เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 เครือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำชีตอนล่าง จังหวัดยโสธร ประมาณ 100 คน ร่วมกันจัดกิจกรรม “บุญกุ้มข้าวใหญ่ ข้าวใหม่ปลามัน” ณ บริเวณลานวัดบ้านบุ่งหวาย ตำบลสงเปือย อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร โดยได้จัดเวทีเสวนา “กระบวนการแก้ไขปัญหาเขื่อนลุ่มน้ำชีตอนล่าง”

ภายหลังการเสวนาเสร็จ นายนิมิต หาระพันธ์ กรรมการเครือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำชีตอนล่างจังหวัดยโสธร ได้อ่านแถลงการณ์ เรื่อง “คืนอำนาจการจัดการน้ำให้ชุมชน หยุดนโยบายผันน้ำโขง เลย ชี มูล รัฐจะต้องจริงใจเร่งแก้ไขปัญหาเขื่อนในลุ่มน้ำชี”

ในแถลงการณ์ระบุว่า ชาวบ้านเครือข่ายลุ่มน้ำชีตอนล่าง จังหวัดยโสธร เป็นกลุ่มชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายโครงการโขง ชี มูล เดิม โดยการสร้างเขื่อนกันน้ำชี โดยเฉพาะเขื่อนร้อยเอ็ด ตั้งแต่ปี 2540 เขื่อนยโสธร-พนมไพร และเขื่อนธาตุน้อย ลุ่มน้ำชี ส่งผลให้ชาวบ้านลุ่มน้ำชีได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะ พื้นที่ทำการเกษตรถูกน้ำท่วมผิดปกตินาน 1-3 เดือน ทำให้ต้นข้าวเน่าตายต่อเนื่องกันกว่า 10ปี ก่อปัญหาด้านสภาพเศรษฐกิจทั้งภายในครัวเรือนและชุมชน ผลกระทบระบบนิเวศเกิดการเปลี่ยนแปลงไป เกิดการอพยพโยกย้ายแรงงานเข้าสู่ภาคเมืองมากขึ้น เกิดการเปลี่ยนแปลงทางประเพณีและวัฒนธรรม

นายนิมิต ยังระบุว่า ตลอดระยะเวลากว่า 11 ปี เครือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำชีตอนล่าง จังหวัดร้อยเอ็ด ได้เคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิมาโดยตลอดเพื่อให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขมาแล้วหลายรัฐบาล โดยมีข้อเรียกร้องคือ 1.ให้เยียวยาชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อน 2.ให้จัดทำแผนฟื้นฟูฐานทรัพยากรชุมชนเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร และกระบวนการก็กำลังดำเนินการแก้ไขปัญหาตามกระบวนการ แต่ก็ถือว่ายังล่าช้า

“จากบทเรียนในการจัดการทรัพยากรน้ำ โดยเฉพาะการสร้างเขื่อนที่รัฐมักอ้างว่าแก้ไขปัญหาน้ำท่วม และน้ำแล้ง แต่ที่ผ่านมา 20 กว่าปี เราเห็นแล้วว่า เขื่อนไม่ได้ช่วยในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งอย่างใด แต่กลับสร้างปัญหาผลกระทบต่อวิถีชีวิตชุมชนและระบบนิเวศ ” นายนิมิต กล่าว
———-

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.