เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2564 พล.อ.บอจ่อแฮ รองผู้บัญชาการกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNLA) ซึ่งเป็นฝ่ายทหารของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU )ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ความขัดแย้งในประเทศพม่า ทั้งกรณีที่มีประชาชนออกมาต่อต้านรัฐประหาร และการโจมตีกลุ่มชาติพันธุ์ที่ออกมาปกป้องประชาชนที่มีความเห็นแตกต่างจากทหารพม่า  ว่า เผด็จการและการกดขี่ไม่ทำให้ใครไม่ว่าจะชนชาติใดสามารถที่จะมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์ พวกเขาจะกดขี่ใครก็ตามเพียงเพื่อที่จะรักษาอำนาจไว้และคิดแต่เพียงความมั่งคั่งของตนเองและพวกพ้อง เราชาวกะเหรี่ยงต่อต้านเผด็จการทุกรูปแบบ เราจับอาวุธและต่อสู้กับเผด็จที่ใช้อาวุธเข้ามาคุกคามและข่มเหงประชาชน ในฐานะนักปฏิวัติพวกเรายินดีที่ได้เห็นขบวนการประชาชนที่ออกมาประท้วงอย่างมีพลังทั่วประเทศพม่า รวมทั้งนักเรียนและเยาวชน ในฝั่งของเรานั้นเราจะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพที่สุดเพื่อที่จะถอนรากถอนโคนเผด็จการและการกดขี่

ผู้สื่อข่าวถามว่าในฐานะที่เป็นผู้นำกองกำลังปฏิวัติจะอธิบายการต่อสู้กับเผด็จการอย่างไร พล.อ.บอจ่อแฮ กล่าวว่า เผด็จการและการกดขี่ไม่ใช่สิ่งดีต่อชนชาติใดๆ เป็นสิ่งสำคัญที่ประชาชนทั่วทั้งประเทศทำความเข้าใจว่าเผด็จการทหารที่อยู่บนฐานของการกดขี่คือระบบที่ข่มเหงผู้ใดก็ตามที่ต้องการมีชีวิตที่มีอิสรภาพ หากเขาเข้าใจเราก็จะสามารถร่วมมือกันได้อย่างเหมาะสมและสร้างความเป็นเอกภาพซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับพวกเรา ตนเชื่อว่าบทบาทของประชาชน โดยเฉพาะชาติพันธุ์พม่า (Bama ethnic) ซึ่งไม่เคยแยแสในเรื่องนี้ แต่กลับเปลี่ยนความเข้าใจอย่างถาวรหลังรัฐประหารครั้งนี้ ความเท่าเทียม ความเป็นธรรม และเสรีภาพ คือคุณค่าพื้นฐานที่ใหนทุกชนชาติได้มีชีวิตและรุ่งเรือง ณ จุดนี้ตนมีความหวังว่าชนชาติพันธุ์ต่างๆ ทั่วทั้งประเทศรวมทั้งชาวพม่าจะสามารถเข้าใจได้กระจ่าง ในเวลานี้เราจำเป็นต้องถอนรากถอนโคนเผด็จการทหาร เพื่อที่เราจะได้มีโอกาสในการพัฒนาประเทศและชนชาติพันธุ์ต่างๆ

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่กองกำลัง KNU บุกยึดฐานทหารพม่าริมแม่น้ำสาละวินเมื่อวันที่ 27มีนาคมและจับกุมตัวไว้ 8 นาย ว่าจะดำเนินการอย่างไรกับเชลยศึกเหล่านี้ พล.อ.บอจ่อแฮกล่าวว่า เราให้คุณค่ากับทุกชีวิต เราเคารพสิทธิของทุกคนที่จะมีชีวิตอยู่และมีเสรีภาพ ในขณะเดียวกันพวกเขาก็จำเป็นต้องให้คุณค่าต่อชีวิตของตนเอง เมื่อทหารของเผด็จการกองทัพพม่าเข้ามาในเขตของรัฐกะเหรี่ยง สร้างฐานทหาร พวกเขาไม่เคยเคารพชีวิตของประชาชน ความเป็นอยู่ หรือคุณค่าของชีวิตตนเอง การสังหารประชาชนมือเปล่าทั่งประเทศพม่าที่กำลังเกิดขึ้นนั้นสวนทางกับ บรรทัดฐานและจรรยาบรรณของเราในขบวนการปฏิวัติ ไม่ว่าจะในรัฐกะเหรี่ยงหรือที่ใดก็ตามเราไม่สามารถยอมรับการกระทำอันไร้มนุษยธรรมนี้ เราไม่ยอมรับสิ่งนี้ เราไม่ต้องการให้กองทัพหรือทหารที่ก่ออาชญากรรมในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะในดินแดนของเรา ผู้ซึ่งไร้มนุษยธรรมย่อมไม่มีพื้นที่ไม่ว่าที่ใดบนโลก

“เชยศึกที่เราจับได้นี้ ผมขอย้ำว่าทุกชีวิตมนุษย์นั้นมีคุณค่า ทุกคนมีสิทธิในการมีชีวิต พวกเรากองทัพกะเหรี่ยง KNU ได้ให้การรักษาพยาบาลแก่ทหารพม่าที่บาดเจ็บ ให้ความปลอดภัยเช่นเดียวกับที่เราปกป้องประชาชนของเราเราจะถามถึงความประสงค์ของทหารพม่าเหล่านี้และจะพยายามทำให้สุดความสามารถ ในเวลานี้กองทัพเผด็จการทหารพม่าได้เข้ามาโจมตีทางอากาศในพื้นที่ในการควบคุมของ KNU โดยเฉพาะในกองพล 5 ประชาชนของเรากำลังหลบหนี ซ่อนตัว และต้องพลัดถิ่น ดังนั้นเป็นห้วงเวลาเกี่ยวกับความปลอดภัยของทุกคนรวมทั้งเชลยศึก หากเราก้าวผิดเพียงครั้งเดียวอาจผิดพลาดต่อความปลอดภัยของเรา รวมทั้งเชลยศึกด้วยเช่นกัน”

ผู้สื่อข่าวถามถึงสถานการณ์ความรุนแรง การการทำร้ายและสังหารผู้ประท้วงอย่างสันติที่เกิดขึ้นทั่วประเทศพม่า มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นแทบทุกวัน ประชาชนกำลังหนีการต่อสู้ในเมืองต่างๆ พล.อ.บอจ่อแฮกล่าวว่า กองกำลังกระเหรี่ยง KNU-KNLA ยืนเคียงข้างประชาชนชาวพม่า เยาวชน นักเรียน ที่ต่อสู้กับเผด็จการทหารพม่า เป็นสิ่งสำคัญสำหรับพวกเราทุกคน ประชาชนในพม่าทั้งประเทศ ที่จะทำหน้าที่ของเราเองอย่างกล้าหาญ ไม่ว่าเราจะเป็นใครก็ตาม เราต้องไม่สับสน ไม่หยุดยั้ง เราต้องเข้มแข็งโดยเชื่อว่าเรากำลังทำหน้าที่คนละบทบาทในการปฏิวัตินี้ เราต้องตะหนักถึงชีวิตที่สูญเสียไปของประชาชน เยาวชนที่กำลังเกิดขึ้นในเวลานี้

การสูญเสียและความทุกข์ทรมานนับไม่ถ้วนในการปฏิวัติกะเหรี่ยงของเรา จนกว่าเราจะได้ชัยชนะเรายังต้องเสียสละต่อไป เพื่อที่คนรุ่นหลังจะได้ไม่ต้องอยู่กับเผด็จการ เขาต้องรู้ว่าเราสู้กับความอยุติธรรมทุกรูปแบบ ในครั้งนี้ตนเชื่อว่าเราจะเอาเผด็จการลงมาได้

ตนอยากบอกว่าตนเสียใจเป็นอย่างยิ่งต่อการสูญเสียของชีวิตเยาวชนและประชาชน เราต้องสู้ด้วยกัน

—————

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.