ไม่อยากเห็นชาวบ้านต่อสู้ลำพัง นักศึกษาเหนือหลายสถาบันร่วมยืนเคียงข้าง

ออกแถลงการณ์เรียกร้องรัฐเปิดเผยข้อมูลเพิ่ม 4 ประเด็น ระบุไม่เสียกำลังใจแม้ถูกมือมืดสกัดไม่ให้จัดงานที่ลานอมช.

 

 

3

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ที่คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้มีการจัดเวที “ค่าคน ค่าเขื่อน” เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์การสร้างเขื่อนต่างๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ จังหวัดเชียงใหม่ โดยนักศึกษาจาก มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เครือข่ายภาคประชาชน รวมทั้งชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่สร้างเขื่อนตามแผนการจัดการน้ำของรัฐบาล อาทิ ชาวบ้านจากบ้านสบลาน ตำบลสะเมิงใต้ อำเภอสะเมิง ,ชาวบ้านจากแม่นาจร อำเภอแม่แจ่ม และภาคีอื่นเข้าร่วมประมาณ 150 คน โดยมีการแสดงดนตรีสลับกับการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างเครือข่ายชาวบ้านกับนักศึกษาตลอดงาน

 

นายวราเมธ ชัยมงคล นักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า เดิมทีกิจกรรมจะจัดขึ้นในลานกิจกรรมองค์การนักศึกษามช. แต่ภายหลังติดปัญหา จึงต้องย้ายสถานที่มายัง สนามหญ้า คณะมนุษยศาสตร์ โดยนักศึกษาทุกคนที่เข้าร่วมทั้งกลุ่มกล้ากราวด์ มช. และมหาวิทยาลัยอื่นๆ ล้วนมีเจตนาเดียวกัน คือ จัดเวทีขึ้นมาเพื่อการร่วมรับฟังเสียงจากชาวบ้าน ในรั้วมหาวิทยาลัย และร่วมรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ไม่ได้แบ่งข้างว่าจะสนับสนุนหรือคัดค้าน โดยทางเครือข่ายนักศึกษาได้เตรียมบอร์ดระบายความรู้สึกในใจให้นักศึกษาร่วมลงความคิดเห็นต่อสถานการณ์การสร้างเขื่อนในประเทศไทย

 

“หลายครั้งผมถูกถามว่า มาขึ้นเวทีปราศรัยกลัวถูกยิง ถูกหมายชีวิตไหม ผมตอบเลยว่า ใครอยากรู้ว่าเด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาวเป็นอย่างไรก็ให้ลองดู ผมในฐานะลูกหลานของชาวสะเอียบ ที่ร่วมต่อต้านเขื่อนแก่งเสือเต้น จังหวัดแพร่ และในฐานะนักศึกษาที่มีสิทธิจะรู้ ถึงสถานการณ์เรื่องโครงการขนาดใหญ่ โดยเฉพาะเขื่อน โดยเรายกพื้นที่เชียงใหม่ เป็นกรณีแรก โดยเครือข่ายนักศึกษา จังหวัดเชียงใหม่ ที่ร่วมจัดเวทีนั้น ขอยืนยันว่าเป็นการสร้างโอกาสให้ชาวบ้านได้มาเผยแพร่ข้อมูลสู่รั้วแห่งปัญญาชนก็เท่านั้น หรือหากจะขยับเข้ามาใกล้ๆ ตัวหน่อย ก็ขอฟังในฐานะลูกหลานเชียงใหม่ ที่ไม่อยากปล่อยให้ชาวบ้านต่อสู้อย่างลำพัง” นายวรเมธ กล่าว

 

ทั้งนี้ ในเวที “ค่าคนค่าเขื่อน” ได้มีการนำเสนอข้อมูลจากหลายพื้นที่ เช่น ชาวบ้านจากแม่ขนิลใต้ อำเภอหางดง กรณีเขื่อนแม่ขาน หากมีการสร้างขึ้นจะก่อให้เกิดน้ำท่วมพื้นที่อุทยานแห่งชาติออบขาน 1,500 ไร่ ทั้งๆที่มีความวมบูรณ์ของป่าเบญจพรรและป่าเต็งรัง ที่มีสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์อาศัยอยู่ เช่น ชะนีธรรมดา หมาใน เป็นต้น โดยตัวแทนชาวบ้านได้กล่าวขอบคุณ นักศึกษาใน เชียงใหม่ ต่อกรณีร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่ ในการต่อสู้และติดตามปัญหา

 

นักศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่รายหนึ่ง เปิดเผยว่า ครั้งแรกที่ขอพื้นที่จัดกิจกรรมค่าคนค่าเขื่อน ซึ่งเตรียมจัดที่บริเวณกอง อ.มช. แต่แล้วถูกสั่งห้าม ทำให้พวกตนรู้สึกท้อจนต้องร้องไห้ และคิดว่าอาจจยกเลิกกิจกรรมแล้ว แต่เมื่อขออนุญาต คณะมนุษยศาสตร์เพื่อจัดกิจกรรมได้ และได้รับกำลังใจจากอาจารย์ในคณะ ทำให้รู้สึกมีกำลังใจมากขึ้น และยินดีร่วมเวทีกับชาวบ้านในครั้งต่อไปเมื่อมีโอกาส ซึ่งขอสัญญาว่าจะยืนเคียงข้างชาวบ้านต่อไป

 

————————
แถลงการณ์กลุ่มเครือข่ายนักศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่
————————

เรื่อง การเปิดเผยข้อเท็จจริงและผลกระทบที่จะได้รับจากการปฏิบัติตาม “โครงการเพื่อออกแบบและก่อสร้างระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน และระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศไทย ตามแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ” 

ตามที่รัฐบาลได้จัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งจัดทำ “โครงการเพื่อออกแบบและก่อสร้างระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนและระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศไทย” ทางคณะรัฐมนตรีจึงมีมติเห็นชอบให้มีกระบวนการในการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบรวมทั้งกระบวนการการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนซึ่งคณะอนุกรรมการจัดทำการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน (อรป.) ได้จัด “เวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชนต่อโครงการจัดการน้ำ 3.5 แสนล้าน” ครั้งแรก เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2556 ณ โรงเรียนจักรคำคณาทร จังหวัดลำพูน โดยการประชุมดังกล่าวทางอรป. ได้มีการนำเสนอข้อมูลในส่วนรายละเอียดโครงการ 9 โมดูลที่ผ่านการประมูลเรียบร้อยแล้วเข้าสู่กระบวนการเท่านั้นโดยยังมิได้บอกผลประโยชน์และผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ดำเนินโครงการ

ทางกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่มีความเห็นว่าข้อมูลดังกล่าวที่ทางคณะอนุกรรมการฯได้นำเสนอต่อประชาชนนั้น ไม่เพียงพอที่จะทำให้ประชาชนที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำโครงการสามารถทำความเข้าใจและยอมรับกับการจัดทำโครงการได้และด้วยความไม่เข้าใจเช่นว่านี้อาจส่งผลกระทบที่ร้ายแรงตามมา ทั้งทางด้านภาครัฐและภาคประชาชนด้วยเหตุนี้ ทางกลุ่มเครือข่ายนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่จึงเรียกร้องให้ทางคณะอนุกรรมการฯเปิดเผยข้อมูลการจัดทำโครงการเพิ่มเติม ในส่วนต่อไปนี้

1. รายละเอียดในการดำเนินการและพื้นที่ในการจัดทำโครงการฯ ทางคณะกรรมการควรมีข้อมูลที่สามารถระบุพิกัดพื้นที่ในการดำเนินโครงการให้ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่การดำเนินโครงการสามารถเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นกับตน ตลอดจนการกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการ และการระบุหน่วยงานที่รับผิดชอบในการดำเนินการโครงการฯดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนสามารถทราบถึงหน่วยงานที่ควรติดต่อ และรับคำปรึกษาเมื่อเกิดปัญหาหรือผลกระทบจากการดำเนินโครงการฯ

2. ผลกระทบต่อประชาชนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดทำโครงการ มิใช่เพียงบอกเพียงผลประโยชน์ในการจัดการน้ำที่ประชาชนนอกพื้นที่จะได้รับ แต่ควรระบุถึงผลประโยชน์และผลกระทบที่ประชาชนในพื้นที่การดำเนินโครงการจะได้รับ ตลอดจนแผนรองรับและการเยียวยาความเสียหายจากการดำเนินโครงการเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในการยอมรับการดำเนินโครงการและหาทางแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น

3. การให้ข้อมูลเอกสารรายละเอียดของโครงการเพื่อออกแบบและก่อสร้างระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนและระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศไทย ตามแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำควรเป็นภาษาท้องถิ่น เนื่องจากให้หลายพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบในการดำเนินการสร้างอ่างเก็บน้ำเป็นกลุ่มชาติพันธ์ รัฐบาลควรที่จะให้ข้อมูลรายละเอียดเป็นภาษาท้องถิ่นและควรมีการกล่าวรายละเอียดในประเด็นสำคัญเป็นภาษาท้องถิ่น เพื่อให้เกิดความเข้าใจในผลกระทบอย่างชัดเจนและทั่วถึงเพื่อประกอบการตัดสินใจ

4. การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนต่อการดำเนินโครงการต่างๆของภาครัฐซึ่งโครงการต่างๆนั้นรัฐบาลควรมีการลงพื้นที่ สำรวจ ตรวจสอบบริบทอย่างต่อเนื่องและมีการทำแบบสอบถามและการสังเกตการณ์อย่างมีส่วนร่วม รวมทั้งแบบประเมินทั้งด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมที่มีความเป็นธรรมและเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส เพื่อให้โครงการดังกล่าวสามารถตอบสนองความต้องการและเป็นประโยชน์ต่อภาคประชาชนอย่างสูงสุด

ในนามของกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งเคารพในระบอบประชาธิปไตย อันประชาชนทุกคนมีความเท่าเทียมและความเสมอภาคในการเข้าถึงข้อมูลและการแสดงออกซึ่งความคิดเห็น แม้ประชาธิปไตยจะยอมรับในความคิดเห็นเสียงส่วนใหญ่ แต่ก็มิควรเพิกเฉยต่อความเดือดร้อนของเสียงส่วนน้อยเช่นกัน

————————

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.