เวทีรับฟังน้ำจ.แพร่คึกคัก-ชาวสะเอียบ 800 ร่วมค้านเขื่อน ชาวบ้านยื่นหนังสือถึงผู้ว่าฯแนะ 12 แนวทาบริหารจัดการน้ำ

phrae

เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2556 ที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ วิทยาเขตแพร่ คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย(กบอ.)ได้จัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นประชาชน ในโครงการเพื่อออกแบบและก่อสร้างระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนและระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศไทยตามแผนแม่บทการบริหารการจัดการทรัพยากรน้ำ ทั้งนี้ในช่วงเช้าบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีทั้งกลุ่มผู้สนับสนุนและกลุ่มคัดค้านการสร้างเขื่อนมาร่วมงาน

 

นายประสิทธิพร กาฬอ่อนศรี กรรมการกลุ่มราษฎรรักษ์ป่า เปิดเผยว่า มีชาวสะเอียบเดินทางมาร่วมรณรรงค์ต่อต้านเขื่อนแก้งเสือเต้นประมาณ 800 คน จากที่จำนวนจริงที่ กบอ.กำหนดไว้เพียง 121 คนเท่านั้น โดยจะต้องทยอยลงทะเบียนกันครบทุกคน ซึ่งชาวสะเอียบ จำนวน 121 คนที่ถูกเชิญเข้าห้องประชุมนั้นมีสิทธิ์เข้าไปรับฟังการประชุมในเวทีใหญ่ และเวทีย่อย ขณะที่ชาวบ้านที่เหลือได้ถือป้ายรณรงค์และให้กำลังใจ พร้อมทั้งสังเกตการณ์ อยู่บริเวณด้านนอก

 

นายประสิทธิพร กล่าวว่า แนวโน้มของการรับฟังความคิดเห็นยังไม่มีท่าทีว่าจะยุติได้ง่าย และโครงการสร้างเขื่อนที่ภาครัฐพยายามผลักดันก็ยังคงไม่นิ่ง แต่ชาวบ้านและส่วนท้องถิ่นพยายามเสนอทางออกที่เหมาะสมที่สุดแล้ว โดยเน้นการจัดการทรัพยากรโดยชุมชน มากกว่าการเดินหน้าโครงการเขื่อน อาทิ กรณีที่องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ก็ได้เสนอแผนสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กจำนวนมากถึง 159 อ่าง มีพิกัด ตำแหน่งที่ชัดเจน ซึ่งน่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่าการสร้างเขื่อนอันทำลายชีวิตของคนนับร้อย นับพันและทำลายป่าสักทองอันมีค่า

 

นายประสิทธิพร กล่าวด้วยว่า ชาวบ้านที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุม ได้ยื่นหนังสือเหตุผลที่คัดค้านและทางออกในการจัดการเรื่องน้ำแก่ ดร.วสันต์ จอมภักดี อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และยื่นต่อผู้ว่าราชการจังหวัด รวมทั้งประธานคณะกรรมการรับฟังประชาชน เพื่อให้พิจารณาถึงข้อคิดเห็นของชาวบ้าน ซึ่งยังไม่แน่ใจว่าจะได้ผลหรือไม่ ทั้งนี้ตนขอยืนยันว่า เหตุผลที่คัดค้านยังคงเหมือนเดิม คือ ไม่อยากให้รัฐเดินหน้าสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น หรือเขื่อนยมบน- ยมล่างเพราะ ผลการศึกษาของ องค์การอาหารและการเกษตรโลก (FAO) ด้วยเหตุผลเรื่องการป้องกันน้ำท่วม เขื่อนแก่งเสือเต้น สามารถ เยียวยาปัญหาน้ำท่วมได้ เพียง 8 เปอร์เซ็นต์ เขื่อนยมบนเขื่อนยมล่าง จุน้ำได้เพียงครึ่งเดียว ยิ่งไม่มีทางแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้เลย อีกทั้งผลการศึกษาของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนา ประเทศไทย (TDRI) สรุปว่า เขื่อนแก่งเสือเต้นไม่คุ้มทุน ส่วนเขื่อนยมบนเขื่อนยมล่างนั้น ยิ่งใช้งบประมาณมากกว่าเขื่อนแก่งเสือเต้นเสียอีก จึงไม่มีทางที่จะคุ้มทุนได้ ขณะที่ผลการศึกษาของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) สรุปว่าหากสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นจะกระทบต่อระบบนิเวศน์ของอุทยาน แห่งชาติแม่ยมเป็นอย่างมาก หากเก็บผืนป่าที่จะถูกน้ำท่วมไว้จะมีมูลค่าต่อระบบนิเวศน์ และชุมชนอย่างมาก

 

ทั้งนี้หนังสือที่ชาวสะเอียบยื่นแก่ผู้ว่าราชการและประธานจัดการประชุม ประกอบด้วยทางออก 12 แนวทาง ได้แก่ 1.ฟื้นฟูป่าต้นน้ำ รักษาป่าที่เหลืออยู่ ป้องกันการบุกรุกป่า ให้ป่าซับน้ำไว้เป็นเขื่อนถาวรและยั้งยืน 2.รักษาและพัฒนาป่าชุมชน ทุกชุมชนควรมีป่าชุมชนไว้ใช้สอย เป็นซุปเปอร์มาร์เก็ตของชุมชน รักษาป่าอนุรักษ์ โดยเฉพาะป่าอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า

 

3.ปลูกต้นไม้เพิ่ม สร้างพื้นที่สีเขียวให้กับครอบครัว ชุมชน หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด ภาค และ ประเทศชาติ 4.ฟื้นฟูระบบเหมืองฝาย พัฒนาฝายดักตะกอน ฝายชะลอน้ำ ฝายกักเก็บน้ำ ให้ทั่วทุกพื้นที่ที่มีศักยภาพ สนับสนุนให้ทุกชุมชนได้พัฒนา ฟื้นฟูระบบการจัดการน้ำชุมชน 5.เพิ่มพื้นที่กักเก็บน้ำตามลำน้ำสาขา พัฒนาอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง ขนาดเล็ก ทั้ง 77 ลำน้ำสาขา ของแม่น้ำยม ซึ่งจะกักเก็บน้ำได้มากกว่าเขื่อนแก่งเสือเต้นถึง 3 เท่า

 

6.ทำแหล่งรับน้ำหลากไว้ทุกชุมชน โดยกรมทรัพยากรน้ำได้สำรวจไว้แล้ว 395 แหล่ง เก็บน้ำได้มากกว่า 1,500 ล้าน ลูกบาศก์เมตร ซึ่งมากกว่าเขื่อนแก่งเสือเต้น ซึ่งเก็บน้ำได้เพียง 1,175 ล้าน ลูกบาศก์เมตร แต่ใช้งบเพียง 4,000 กว่าล้านบาท น้อยกว่าเขื่อนแก่งเสือเต้นถึง 3 เท่า 7.พัฒนาโครงการหนึ่งหมู่บ้านหนึ่งแหล่งน้ำ หนึ่งตำบลหนึ่งแหล่งน้ำ ทั่วทั้งลุ่มน้ำยม 8.สนับสนุนการจัดการน้ำระดับครัวเรือน และระดับชุมชนโดยใช้ภูมิปัญญาชาวบ้าน ได้แก่ ขุดบ่อ หรือ สระน้ำในไร่นา รวมทั้งอนุรักษ์

 

9.พัฒนาระบบภาษีเพื่อสิ่งแวดล้อม ชุมชนไหนรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อตัวเองและเพื่อชุมชนอื่น ควรได้รับการสนับสนุน 10.กระจายอำนาจและงบประมาณให้กับชุมชนท้องถิ่น ในการวางแผนระบบการจัดการน้ำโดยชุมชน 11.ทบทวนนโยบายการส่งเสริมปลูกพืชเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในฤดูแล้ง เพื่อลดปริมาณการใช้น้ำ และส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจแบบพอเพียง 12.ส่งเสริมระบบการใช้ที่ดินให้สอดคล้องกับภูมิสังคม สนับสนุนโฉนดชุมชน สร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับชุมชน ยุติการขับไล่ชุมชนออกจากป่า

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.