เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2564  ที่หน้าสำนักงานอัยการปราบปรามทุจริตภาค 8 อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ชาวบ้านวังหีบในและพันธมิตรนามกลุ่มอนุรักษ์ป่าต้นน้ำวังหีบ  อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช นำโดยนายหาญณรงค์ เยาวเลิศ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) ได้เข้าพบนายเชษฐวิทย์ ตันติพันธ์วดี อธิบดีอัยการคดีปราบปรามทุจริตภาค 8 นายโกวิท ศรีไพโรจน์ รองอธิบดีอัยการคดีปราบปรามทุจริตภาค 8  นายพงศักดิ์ วัฒนกิจ อัยการผู้เชี่ยวชาญ อัยการคดีปราบปรามทุจริตภาค 8 อดีตอัยการจังหวัดทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช และนายพลหาญ  คงทน อัยการอาวุโสภาค 8 อดีตอธิบดีอัยการภาค 8 

ทั้งนี้เนื่องจากชาวบ้านได้รับหนังสือจาก พ.ต.ท.เริงชัย ราชกิจจา  รองผู้กำกับการตำรวจภูธรทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช  แจ้งคำสั่งไม่ฟ้อง โดยในเนื้อหาหนังสือสรุปว่า ตามที่พนักงานสอบสวนได้รับแจ้งความคดีระหว่างนายจิรโรจน์ สำแดง ผู้กล่าวหา นายวุฒิชัย แก้วลำหัด กับพวก ผู้ต้องหาร่วมกันกระทำด้วยประการใดๆ ให้ทางสาธารณะ ประตูน้ำ ทำนบ เขื่อน อันเป็นส่วนของทางสาธารณะ  หรือที่ขึ้นลงของอากาศยาน อยู่ในลักษณะอันอาจจะอันตรายกับผู้สัญจรนั้น สถานีตำรวจทุ่งส่งขอเรียนว่าบัดนี้พนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งสง ได้ดำเนินการสรุปสำนวนมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาไปยังสำนักงานอัยการจังหวัดทุ่งสง เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ต่อมาได้มีหนังสือจากสำนักงานอัยการทุงสงแจ้งมายัง สภ.ทุ่งสงเรื่องแจ้งคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องผู้ต้อง จึงเรียนมาเพื่อทราบ          

รายงานข่าวแจ้งว่า ในคดีนี้ชาวบ้านได้รวมตัวกันต่อสู้คัดค้านการจะก่อสร้างเขื่อนวังหีบ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นโครงการของกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยที่ นายอำเภอทางสง และ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นผู้เสนอขอเงินงบประมาณในการก่อสร้างและกรมชลประทานได้อนุมัติให้มีการก่อสร้าง แต่ชาวบ้านเห็นว่า หากมีการก่อสร้างจะทำลายสิ่งแวดล้อม และทำให้วิถีชีวิตชุมชนเปลี่ยน ไปจึงได้รวมตัวกันต่อต้าน แต่ถูกนายจิรโรจน์ สำแดง นายอำเภอทุ่งสงในขณะนั้น แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน  

ข่าวแจ้งว่าพนักงานสอบสวนได้มีความเห็นสั่งฟ้องหลังรวบรวมพยานหลักฐานส่งไปยังสำนักงานอัยการจังหวัดทุ่งสง ขณะที่นายพงศ์ศักดิ์  วัฒนกิจ ทำหน้าที่เป็นอัยการจังหวัดทุ่งสงในขณะนั้น ได้พิจารณาสำนวนของพนักงานสอบสวนและคำให้การกับผู้กล่าวหาแล้วขัดแย้งกับความเป็นจริง กล่าวคือ พนักงานอัยการจังหวัดมองเห็นว่าคดีนี้ ชาวบ้านไม่ได้ทำความเสียหายทรัพย์สินของทางราชการ และการที่ชาวบ้านรวมตัวกันออกมาคัดค้านเนื่องจากโครงการดังกล่าวที่ยังไม่ได้ทำรายงานสภาพสิ่งแวดล้อม  ซึ่งหากมีการก่อสร้างอาจจะทำลายระบบนิเวศน์พื้นที่และทำลายสิงแวดล้อมทำลายวิถีชีวิตชุมชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่และการออกมาเรียนของคัดค้านเป็นสิทธิ์ของชาวบ้านตามรัฐธรรนูญ  จึงใช้ดุลพินิจมีความสั่งไม่ฟ้องส่งสำนวนการสอบสวนไปยังอธิบดีอัยการภาค 8 เนื่องจากเห็นว่าคดีนี้เป็นคดีที่ได้รับความสนใจของประชาชนโดยทั่วไปและสื่อมวลชนเสนอข่าวต่อเนื่อง  ซึ่งเมื่อสำนวนผ่านความเห็นของผู้เชี่ยวชาญและอัยการฝ่ายแล้วก็ผ่านมายังนายเชษฐวิท  ตันติพันธ์วดี รองอธิบดีอัยการภาค 8 ในขณะนั้น ซึ่งได้พิจารณาสำนวนแล้วมีความเห็นเช่นเดียวกับอัยการจังหวัดทุ่งสง จึงเสนอสำนวนไปยังนายพลหาญ คงทน อธิบดีอัยการภาค 8 ในขณะนั้น และอธิบดีอัยการภาค 8 มีความเห็นเด็ดขาดสั่งไม่ผู้ถูกกล่าวหาและส่งสำนวนไปยังผู้บัญชาการตำรวจภูธร 8 ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจภูธร 8 ไม่แย้งความเห็นคดีจึงยุติที่ไม่ฟ้องผู้ต้องหา

นายหาญณรงค์ เยาวเลิศ กล่าวว่า คดีนี้ถือว่าเป็นชัยชนะของชาวบ้านที่สู้กับอำนาจรัฐ และต้องชื่นชมอัยการทุกท่านที่ใช้ดุลพินิจสั่งคดีอย่างกล้าหาญ เนื่องจากผู้ที่ร้องทุกข์เป็นนายอำเภอ เป็นนักปกครองและเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในพื้นที่


Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.