โดย ดร.เพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์

การบริหารผืนป่าแก่งกระจาน อาจมีผิดพลาดกันได้ แต่อย่าให้ซ้ำซาก ป่าที่มีชุมชนชุมชนชาติพันธุ์อาศัยอยู่ภายใน มีชุมชนอยู่รอบป่าและอยู่กันมาได้หลายร้อยปี ไม่มีปัญหา แต่ปัญหาเริ่มขึ้นทันทีเมื่อรัฐใช้อำนาจประกาศเขตป่า ส่งเจ้าหน้าที่มาดูแล ทำกิจการหาผลประโยชน์ต่างๆ นานา จนป่าแหว่งและโทรมไปมาก

ผิดเป็นครู ถ้ารู้จักแก้ ผิดแล้วเสียหายย่ำแย่ ถ้าผิดซ้ำซาก ผิดครั้งแรก ผิดที่ไม่รู้คุณค่าของป่า (หรือรู้แต่โลภก็ไม่รู้ได้) มองป่าไม่เห็นป่า เห็นแต่เงินและผลประโยชน์นอกระบบ จึงให้สัมปทานทำไม้จนเตียน

สวนหมากและต้นทุเรียนโบราณในหมู่บ้านบางกลอยบนซึ่งแสดงให้เห็นความเป็นชุมชนดั้งเดิม

ผิดซ้ำสอง ไม่เห็นคุณค่าชุมชน โดยมองชุมชนคนไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงดั้งเดิมในป่าเป็นศัตรู จึงไม่ยอมรับรู้ความมีตัวตนอยู่ของเขา

ผิดซ้ำสาม ประกาศเขตอุทยานแห่งชาติทับเขตอาศัยทำกินและป่าชุมชนของพวกเขา ทำให้ชาวบ้านกลายเป็นผู้ผิดกฎหมาย

ผิดซ้ำสี่ ใช้ความรุนแรงทำลายบ้านเรือนที่อยู่อาศัย อพยพชาวบางกลอยออกไม่ให้ทำกิน บางส่วนถูกจับกุมดำเนินคดีข้อหาทำลายป่า

ผิดซ้ำห้า นำที่ทำกินชุมชนมาปลูกป่า และมีเรื่องราวทุจริตการปลูกป่ามโหฬารยังอยู่ระหว่างการสอบสวน

ผิดซ้ำหก ทอดทิ้งชาวบ้านที่ถูกอพยพลงมา ปล่อยให้คนที่ไม่ได้รับที่ดินจัดสรรอยู่อย่างไร้ที่อยู่ที่ทำกินมานับสิบปี คนที่ได้ที่ดินแต่ขาดน้ำทำกินก็ไม่รอด ครอบครัวขยายไร้ที่อยู่ที่ทำกิน เขาดิ้นรนถึงที่สุดจนถึงจุดที่ดำรงชีพอยู่ไม่ได้

ผิดซ้ำเจ็ด ทำโครงการพัฒนาครอบงำเขา ชาวบ้านไม่มีส่วนร่วม ราษฎรร่วมกิจกรรมในสิ่งที่เขาไม่ได้เลือก ใช้งบประมาณมากแต่ประโยชน์ไม่ถึงชาวบ้าน

ผิดซ้ำแปด เจ้าหน้าที่ฯ เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์และคดีที่บุคคลผู้ที่ต่อสู้เป็นปากเสียงให้ชุมชนที่ถูกฆ่าตาย

ผิดซ้ำเก้า ขอให้ยูเนสโกประกาศรับรองว่ากลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลก โดยปิดบังข้อมูลความเห็นชุมชนที่คัดค้าน

สวนหมากและต้นทุเรียนโบราณในหมู่บ้านบางกลอยบนซึ่งแสดงให้เห็นความเป็นชุมชนดั้งเดิม

ผิดซ้ำสิบ ทำการสำรวจการถือครองตาม พรบ.อุทยานฯ ล่าสุดปลายปี 2563 ซึ่งมีหลักเกณฑ์ขัดแย้งกับความเป็นจริงในพื้นที่ ผลสำรวจฯไม่รองรับการอาศัยทำกินของชาวบ้านที่ไร้ที่ทำกินจำนวนมาก จนชาวบ้านที่เดือดร้อนต้องพากันเดินทางอพยพกลับไปบางกลอยบนและใจแผ่นดิน พื้นที่ซึ่งเขาเคยอาศัยทำกินมาก่อน

เชื่อว่ารัฐจะผลิตความผิดซ้ำอีกต่อไปเรื่อยๆถ้ายังจะใช้ความรุนแรงบังคับให้เขาออกจากพื้นที่ๆ

การทำหน้าที่ของรัฐบาลในการจัดสรรทรัพยากรให้เป็นธรรม ดูแลทุกข์ของประชาชน ย่อมมีโอกาสเกิดความผิดพลาด เป็นที่เข้าใจและอภัยกันได้ด้วยคติว่า “ผิดเป็นครู ถ้ารู้จักแก้ไข”

แต่น่าเสียใจ ข้อมูลเชิงประจักษ์ความเดือดร้อนของชุมชนบางกลอยปรากฏให้เห็นชัดแจ้งแล้ว ชาวบ้านสะท้อนปัญหาและพูดคุยต่อรองแล้ว ร้องเรียนต่อหน่วยงานรัฐ ทั้งหน่วยงานรับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แต่รัฐบาลในความรับผิดชอบของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่ใส่ใจรับฟังและหาทางแก้ไข

คนที่ไม่รู้ว่า “ไม่รู้”ทำผิด ไม่สำนึกรู้ว่าผิด น่าจะเข้าข่ายบุคคลเหล่าที่ 4 ประเภท “ปทปรมะ” คงไม่เหมาะแก่การทำงานบริหาร แต่เหมาะแก่การใช้แรงงานมากกว่า

คัดเลือกคนที่มีความรู้และทักษะทางการบริหาร มีประสบการณ์ทำงานกับชุมชน คุยกับชาวบ้านรู้เรื่อง และไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง มาทำงานสร้างการมีส่วนร่วมกับประชาชนและชุมชนดูแลผืนป่าแก่งกระจานจะดีกว่าไหมครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ

////////////////////////////

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.