เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2564 พะตีตาแยะ ยอดฉัตรมิ่งบุญ ผู้อาวุโสชาวปกาเกอะญอ แห่งหมู่บ้านสบลาน อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ไร่หมุนเวียนของตนพื้นที่ราว 3 ไร่ซึ่งให้ลูกชายไปถางเพื่อปลูกพริก ได้ถูกเจ้าหน้าที่ป่าไม้สั่งห้ามทั้งๆ ที่ที่ดินแปลงนี้เป็นไร่หมุนเวียนเก่าทำมาแล้วกว่า 30 กว่าปี และได้ขึ้นทะเบียนไว้แล้วกับป่าสงวนแห่งชาติป่าสะเมิง ตั้งแต่ปี 2548 โดยครั้งนี้ได้ปล่อยให้ต้นไม้และดินฟื้นตัวมาแล้ว 4 ปี พอเข้าปีที่ 5 ได้ให้ลูกชายไปทำไร่แต่เจ้าหน้าที่กลับไม่ยอม

“เจ้าหน้าที่บอกว่าจะทำเป็นคดีแห้งคือไม่เอาผิด แต่ไม่ให้ทำต่อ แต่พะตีไม่ยอมเพราะไร่หมุนเวียนแห่งนี้เราทำมานาน และเมื่อวันที่ 28 เมษายน ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้ยกขบวนกันเข้ามาที่หมู่บ้านกว่า 30 คน โดยไม่ได้แจ้งเราล่วงหน้า ตอนนั้นเราปิดหมู่บ้านเพื่อป้องกันโควิดอยู่ พะตีรู้สึกไม่สบายใจเลยที่เจ้าหน้าที่ทำเช่นนี้เพราะเหมือนกับการมากดดันพวกเรา วันนั้นพะตีไม่ค่อยสบายอยู่ด้วย ทำให้มึนหัวไปหมด”พะตีตาแยะ กล่าว

ผู้อาวุโสชาวปกาเกอะญอกล่าวว่า เชื่อว่าปัญหาในลักษณะเดียวกันเกิดกับชาวบ้านอีกหลายคน ดังนั้นควรหาทางออกร่วมกันโดยชาวบ้านที่ทำไรหมุนเวียนมานาน เจ้าหน้าที่รัฐควรยอมให้ทำไร่ต่อไปเพราะไม่ได้บุกรุกพื้นที่ใหม่เลย เพียงแต่เมื่อปล่อยให้ไร่ฟื้นตัว 4-5 ปีแล้วมีต้นไม้ขึ้นเขียวๆ พอจะกลับไปทำมักมีปัญหาทุกที เพราะเจ้าหน้าที่รัฐไม่เข้าใจระบบไร่หมุนเวียน ดังนั้นควรมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลและพิสูจน์ข้อเท็จจริง

ด้านนายสุริยันต์ ทองหนูเอียด ที่ปรึกษาขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรมหรือพีมูฟ  กล่าวว่าพื้นที่ดังกล่าวถูกเจ้าหน้าที่ป่าไม้ตรวจ โดยเป็นพื้นที่เดิมที่มีอยู่ในแผนที่เป็นไร่หมุนเวียน และลูกชายของพะตีตายแยะต้องการเผาและทำไร่ แต่เจ้าหน้าที่ป่าแจ้งว่าพื้นที่ดังกล่าวไม่ใช่เป็นของชาวบ้าน อาจเป็นเพราะหัวหน้าที่ดูแลเพิ่งย้ายมาใหม่จึงไม่ได้สนใจว่าข้อตกลงเดิมว่าเป็นอย่างไร แม้ชาวบ้านแจ้งแล้วว่าเรื่องอยู่บนโต๊ะเจรจาของพีมูฟ แต่เขาไม่ฟังและต้องการให้เป็นคดีแห้งคือยึดที่ชาวบ้านไว้ก่อน แต่ไม่ให้ชาวบ้านทำไร่ซึ่งเหมือนกับเอากฏหมายมาปล้นที่ดินของชาวบ้าน

“เราให้คำปรึกษาชาวบ้านไปว่า เมื่อเป็นที่ดินของเราและมีหลักฐานยืนยันว่าทำไร่หมุนเวียนมานาน หลักของการคุยกันคือเมื่อเรามีข้อตกลงอยู่แล้ว ก็ควรให้ช่องทางนี้คลี่คลาย และชุมชนเองก็ยืนยันว่าที่ดินแปลงนี้เป็นของพะตีตาแยะ และพะตีก็มีวิถีกะเหรี่ยงในการจัดการไร่หมุนเวียนจนเป็นที่ยอมรับ ซึ่งเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นต่างก็รู้ แต่ทำไมหัวหน้าป่าไม้มาใหม่ถึงไม่ศึกษาแต่จะใช้ดุลพินิจเอกเทศ การทำแบบนี้มีแต่ทำให้ทิศทางการแก้ปัญหาล้มเหลว วันที่ 3 พฤษภาคม เราจะทำหนังสือยื่นไปที่สำนักอนุรักษ์ที่ 16 เพราะเรามีกรอบการแก้ปัญหาร่วมกันไว้อยู่แล้ว” นายสุริยันต์ กล่าว

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.