เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2564 เครือข่ายคนไร้บ้านได้แถลงผ่านเพจ “บ้านเตื่อมฝัน กลุ่มคนไร้บ้านเชียงใหม่” ถึงข้อเสนอการแก้ไขปัญหาผลกระทบต่อคนไร้บ้านจากวิกฤตการระบาดของโควิด-19 โดยก่อนแถลง ได้ให้กลุ่มคนไร้บ้านในหลายจังหวัดเล่าถึงสถานการณ์ผลกระทบจากการระบาดของโควิดรอบ 3 โดยกลุ่มคนไร้บ้านจังหวัดระยอง กล่าวว่าคนไร้บ้านที่นี่ส่วนใหญ่มีปัญหาเรื่องการเข้าถึงสิทธิ การคัดกรองและการรับมอบความช่วยเหลือ คนที่อยู่ประจำยังใช้ชีวิตเดิมๆ ยังไม่ได้รับข่าวสารมากนักเพราะต่างคนต่างอยู่ คนไร้บ้านไม่รู้ว่าจะเข้าถึงวัคซีนได้อย่างไร บางคนไม่มีบัตรประชาชนทำให้ไม่มีสิทธิในเรื่องรักษาพยาบาล

ขณะที่คนไร้บ้านจังหวัดปทุมธานีกล่าวว่า มีปัญหาเรื่องการเข้าไม่ถึงทั้งหน้ากากอนามัย แอลกอฮอล์และอุปกรณ์ป้องกัน และคนไร้บ้านไม่รู้เรื่องวัคซีน ขณะที่บางส่วนกลัวเรื่องการฉีดวัคซีนมาก โดยอยากให้มีจุดประสานงานคอยดูแลคนไร้บ้าน ซึ่งทั้งที่เมืองนนท์และปทุมฯ มีคนไร้บ้านที่เป็นผู้ป่วยและผู้สูงอายุ ส่วนคนไร้บ้าน จังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า มีคนไร้บ้านอยู่ราว 30-40 คน มีปัญหาเยอะ โดยภาพรวมของการระบาดรอบ 3 ลำบากกว่ารอบแรกเพราะไม่มีคนสนใจ

“เราอยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบหรือเกี่ยวข้องทำการช่วยเหลือ ช่วยกางเต็นท์ ตรวจโรค และแจกอาหาร อยากให้มีจุดประสานงาน ตอนนี้ที่หนักสุดคือเรื่องอาหาร โควิดครั้งแรกมีคนมาแจกข้าวเยอะ แต่การระบาดรอบนี้ไม่มีใครมาสอบถามเลย” คนไร้บ้านเมืองกาญจน์ กล่าว  ส่วนคนไร้บ้านจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่าได้รับผลกระทบจากการว่างงานเพราะทำรายวัน ต้องย้ายที่ทำงานไปเรื่อยๆ ทำให้ไม่มีรายได้ บางคนไม่มีบัตรประชาชน ไม่มีสิทธิเข้าถึงความช่วยเหลือใดๆ

หลังจากนั้นสมาชิกกลุ่มคนไร้บ้าน ได้อ่านแถลงการณ์ภายหลังจากการลงพื้นที่สำรวจผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 ระลอก 3 ที่มีต่อพี่น้องคนไร้บ้าน ในจุดสำคัญๆ จำนวน 165  คน ใน 7 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ปทุมธานี ขอนแก่น กาญจนบุรี ระยอง และยะลา โดยระบุว่าผลกระทบสำคัญ 4 ประการ คือ 1.  ผลกระทบต่อเรื่องอาชีพ และรายได้ รุนแรงกว่าโควิดใน 2 ระลอกผ่านมา เช่น อาชีพเก็บของเก่า ไม่สามารถนำไปขายได้ เนื่องจากร้านรับซื้อของเก่าปิดกิจการหลายแห่ง  แม้กระทั่งอาชีพค้าขายเล็กๆ น้อยๆ   ก็ไม่สามารถค้าขายได้  ทำให้ต้องตกงาน และขาดรายได้  ไม่สามารถเข้าถึงอาหาร  เครื่องใช้ สิ่งของจำเป็นในการดำรงชีวิตประจำวันในยามวิกฤตได้ 

2. ขาดแคลนอุปกรณ์ป้องกันโควิด – 19 จากการสำรวจพบว่า คนไร้บ้านต้องใช้หน้ากากอนามัยแบบใช้ซ้ำ 2-3 วัน จึงจะมีผืนใหม่เปลี่ยน ซึ่งได้มาจากการนำไปแจกของเอกชน องค์กรและเครือข่ายที่ทำงานกับคนไร้บ้าน คิดเป็นร้อยละ 74

 3. คนไร้บ้านที่ไม่มีบัตรประชาชน จากสาเหตุต่าง ๆ มีปัญหาการเข้าไม่ถึงบริการทางสาธารณสุข เมื่อยามเจ็บป่วย และอาจจะไม่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโควิด และ 4 ยังไม่มีนโยบาย หรือมาตรการที่ชัดเจนใด ๆ จากหน่วยงานภาครัฐ ที่จะให้คนไร้บ้านเข้าถึงการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด 

“ปัญหาดังกล่าว สะท้อนถึงการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ ที่ยังเข้าไม่ถึงกลุ่มเปราะบาง และยังไม่ทันกับสถานการณ์วิกฤตที่เกิดขึ้น ทั้งการแก้ปัญหาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าในเรื่องหน้ากากอนามัย และแอลกอฮอล์ ที่เป็นอุปกรณ์ป้องกันที่สำคัญ  เนื่องจากคนไร้บ้านใช้ชีวิตในที่สาธารณะ ไม่สามารถอาบน้ำ และล้างมือได้บ่อย  และจะเข้าถึงอาหารอย่างไร เมื่อต้องตกงานขาดรายได้ และที่สำคัญไปกว่านั้นมาตรการการดูแลรักษาเมื่อเจ็บป่วย และการได้รับวัคซีน  ยังไม่มีนโยบาย หรือมาตรการที่ชัดเจนใด ๆ  จากหน่วยงาน และรัฐบาล ว่าจะดำเนินการอย่างไร  ทำให้คนไร้บ้านเป็นกังวล ว่าจะได้รับการดูแล หรือจะถูกจัดลำดับอยู่ในความช่วยเหลือของรัฐหรือไม่” ตัวแทนคนไร้บ้านระบุ

ทั้งนี้กลุ่มคนไร้บ้านยังได้มีข้อเสนอให้ดำเนินการดังนี้  1.ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งจุดประสานงานในพื้นที่สาธารณะในแต่ละจังหวัด ที่ใกล้กับพื้นที่การใช้ชีวิตของคนไร้บ้าน กระจายตามจุดต่างๆ เพื่อลดความเสี่ยง และความแออัดจากการรวมกัน  โดยให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เป็นเจ้าภาพหลักในการดำเนินการ และประสานการทำงานกับเครือข่ายภาคประชาชนในพื้นที่  เพื่อการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ   2.ต้องไม่ขับไล่ กวาดต้อนให้คนไร้บ้านออกจากที่สาธารณะ เพราะจะเกิดการเคลื่อนย้าย และไม่สามารถเข้าถึงการช่วยเหลือ ดูแล เมื่อมีความเสี่ยงที่จะติดโควิด เพื่อให้หน่วยงานต่าง ๆ เข้าถึงการช่วยเหลือได้ทันท่วงที 3.รัฐบาลต้องมีนโยบายให้คนไร้บ้านได้รับการฉีดวัคซีน  ในสถานที่ที่คนไร้บ้านเข้าถึงได้ง่าย          

      


Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.