ความชั่วร้ายในเวทีรับฟังแผนจัดการน้ำ 3.5 แสนล้าน- ความชั่วร้ายในเวทีจำอวดของรัฐบาล- ความชั่วร้ายในวิกฤตของมหาวิกฤต

pic1

ผมคิดว่าการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้าน หรือที่มีชื่อเต็มๆว่าการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในโครงการเพื่อออกแบบและก่อสร้างระบบการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืนและระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศไทยตามแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ของคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) กำลังก้าวมาถึงจุดวิกฤตที่ประชาชนซึ่งอยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบรู้สึกสิ้นหวังและไม่ได้รับความเป็นธรรมใดๆ เลย จึงพร้อมเดินหน้าลุยหน่วยงานของรัฐบาลที่รับผิดชอบ

 

สาเหตุที่ประชาชนสิ้นหวังเพราะไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากพฤติกรรมการรับฟังของกบอ.เต็มไปด้วยศาสตร์แห่งความชั่วร้าย โดยเฉพาะการใช้ระบบหัวคะแนนร่วมมือกลไกราชการและนักการเมืองท้องถิ่น “ขนคน”ที่ไม่ได้รับผลกระทบในพื้นที่มาร่วมเวทีจำนวนมาก เพื่อใช้เป็นข้ออ้างให้รับฟังได้ว่าคนส่วนใหญ่ในเวทีนั้นเห็นด้วยกับโครงการ ขณะที่ประชาชนซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงในพื้นที่กลับถูกกีดกันทุกวิถีทางและให้โควต้าเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นแบบจำกัดจำเขี่ย

 

ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือเวทีที่เชียงใหม่เมื่อวันที่ 30 ตค. ซึ่งได้มีการขนมวลชนของนักการเมืองไปร่วมเวทีจำนวนมาก โดยมีการจัดรถรับ-ส่งและจ่ายเบี้ยเลี้ยงกันเอิกเกริก ขณะที่ชาวบ้านจากพื้นที่สร้างเขื่อนแม่แจ่ม แม่ขาน ต้องเดินทางออกมาจากป่าเขากันตามมีตามเกิด แถมเมื่อมาถึงกลับถูกขัดขวางให้ส่งเพียงตัวแทนไม่กี่คนเข้าร่วมประชุม ที่น่าหวั่นใจที่สุดคือเกิดการเผชิญหน้าระหว่างประชาชนที่สนับสนุนรัฐบาลกับประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

 

การจัดการรับฟังความคิดเห็นด้วยวิธีการอันแสนยั่วยุของกบอ.โดยการว่าจ้างให้นักวิชาการจากสถาบันการศึกษา อาทิ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นเครื่องมือ เป็นสิ่งที่ควรถูกประณามมากที่สุด เพราะปล่อยให้เกิดการเผชิญหน้าระหว่างประชาชนในพื้นที่ที่มีโครงการกับประชาชนที่สนับสนุนรัฐบาล หรือระหว่างประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนกับเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งสถานการณ์ความรุนแรงที่ก่อตัวสะสมตั้งแต่ลำพูน เชียงใหม่ อุทัยธานี แพร่ ฯลฯ จนกระทั่งล่าสุดซึ่งเกิดขึ้นในจังหวัดกำแพงเพชรเมื่อวานนี้ (15 พย.) ที่ถึงขนาดจับกุมชาวบ้านที่ไม่เห็นด้วยคุมขัง กำลังกลายเป็นระเบิดลูกใหญ่ที่รัฐบาลวางไว้เอง

 

แทนที่การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจะเป็นการกระจายความรู้ความเข้าใจให้ประชาชน กลับกลายเป็นเวทีจำอวดที่แสดงพลังมวลชนของรัฐบาล ถ้าจะบอกว่ารัฐบาลไม่รู้เรื่องในรายละเอียดเลยคงไม่ได้ เพราะแทบทุกเวทีผู้ว่าราชการจังหวัดลงไปกำกับเอง และนายหลายเวทีนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ลงไปสังเกตการณ์ด้วยตัวเอง

 

ในวันที่ 20 พฤศจิกายน กบอ.จะเปิดเวทีรับฟังที่จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งที่นั่นคนลุ่มน้ำชมภู 3 หมู่บ้านที่จะเดือดร้อนจากเขื่อนกั้นลำน้ำชมภู ย่อมต้องการเข้าไปแสดงความคิดเห็นและคงต้องเกิดการเผชิญหน้ากับมวลชนที่รัฐบาลจัดตั้งและเจ้าหน้าที่ของทางการ

 

ส่วนวันที่ 22 พฤศจิกายน จะมีการจัดเวทีรับฟังที่เมืองแม่กลอง (จ.สมุทรสงคราม) ซึ่งที่นั่นคนเกือบทั้งเมืองต่างไม่เอาแม่น้ำสายใหม่ เช่นเดียวกับวันที่ 29 พฤศจิกายน ซึ่งจะจัดขึ้นที่เมืองกาญจน์ และวันที่ 2 ธันวาคม จะจัดขึ้นที่นครปฐม ซึ่งเป็นย่านที่ดังกระหึ่มด้วยเสียงต่อต้านแม่น้ำสายใหม่หรือฟลัดเวย์ตะวันตก

 

การรับฟังความคิดเห็นของกบอ.ใน 9 หรือ 10 ครั้งที่ผ่านมา ได้ใช้เล่ห์เหลี่ยมและกลอุบาย เพื่อให้ความปรารภนาในการดำเนินโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาทบรรลุผล โดยไม่คำนึงถึงคุณธรรมและจริยธรรมในการใช้อำนาจของคณะผู้บริหารประเทศ แถมยังพยายามปกปิดแผ่นฟ้าด้วยฝ่ามือ

 

หากรัฐบาลยังไม่ยอมสั่งให้กบอ. ถอยหรือปรับเปลี่ยนวิธีการรับฟังความคิดเห็น สถานการณ์อาจลุกลามไปถึงขั้นเสียเลือดเสียเนื้อได้ เพราะชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบต่างถูกบีบคั้นให้ตกอยู่ในสภาพ “จนตรอก” และต้องถูกบังคับให้เสียบ้านเสียเมือง

 

บางทีกองเพลิงที่ถนนราชดำเนินอาจจะลุกโชติช่วงขึ้นไปอีก เพราะมีฟืนสุมใส่อีกหลายดุ้น

———————-

โดย ภาสกร จำลองราช

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.