่อนให้พวกเราหาปลาได้ก็เท่านั้น แต่หากวันนี้ผลการประชุมไม่มีท่าทีดีขึ้น ก็จะไม่กลับ คงต้องปักหลักรอความคืบหน้าที่น่าพอใจ ” นางอรัญญา กล่าว

 

ด้านนางหนูสิน สุตพัฒน์ อายุ 65 ปี กล่าวว่า การร่วมชุมนุมแต่ละครั้ง ตนจะเดินทางมาเพื่อร่วมทุกข์ ร่วมสุขกับพี่น้องปากมูน เพื่อรอความคืบหน้าการแก้ปัญหา แม้จะล้มเหลวมาหลายครั้ง แต่ก็ยังตั้งใจรอ ซึ่งลูกสาวและลูกชายที่ขายแรงงานใน กทม. ก็ล้วนเข้ามาร่วมให้กำลังใจเสมอ

 

“ลูกๆ บางคนบอกว่า ให้แม่ไปอยู่บ้านพักที่ทำงานด้วย แต่เราทิ้งพี่น้องไม่ได้ พวกเขาเองก็เลือดปากมูน เคยเป็นชาวประมงตั้งแต่ยังเล็กๆ ก็ร่วมรอฟังผลจากรัฐบาลทุกยุคสมัย หากเขื่อนปากมูนเปิดสำเร็จ อย่างน้อยก็ได้วางแผนลากรุงแบบถาวร ไปทำไร่ ทำนา ในบ้านเกิด จะได้ไม่ต้องแย่งกิน แย่งใช้กับคนกรุง” นางหนูสิน กล่าว

น.ส.สมภาร การดี แกนนำชาวบ้านเปิดเผยภายหลังการหารือว่า ได้มีการพิจารณาเกี่ยวกับการตั้งคณะกรรมการอำนวยการแก้ไขปัญหาเขื่อนปากมูน เนื่องจากนางวราเทพแจ้งว่ามีผู้แทนจากกลุ่มต่างๆแสดงความจำนงขอร่วมเป็นคณะกรรมการฯซึ่งมติคณะรัฐมนตรีได้ระบุให้หลายฝ่ายเข้าร่วม แต่ชาวบ้านเกรงว่าจะไม่สามารถหาข้อสรุปได้เพราะจะทำให้ปัญหายิ่งบานปลาย นายวราเทพจึงเสนอว่าหากไม่ให้กลุ่มอื่นเข้ามาเป็นกรรมการ ชาวบ้านกลุ่มที่มาก็ไม่ควรเป็นกรรมการเช่นกัน โดยให้ผู้แทนจากนักวิชาการและฝ่ายต่างๆเป็นกรรมการเท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้ชาวบ้านจะหารือกันอีกครั้ง ในขณะนี้นายวราเทพแจ้งว่าคณะกรรมการจะออกมาในรูปแบบใดนั้น จะแจ้งผลให้ทราบในวันที่ 17 กค.

 

น.ส.สมภารกล่าวว่า ส่วนเรื่องการเปิดเขื่อนปากมูนนั้น ชาวบ้านต้องการให้นายวราเทพมีคำสั่งไปยังจังหวัดให้เปิดเขื่อนทันทีเนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงที่ปลากำลังว่ายเข้ามาแม่น้ำมูน ซึ่งหากช้ากว่านี้ก็จะเลยฤดูกาล ซึ่งนายวราเทพรับปากว่าจะรีบทำหน้าสือแจ้งไปยังผู้ว่าฯอุบลราชธานีให้ ซึ่งชาวบ้านเองก็ยังไม่มั่นใจว่าจะเปิดเขื่อนทันหรือไม่ เพราะจริงๆแล้วอำนาจควรอยู่ที่นายวราเทพเพราะได้รับการแต่งตั้งจากคณะรัฐมนตรี และมติคณะรัฐมนตรีก็ได้ยกเลิกคณะกรรมการระดับจังหวัดหมดแล้ว อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ชาวบ้านจะได้ติดตามต่อไป

 

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.