เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2564 ศูนย์ภูมิภาคเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (RCSD) คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาสัยเชียงใหม่ จัดสัมนาออนไลน์เรื่อง วิกฤตมนุษยธรรมบนพรมแดนไทยพม่า โดยมีผู้เข้าร่วมจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกราว 200 คน โดยดร.ชยันต์ วรรธนะภูติ ผู้อำนวยการศูนย์ฯ กล่าวว่า ระยะที่ผ่านมาความรุนแรงในพม่า ทำให้ประชาชนจำนวนหนึ่งหนีภัยการสู้รบมายังประเทศไทย ที่ จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งมีทั้งคนแก่ เด็ก ผู้ป่วย แต่คำถามที่กำลังเกิดขึ้นคือ การช่วยเหลือทางมนุษยธรรมแก่ประชาชนเหล่านี้จะเป็นไปได้อย่างไร และทางการไทยจะมีแนวทางจัดการเรื่องนี้อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะนี้มีการโจมตีในรัฐคะเรนนี ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะเกิดการหนีภัยจากการสู้รบมายังชายแดนไทยมากยิ่งขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นางหน่อวากูชี เทนเดอร์ ผู้อำนวยการเครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อสันติภาพ (KPSN) กล่าวว่า เครือข่ายได้จัดทำรายงานรวบรวมสถานการณ์ล่าสุดในรัฐกะเหรี่ยง ชื่อรายงานว่า ความหวาดกลัวจากท้องฟ้า Terror from the Skies โดยขณะนี้เขตมือตรอ ของรัฐกะเหรี่ยง ซึ่งถูกโจมตีทั้งทางอากาศและทางบกโดยกองทัพพม่าในห้วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ประชาชนกว่า 70,000 คน ต้องหนีซ่อนตัวอยู่ในป่า โดยคิดเป็นร้อยละ 90 ของประชากรในเขตชนบนของมือตรอ ซึ่งกองทัพพม่าที่กระทำรัฐประหารได้อ้างว่ากองพล 5 ของ สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) เป็นผู้เริ่มความรุนแรงและฉีกข้อตกลงหยุดยิง NCA แต่จริงๆ แล้วกองทัพพม่าเข้ามารุกรานในรัฐกะเหรี่ยง ส่งกองกำลังมาตั้งฐานเพิ่มในเขตกองพล 5 โดยมีฐานทหารพม่ามากกว่า 80 ฐาน และมีความพยายามในการตัดถนนเพื่อส่งยุทธปัจจัย ซึ่งKNU คัดค้านมาโดยตลอด ทำให้มีการสู้รบอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา ในปี 2020 ประชาชนชาวกะเหรี่ยงได้เรียกร้องให้กองทัพพม่าถอนกองกำลังออกไป โดยเฉพาะฐานที่อยู่ใกล้กับหมู่บ้าน ที่ถูกทหารพม่าคุกคามและยิงปืน ค.ใส่โดยตลอด โดยกำหนดให้ถอนกำลังออกภายในเดือนธันวาคม แต่ทหารพม่ากลับไม่ปฏิบัติตาม และยังคงโจมตีหมู่บ้านต่างๆ เป็นผลให้ประชาชนจำนวนหนึ่งเริ่มหนีออกจากหมู่บ้านเพื่อซ่อนตัวจากการโจมตี จนกระทั่งมีการยึดฐานทหารพม่าที่สิหมื่ท่า ทำให้กองทัพพม่าส่งเครื่องบินรบมาโจมตีในทันที ส่งผลให้ประชาชน 5,000 คน ต้องหนีข้ามแม่น้ำสาละวินมาฝั่งไทย แต่ก็ถูกผลักดันกลับในเวลา 48 ชั่วโมง การโจมตีต่อเนื่องทำให้เกิดจำนวนประชาชนที่หนีภัยการสู้รบมากยิ่งขึ้น

นางหน่อวากูชี เทนเดอร์ กล่าวว่า สำหรับประชาชนที่ต้องพลัดถิ่นจากภัยการสู้รบในเวลานี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องได้รับการช่วยเหลือทางมนุษยธรรม ข้าวสาร ยา และอุปกรณ์ที่พัก จึงขอวิงวอนให้รัฐบาลไทยอนุญาตให้มีการส่งความช่วยเหลือดังกล่าวข้ามพรมแดนให้แก่ประชาชนแก่ผู้หนีภัย และขอให้นานาชาติให้การสนับสนุนความช่วยเหลือดังกล่าวผ่านการมีส่วนร่วมขององค์กรชาติพันธุ์ และยุติความช่วยเหลือด้านการพัฒนาแก่รัฐบาลเผด็จการทหารพม่า หยุดการสนับสนุนกระบวนการ NCA และยุติการลงทุนต่างๆ ในพม่าทันที

นางเซลลี่ ทอมป์สัน ผู้อำนวยการ The Border Consortium ซึ่งเป็นหน่วยงานให้ความช่วยเหลือแก่ศูนย์พักพิงชั่วคราาวที่ตั้งอยู่ตลอดแนวชายแดนไทยมากว่า 30 ปี กล่าวว่า ประเทศไทยเคยมีประสบการณ์ในการจัดการประชาชนผู้หนีภัยสงครามมาโดยตลอด ทำอย่างไรที่จะจัดการผู้พลัดถิ่นจากการสู้รบจำนวนมหาศาล เป็นความท้าทาย ที่ต้องประสานงานทุกระดับ ทำอย่างไรที่จะเข้าถึงผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ และจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องได้รับการสนับสนุนจากนานาชาติ

ศาสตราจารย์ฮิวโก้ สลิม มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ผู้เชี่ยวชาญด้านการทูตมนุษยธรรม ซึ่งเคยทำงานกับกาชาดสากลมาอย่างยาวนาน และผู้เขียนรายงานจริยธรรมมนุษยธรรม กล่าวว่า เผด็จการทหารเป็นสิ่งที่กำลังทำลายสังคมพม่าในวงกว้าง แวดวงการช่วยเหลือมนุษยธรรมที่มีประสบการณ์ทำงานหลายแห่งทั่วโลก การเห็นการผลักดันกลับผู้หนีภัยความตายเป็นสิ่งที่สะเทือนใจเป็นอย่างยิ่ง การปิดกั้นการช่วยเหลือมนุษยธรรมโดยหน่วยงานรัฐยิ่งเป็นสิ่งที่โหดร้าย สิ่งนี้เป็นความรับผิดชอบร่วมของภูมิภาค เป็นเหตุฉุกเฉินของประเทศพม่าที่ต้องมีระบบความช่วยเหลือที่จัดเรียงลำดับความสำคัญอย่างเชี่ยวชาญ เราพบว่าหน่วยงานสหประชาชาติกำลังไตร่ตรองว่าจะจัดความสัมพันธ์ทางการเมืองกับกองทัพพม่าผู้กุมอำนาจอยู่อย่างไร จะเป็นกลาง จะร่วมมือ จะสร้างแนวทางความช่วยเหลือ จะสร้างความปลอดภัยแก่เจ้าหน้าที่ และจะเริ่มส่งเงินทุนอย่างเป็นทางการอย่างไรในสถานการณ์ฉุกเฉินหากจะคงความสัมพันธ์กับกองทัพพม่า หรือจะเลือกที่จะยุติสิ่งนี้แล้วหันมาสร้างแนวทางความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมร่วมกับกลุ่มอื่นๆ ในพม่า 

สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่ริมแม่น้ำสาละวินซึ่งยังมีผู้หนีภัยจากการสู้รบอาศัยอยู่ตามจุดต่างๆ ในฝั่งไทย ปรากฎว่าที่บริเวณราท่า ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง ซึ่งมีผู้หนีภัยจำนวนนับร้อยคน ที่หนีมาจากบ้านสะคอท่าและใกล้เคียง ซึ่งอยู่ใกล้พรมแดนรัฐคะเรนนี (คะยา) ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม ล่าสุดเจ้าหน้าทหารไทยได้เดินทางไปแจ้งให้ทุกคนเดินทางกลับภายในสองวันนี้ ขณะที่ชาวบ้านพยายามร้องขออาศัยอยู่ต่อชั่วคราวเนื่องจากสถานการณ์ในฝั่งรัฐกะเหรี่ยงสงครามยังไม่คลี่คลาย

ขณะที่สั่งการณ์ไทย-เมียนมา จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งมีนายสิธิชัย จินดาหลวง ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธาน แถลงข่าวประจำวันระบุว่าหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 7 ร่วมกับศูนย์สั่งการชายแดนฯ ได้เข้าไปดูแลความปลอดภัยให้แก่ผู้หนีภัย โดยการจัดระเบียบและจัดสุขาภิบาลเพื่อป้องกันโรคระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า รวมถึงการป้องกันการแพร่เชื้อ และยังได้จัดเจ้าหน้าที่ชี้แจงข้อเท็จจริงของสถานการณ์เพื่อให้ผู้หนีภัยทราบ นอกจากนี้ยังได้ให้ความช่วยเหลือด้านสาธารณสุขโดยจัดหมวดทหารเสนารักษ์ เข้าให้การช่วยเหลือรักษาพยาบาลในเบื้องต้น หากมีผู้ป่วยหนักก็จะมีการเคลื่อนย้ายไปยังโรงพยาบาล รวมทั้งพ่นยาฆ่าแมลงเพื่อกำจัดพาหะโรคระบาดของมาลาเรีย  

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.