ชาวบ้านทวายปิดถนน_DDA

(ทวาย) 17 กันยายน – กลุ่มท้องถิ่นในนาม วิถีชีวิตชุมชนยั่งยืนและการพัฒนา (Community Sustainable Livelihood and Development – CSLD) ร่วมกับ สมาคมพัฒนาทวาย (Dawei Development Association – DDA) จัดแถลงข่าว เรื่อง “ความไม่เป็นธรรม และความไม่โปร่งใส เกี่ยวกับค่าชดเชยของ บจม. อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์” ที่สำนักงานของสมาคมพัฒนาทวาย ณ เมืองทวาย แคว้นตะนาวศรี ทางตอนใต้ของพม่า ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกว่า 30 คน

 

หลังจากเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2556 ชาวบ้านในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างถนน (ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ โครงการท่าเรือน้ำลึกและเขตนิคมอุตสาหกรรมทวาย ที่เชื่อมโยงระหว่างโครงการกับประเทศไทยที่จังหวัดกาญจนบุรี) จากได้รวมตัวกันปิดถนน และกักรถของบริษัท อิตาเลียนไทยฯ ไว้เป็นเวลา 3 วัน เนื่องจากไม่พอใจที่ทางบริษัทไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายต่อทรัพย์สิน และที่ดินที่ถูกยึดไปจากการสร้างถนน ทั้งนี้แม้ว่าที่ผ่านมาชาวบ้านจะไม่ได้ยินยอมในข้อตกลงเกี่ยวกับหลักการของการจ่ายค่าชดเชยก็ตาม แต่ทางบริษัทก็เคยสัญญาว่าจะจ่ายค่าชดเชยให้หลังจากการประเมินพื้นที่ผลกระทบนั้นเสร็จสิ้น แต่จนถึงบัดนี้ยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ ทั้งสิ้น

 

ทั้งนี้ ทางกลุ่มท้องถิ่นในนาม วิถีชีวิตชุมชนยั่งยืนและการพัฒนา CSLD ได้ยืนกรานเรียกร้องให้ บริษัท อิตาเลียนไทยฯ ให้คำตอบกับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุด เพื่อลดความตึงเครียดในพื้นที่ระหว่างชุมชนท้องถิ่นกับ บริษัท อิตาเลียนไทยฯ และหากไม่ได้รับคำตอบจากบริษัทภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้ ชาวบ้านจะสร้างรั้วกั้นถนนและปลูกต้นไม้ในที่ดินเดิมของพวกเขา และจะนำเรื่องฟ้องร้องต่อสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง หรือ เคเอ็นยู รวมถึงรัฐบาลพม่า และรัฐบาลไทย ด้วย

 

อนึ่ง โครงการท่าเรือน้ำลึกและเขตนิคมอุตสาหกรรมทวาย เป็นโครงการที่ บมจ. อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ ได้รับสัมปทานจากรัฐบาลพม่าเมื่อปี 2553 บนพื้นที่ 250 ตารางกิโลเมตร ที่เมืองทวาย แคว้นตะนาวศรี ทางตอนใต้ของประเทศพม่า อายุสัมปทาน 60 ปี โดยมีองค์ประกอบหลัก ได้แก่ ท่าเรือน้ำลึก นิคมอุตสาหกรรม ระบบสาธารณูปโภค และระบบขนส่งที่เชื่อมโยงมายังประเทศไทย ได้แก่ ถนน ทางรถไฟ ท่อส่งก๊าซ ท่อส่งน้ำมัน และสายส่งไฟฟ้าแรงสูง เพื่อเชื่อมต่อกับท่าเรือแหลมฉบังและนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด โดยได้จัดตั้ง บริษัท ทวาย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด เพื่อดำเนินงาน แต่ที่ผ่านมาบริษัทประสบปัญหาความล่าช้าของการก่อสร้างและการระดมทุน ซึ่งจะต้องใช้เงินลงทุนเบื้องต้นประมาณ 127,000 ล้านบาท

 

ปัจจุบันรัฐบาลไทย ได้วางแผนการสนับสนุนโครงการด้วยการจัดตั้ง บริษัท ทวาย เอสอีแซด ดีเวล๊อปเมนท์ จำกัด ในรูปแบบของนิติบุคคลเฉพาะกิจ (Special Purpose Vehicle: SPV) ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่าง สำนักงานพัฒนาความร่วมมือเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) (สพพ.) ของไทย ร่วมกับ Foreign Economic Relation Department ของประเทศพม่า เพื่อบริหารโครงการ นอกจากนี้รัฐบาลไทยยังได้เร่งรัดโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษ 81 เพื่อเชื่อมโยงเส้นทางจากทวายสู่ท่าเรือแหลมฉบังของไทย

 

สมาคมพัฒนาทวายระบุว่า โครงการทวายจะส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของชาวทวายกว่า 83,000 คน ในบริเวณ 3 พื้นที่ คือ

(1) พื้นที่ 204.5 ตร.กม. ของการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกและเขตนิคมอุตสาหกรรมทวายในเขตนาบูเล่ ซึ่งมีประชากร 32,274 คน จาก 3,977 ครัวเรือน ใน 21 หมู่บ้าน ที่จะต้องถูกอพยพ

(2) หมู่บ้านกาโลนท่า ซึ่งมีแผนก่อสร้างเขื่อนที่แม่น้ำตะลายยาร์ มีประชากรประมาณ 1,000 คน จาก 182 ครัวเรือน ที่จะต้องถูกอพยพ

(3) พื้นที่ก่อสร้างถนนระยะทาง 132 กิโลเมตรที่เชื่อมต่อระหว่างเขตนิคมอุตสาหกรรมทวายกับบ้านพุน้ำร้อนของประเทศไทย มีประชากรประมาณ 50,000 คนที่จะได้รับผลกระทบ

 

ชาวบ้านระบุว่า ตั้งแต่บริษัทเข้ามาปักหลักในพื้นที่ พวกเขาก็เริ่มประสบกับความยากลำบากในการทำมาหากิน และไม่สามารถใช้ชีวิตได้ปกติดังเดิม เช่น ไม่สามารถจะปลูกพืชผลตามฤดูกาลได้ ถูกจำกัดพื้นที่เพาะปลูก หรือได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่โครงการว่าให้ย้ายไปปลูกที่อื่น ถนนของหมู่บ้านถูกรถบรรทุกขนาดใหญ่ใช้สัญจรไปมาอยู่ตลอดเวลาจนสภาพใช้การไม่ได้โดยเฉพาะในหน้าฝน ส่วนในหน้าแล้งก็เกิดปัญหาฝุ่นคลุ้งตลบไปทั่ว และทางบริษัทมักไม่ใส่ใจที่จะมาปรับปรุงซ่อมแซมให้ชาวบ้าน ในขณะที่แหล่งน้ำของชุมชนก็ถูกทำลายจนไม่สามารถใช้อุปโภคบริโภคได้

 

และวันที่ 5 มีนาคม 2556 ที่ผ่านมา ชาวบ้านจากพื้นที่โครงการทวาย ประเทศพม่า ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ ประธานคณะอนุกรรมการด้านสิทธิชุมชนและฐานทรัพยากร คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประเทศไทย ระบุข้อกังวลเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนและสิทธิชุมชนในโครงการนี้ด้วย

 

 

 

———————

คณะกรรมการ วิถีชีวิตชุมชนยั่งยืนและการพัฒนา CSLD (ชุมชนกามองตวย)

แถลงการณ์

ความไม่เป็นธรรม และความไม่โปร่งใส เกี่ยวกับค่าชดเชยของ บจม. อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์

วันที่ 17 กันยายน 2556

กลุ่มท้องถิ่นในนาม วิถีชีวิตชุมชนยั่งยืนและการพัฒนา (Community Sustainable Livelihood and Development – CSLD) เรียกร้องให้ บริษัท อิตาเลียนไทยฯ (ITD) ตอบสนองอย่างทันที เกี่ยวกับการจ่ายค่าชดเชยให้กับ 38 หมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างถนนเชื่อมโยงระหว่าง ทิกะดอน (Thitgadon) และมยิตตา (Myitta) ซึ่งทางบริษัทได้ดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่ปี 2553 และถือเป็นโครงสร้างหลักของโครงการท่าเรือน้ำลึกและเขตนิคมอุตสาหกรรมทวาย

โดยปราศจากหลักการยินยอมที่ได้รับบอกแจ้งล่วงหน้าและเป็นอิสระ บริษัท อิตาเลียนไทยฯ ได้ดำเนินการก่อสร้างถนนในพื้นที่หมู่บ้านมยิตตา พินทาเตา และตะบิวชอง ตั้งแต่ปี 2553 และได้ทำลายต้นหมาก ยางพารา และมะม่วงหินมพานต์ ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักของชุมชน

 

ที่ดินของชาวบ้านถูกยึดไปอย่างไม่เป็นธรรมเพื่อการก่อสร้างถนน ซึ่งมันได้ทำลายวิถีชีวิตของชาวบ้านในหลายชุมชน เช่น มยิตตา พินมาเตา กาตองนี ตะบิวของ เยโบค คาเล็ทจี และทิกะดอน มาตั้งแต่ปี 2553 แม้ว่าชาวบ้านจะไม่ได้ยินยอมพร้อมใจในข้อตกลงเกี่ยวกับค่าชดเชย แต่ทางบริษัท อิตาเลียนไทยฯ ก็ได้สัญญาว่า จะจ่ายค่าชดเชยนั้นให้หลังจากการประเมินพื้นที่ผลกระทบนั้นเสร็จสิ้น แต่บริษัทก็ไม่ได้รักษาสัญญานั้น

การประชุมเกี่ยวกับการจ่ายค่าชดเชยเกิดขึ้นหลายครั้งในปี 2556 และทางบริษัท อิตาเลียนไทย ได้จ่ายค่าชดเชย (111) แยกต่างหากให้กับเจ้าของสวนยางพารา อย่างไรก็ตาม บริษัท อิตาเลียนไทยฯ ไม่ได้จ่ายเงินค่าชดเชยที่เหลือให้กับชาวบ้านอีก 38 คน และไม่มีกรอบเวลาที่แน่นอนที่กำหนดขึ้นอย่างโปร่งใสสำหรับการจ่ายค่าชดเชยที่เหลือ เจ้าของสวนบางคนไม่ได้รับค่าชดเชยใด ๆ เพราะบริษัทไม่ได้นับต้นไม้ในสวนของพวกเขาที่ถูกทำลายไปโดยการก่อสร้างถนนตั้งแต่ปี 2553

 

ดังนั้น ในวันที่ 9 กันยายน 2556 ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากหมู่บ้านตะบิวชองจึงได้เรียกร้องให้ บริษัท อิตาเลียนไทยฯ ตอบคำถามให้ชัดเจนเกี่ยวกับกระบวนการจ่ายค่าชดเชย และเพื่อที่จะเรียกร้องความสนใจจากสาธารณะเกี่ยวกับข้อวิตกกังวลของพวกเขา ในวันที่ 9 กันยายน 2556 ชาวบ้านจึงได้กักรถยนต์ของ บริษัท อิตาเลียนไทย จำนวน 3 คันไว้ และได้ปล่อยไปเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2556

 

จนถึงขณะนี้ บริษัท อิตาเลียนไทยฯ ยังไม่ได้ให้คำตอบที่ชัดเจนกับชาวบ้าน ดังนั้น กลุ่มท้องถิ่นในนาม วิถีชีวิตชุมชนยั่งยืนและการพัฒนา – CSLD จึงขอเรียกร้องให้ บริษัท อิตาเลียนไทยฯ ให้คำตอบกับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุด เพื่อที่จะลดความตึงเครียดระหว่างชุมชนท้องถิ่นกับ บริษัท อิตาเลียนไทยฯ ในอนาคต

 

พวกเราเชื่อว่า การพัฒนาโครงการไม่สามารถสำเร็จลุล่วงได้ หากปราศจากการยินยอมและการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่น

 

ติดต่อ:

Saw Kho – CSLD – (95) 0 931418851

Saw Kedoh – CSLD – (95) 0 949337492

U Thant Zin – Dawei Development Association – DDA – (95) 0 9422190691

 

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.