นักศึกษามช.รวมตัวใช้โซเชี่ยลเน็ตเวิร์ครณรงค์ค้านเขื่อน

ตั้งกลุ่ม “กล้ากราว”เปิดเพจในเฟสบุคหนุนชาวบ้าน-สิทธิชุมชน ระดมพลังเคลื่อนไหวใหญ่วันที่ 29 ชี้ “ค่าคน” มากกว่า”ค่าเขื่อน”

 

 

4

วันที่ 28 ตุลาคม 2556 นายธีระพงศ์ โพธิ์มั่น นายกสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต เปิดเผยว่า ก่อนที่คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย(กบอ.)จะจัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในวันที่ 30 ตุลาคมนี้ ทางเครือข่ายภาคประชาชนและนักศึกษาได้ร่วมกันจัดเวทีเพื่อรวมพลังในการรณรงค์คัดค้านเขื่อนในพื้นที่ขึ้นในวันที่ 29 ตุลาคม โดยมีผู้เข้าร่วมประมาณ 300 คน ซึ่งในส่วนของนักศึกษาจะมีการจัดเวทีรณรงค์เรื่อง”ค่าคน ค่าเขื่อน” ขึ้นที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.)โดยมีกิจกรรมแสดงดนตรีและแจกสติกเกอร์คัดค้านเขื่อน ภายใต้กิจกรรมของนักศึกษากลุ่ม กล้ากราว (Gla ground ) ที่ร่วมกันเปิดเพจในเฟสบุ๊ค เพื่อรณรงค์คัดดค้านเขื่อนและอนุรักษ์ธรรมชาติ เช่น ชาวมช.ค้านเขื่อนแม่วงก์ , CMU Love Nature , รณรงค์ค้านเขื่อนแม่แจ่ม ขณะที่ภาคประชาชนจะมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการจัดการทรัพยากรชุมชน ที่มูลนิธิเศรษศาสตร์ฯ เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการทำกิจกรรมค้านเขื่อนต่อไป

 

นายธีระพงค์ กล่าวว่า กิจกรรมที่เกิดขึ้น เป็นจุดเริ่มในการรวมพลังนักศึกษาอันเป็นคนรุ่นใหม่ให้เข้ามามีบทบาทในการเรียนรู้สถานการณ์สิ่งแวดล้อม และโครงการใหญ่ในภาครัฐ เพื่อรับข้อมูลข่าวสารในการเคลื่อนไหวทางสังคมด้วยวิธีสันติ ซึ่งตัวแทนองค์การพัฒนาเอกชน จะสนับสนุนเรื่องข้อมูลและงบประมาณบางส่วน รวมทั้งนำนักศึกษาลงพื้นที่ร่วมกันด้วย เพื่อจะได้วางแผนในการทำกิจกรรมร่วมกันเพื่อการรณรงค์ในอนาคต โดยเวทีที่เชียงใหม่เป็นเวทีแรก

 

“นักศึกษาหลายคน ผ่านการลงพื้นที่มาบ้างแล้ว ในรูปแบบอาสาสมัคร บ้างก็มีการแชร์ผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค บ้างก็ทำหน้าที่ในการแสดงดนตรีเพื่อความเพลิดเพลิน บ้างก็ร่วมรณรงค์กรณีค้านเขื่อนแม่วงก์ แม่แจ่ม มาก่อน ซึ่งพวกเขากระจัดกระจายกันอยู่ และมีการติดต่อกันผ่านโลกออนไลน์ และนำมาสู่เวทีแลกเปลี่ยนร่วมกัน นับเป็นโอกาสดีในการเปิดโลกข้อมูลเรื่องเขื่อน ข้อดี ข้อเสีย ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิทธิชุมชน สิทธิมนุษยชน เพื่อให้นักศึกษาที่เป็นพลังของสังคมได้รับรู้ และสร้างบทบาททางการเคลื่อนไหวต่อไป ในฐานะปัญญาชนของสังคม” นายธีระพงศ์ กล่าว

 

ด้านนส.เบญจพรรณ มะโนหาญ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะวิทยาศาสตร์ มช. กล่าวว่า กลุ่มกล้ากราวด์ เป็นกลุ่มที่ตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางการประชาสัมพันธ์กิจกรรมของนักศึกษาที่สนใจประเด็นปัญหาสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของเครือข่ายภาคประชาชนที่จัดขึ้นเกี่ยวกับประเด็นสิ่งแวดล้อม จะได้เป็นหนทางในการติดต่อเข้าร่วมกิจกรรมของนักศึกษาทุกภาคส่วน โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาทั่วประเทศสามารถติดต่อเครือข่ายต่างๆ ได้โดยตรงผ่านกลุ่มในเฟสคบุ๊ค นอกจากนี้ยังมีการอ่านการแถลงการณ์ของภาคนักศึกษาในวันที่ 29 ตุลาคม เวลาประมาณ 19.00 น.ด้วย โดยเน้นที่การเรียกร้องให้รัฐบาล ทบทวนโครงการสร้างเขื่อนและฟลัดเวย์ ตามแผนการจัดการน้ำ 3.5 แสนล้าน แล้วหันมาให้ความสำคัญกับการจัดการทรัพยากรโดยประชาชน เคารพในสิทธิชุมชน และชาติพันธุ์ต่างๆ ในการมีส่วนร่วมในการดูแลปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

 

นส.ธรรมนิจ ศุภกิจเจริญ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะมนุษย์ศาสตร์ มช. กล่าวว่า เขื่อนแม่วงก์ คือ จุดเริ่มแรกที่ทำให้นักศึกษาสนใจสถานการณ์เขื่อนมากขึ้น การเคลื่อนไหวครั้งนั้น ถือว่า เปิดหู เปิดตานักศึกษาให้รับรู้ปัญหาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น อาจเป็นเพราะมีกระแสออนไลน์ที่เร็วและสะดวก จึงมีกลุ่มคนรุ่นใหม่เข้าร่วมได้ง่าย เชื่อว่าการคัดค้านเขื่อนอื่นหากอาศัยโลกออนไลน์เผยแพร่ข้อมูลก็จะสำเร็จได้เช่นกัน แต่เหตุผลที่เราเลือกแม่แจ่ม เพราะใกล้สถานศึกษา ซึ่งหากกลุ่มอื่นสนใจรูปแบบก็อาจนำไปรับใช้ในพื้นที่ของตนเองได้ ไม่สำคัญว่าเป็นพื้นที่ใด สำคัญแค่ทำเพื่ออะไร

 

นส.ธรรมนิจ กล่าวต่อว่า ในส่วนของกลุ่มกล้ากราวด์ นั้นเริ่มต้นที่การเรี่ยไรเงินและจัดกิจกรรมเล็กๆ ลงพื้นที่สำรวจข้อเท็จจริง โดยส่วนตัวเคยลงพื้นที่ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ศึกษาสภาพป่าก็พบว่ามีความส

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.