หนุนผู้ถือหุ้นเลิกเชื่อถือ บ.ทุ่งคำฯ ชี้ดำเนินกิจการไร้จริยธรรม วอนช่วยสั่งการเจ้าของบริษัท ถอนฟ้องคดีความของชาวบ้าน

mine

เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2556 เวลาประมาณ 10.00 น. เครือข่ายคนรุ่นใหม่ติดตามและเฝ้าระวังผลกระทบจากการทำเหมืองแร่ประเทศไทย เรื่องการขาดจริยธรรมอย่างร้ายแรงของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด พร้อมชาวบ้าน อ.วังสะพุง จ.เลย ที่ได้รับผลกระทบจากกิจการเหมืองแร่ทองคำ ประมาณ 100 คนเดินทางมายังอาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กรุงเทพเพื่อทำกิจกรรมรณรงค์คัดค้านการประกอบกิจการของเหมืองทองคำ และอ่านแถลงการณ์คัดค้าน โดยมีการแสดงป้ายรณรงค์และแสดงกิจกรรมทั้งดนตรี ศิลปะ หน้าอาคารตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อชี้ให้เห็นผลกระทบจากการประกอบกิจการของ บริษัท ทุ่งคำ ฯ พร้อมทั้งแสดงเหตุการณ์จำลองที่เคยเกิดขึ้นในพื้นที่ บ้านนาหนองบ่ง อ.วังสะพุง ด้วย อาทิ การทำลายกำแพงปกป้องชุมชนและการก่อความไม่สงบจากชายชุดดำ ชายนิรนามทุกกรณี เหตุการณ์ที่ชาวบ้านถูกฟ้องศาลข้อหาบุกรุกพื้นที่ประกอบกิจการของบริษัทฯ ตลอดจนนำเสนอตัวแทนที่มีการตรวจพบสารพิษในร่างกาย มาร่วมรณรงค์คัดค้านด้วย

 

นายสมพาน เส วันนา กล่าวว่า ตนและชาวบ้านรู้สึกผิดหวังต่อการกระทำของรัฐบาลทีเอื้อทุนขนาดใหญ่ในการประกอบกิจการเหมืองทองอย่างมาก ทั้งๆที่แพทย์ในพื้นที่ตรวจพบชาวบ้านหลายสิบคนที่มีสารไซยาไนด์ แต่รัฐและทุนก็ยังละเลยต่อการกระทำของบริษัทและยังมีแนวโน้มว่าจะขยายพื้นที่ ระเบิดภูเขา ทำกิจการเพิ่มเติมด้วยทั้งที่มีเสียงคัดค้านมากมาย ขณะที่ตนก็ได้ตรวจพบสารไซยาไนด์ตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว นอกจากไม่ได้รับการเยียวยาอย่างเป็นธรรมแล้ว ยังต้องมาต่อสู้ปกป้องชุมชน ด้วยความหวังที่จะชนะน้อยมาก จึงอยากให้ผู้ลงทุนทุกท่าน เปิดใจกว้างๆ และรับรู้ว่า บริษัท ทุ่งคำ ไม่มีความน่าเขื่อถือต่อไป

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในกิจกรรมรณรงค์ครั้งนี้ เครือข่ายนคนรุ่นใหม่ฯ ร่วมอ่านแถลงการณ์โดยมีเนื้อหาบางตอนว่า พวกเราเครือข่ายคนรุ่นใหม่ฯ ขอเรียกร้อง 4 ประการ คือ 1 ให้ยกเลิกผลการจัดเวที public scoping เพราะเป็นเวทีที่ขาดความชอบธรรม ปิดกั้นการมีส่วนร่วมของประชาชน 2 ขอให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตรวจสอบจริยธรรมและธรรมาภิบาลในการดำเนินธุรกิจของ บริษัท ทุ่งคาฮาเบอร์ 3 ขอให้ตลาดหลักทรัพย์เพิกถอนหลักทรัพย์ของบริษัททุ่งคาฮาเบอร์ 4 ขอให้กำกับจริยธรรมและธรรมาภิบาลด้วยการสั่งให้ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ในเครือของ บริษัท ทุ่งคาฮาเบอร์ถอนฟ้องคดีชาวบ้านทั้งหมด”

————————————–

แถลงการณ์

เครือข่ายคนรุ่นใหม่ติดตามและเฝ้าระวังผลกระทบจาการทำเหมืองแร่ประเทศไทย

เรื่องการขาดจริยธรรมอย่างร้ายแรงของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด

 

ในวันที่ 8 กันยายน 2556 การจัดเวทีกำหนดขอบเขตศึกษารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ หรือพับลิก สโคปปิง เพื่อประกอบการขอประทาน ของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด ที่วัดโพนทอง ต.นาโป่ง อ.เมือง จ. เลย นั้นมีการปิดกั้นไม่ให้ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจของบริษัทเข้าร่วมแสดงความคิดเห็น โดยใช้กองกำลังตำรวจมากกว่า 700 นาย การกระทำดังกล่าวได้กระทำราวกับว่าชาวบ้านเป็นอาชญากร ทั้งๆ ที่พวกเขาต้องการเดินทางมาเพื่อแสดงความคิดเห็นเท่านั้น ใครกันแน่ที่เป็นอาชญากร? ใครกันแน่ที่ปล้นชิงทรัพยากรของผู้อื่นราวกับอาชญากร ทั้งนี้ ตลอดการดำเนินการของทุ่งคำในการทำเหมืองแร่ทองคำเกือบสิบปีที่ผ่านมา ในท้องที่ ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย นั้น ได้ก่อเกิดปัญหาและผลกระทบต่างๆ มากมาย พบชาวบ้านหลายร้อยคนมีสารพิษและโลหะหนักปนเปื้อนสะสมอยู่ในร่างกายจนเกินเกณฑ์มาตรฐาน จำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ

 

จากที่กล่าวมาข้างต้นแสดงให้เห็นถึงการขาดจริยธรรมและธรรมาภิบาลอย่างร้ายแรงในการประกอบกิจการของทุ่งคำ ซึ่งจริยธรรมและธรรมาภิบาลนั้นเป็นข้อกำหนดหนึ่งของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งพวกเรารู้ดีว่าของทุ่งคำเป็นธุรกิจหลักของบริษัทแม่คือบริษัททุ่งคาฮาเบอร์

 

แต่ทุ่งคำและทุ่งคาฮาเบอร์ไม่เคยเกิดสำนึกรับผิดชอบใดๆ มิหนำซ้ำยังฟ้องคดีชาวบ้านให้สาแก่ใจ ด้วยเหตุที่ชาวบ้านช่วยเหลือตัวเองด้วยการก่อกำแพงขวางถนนเพื่อปิดกั้นรถขนสารเคมีเป็นพิษในกระบวนการทำเหมืองแร่ แต่งแร่และถลุงแร่ แต่ทุ่งคำกลับโกรธแค้นชาวบ้านด้วยการฟ้องคดีทั้งอาญาและแพ่ง

 

ในวันนี้เรากลุ่มเครือข่ายคนรุ่นใหม่ติดตามและเฝ้าระวังผลกระทบจากการทำเหมืองแร่ประเทศไทย ได้มารวมตัวกันที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อมาบอกกับคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ฯ ซึ่งท่านกำลังร่วมเป็นส่วนหนึ่งของอาชญากรรมครั้งนี้ ถ้าหากท่านนิ่งดูดายปล่อยให้อาชญากรเหมืองแร่ฆ่าชาวบ้านอย่างเลือดเย็น เหมือนตายทั้งเป็น-ตายในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ เรามาเพื่อให้ท่านตั้งคำถามกับตัวท่านเองว่าท่านเป็นส่วนหนึ่งของอาชญากรรมครั้งนี้หรือไม่ ท่านกำลังส่งเสริมให้มีการซื้อขายหุ้นบนกองเลือดของประชาชนหรือไม่ นั่นเท่ากับว่าตลาดหลักทรัพย์แห่งนี้กำลังจะเปื้อนไปด้วยเลือดของประชาชน

 

พวกเรามีข้อเรียกร้อง 4 ประการ ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ฯ ดังนี้

 

1. ขอให้ยกเลิกผลของการจัดเวทีพับลิก สโคปปิง เพื่อจัดทำรายงาน EHIA เพราะเป็นเวทีที่ขาดความชอบธรรมขัดต่อรัฐธรรมนูญฯ โดยใช้กองกำลังตำรวจปิดกั้นการมีส่วนร่วมของประชาชนทั้งสองเวที
2. ขอให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย. แสดงจุดยืนเคียงข้างประชาชนโดยดำเนินการสอบจริยธรรมและธรรมาภิบาลในการดำเนินธุรกิจของทุ่งคาฮาเบอร์ ที่เป็นบริษัทแม่ของทุ่งคำอย่างเร่งด่วน และต้องเผยแพร่รายงานการตรวจสอบสู่สาธารณะ การไร้จริยธรรมและธรรมาภิบาล การกลั่นแกล้งชาวบ้านด้วยการฟ้องคดี และอื่นๆ ประกอบการตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วน
3. ขอให้ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ.คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ฯ เพิกถอนหลักทรัพย์ของทุ่งคาฮาเบอร์ออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อเป็นการลงโทษขั้นร้ายแรง ต่อการก่ออาชญากรรมขั้นร้ายแรงกับชาวบ้านใน ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย
4. ขอให้กำกับจริยธรรมและธรรมาภิบาลด้วยการสั่งให้บริษัททั้งสองถอนฟ้องคดีชาวบ้านทั้งหมด

 

เครือข่ายคนรุ่นใหม่ติดตามและเฝ้าระวังผลกระทบจาการทำเหมืองแร่ประเทศไทย วันที่ 4 พฤศจิกายน 2556

รายชื่อกลุ่มที่ร่วมเครือข่าย

กลุ่มคนรักษ์บ้านเกิด

กลุ่มเผยแพร่สิทธิมนุษยชนเพื่อนสังคม(ดาวดิน)

ชมรมนักศึกษาเพื่อการพัฒนา(ชนพ.) ม.ขอนแก่น

กลุ่มนกกุญแจ มหาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด

กลุ่มเยาวชนสร้างสันต์สุราษฎร์ธานี

อาศรมต้นบาก

กลุ่มรักษ์เขาชะเมา

คนรุ่นใหม่ตะวันออก

กลุ่มเยาวชนอนุรักษ์ลุ่มน้าคลองยัน จ. สุราษฐ์ธานี

 

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.