คำถามของแม่เฒ่าริมลำน้ำชมภู “เขาเอาเขื่อนมาทำไม”

  yaikorn

บ้านยกพื้นสูงหลังคามุงจากรายล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่ แม้ดูไม่มั่นคงแข็งแรกนัก แต่ก็ร่มรื่นน่าอยู่และสามารถคุ้มแดดคุ้มฝนให้ “ยายคร” มานานกว่า 40 ปี

 

หลังบ้านมีลำคลองชมภูไหลผ่าน ยายครได้อาศัยลำน้ำสายนี้หาอยู่หากินและเลี้ยงลูก 2 คนจนเติบใหญ่

 

ผืนป่าใหญ่และคลองชมพูช่วยเกื้อกูลวิถีชีวิตของคนในชุมชนลุ่มน้ำชมภูหลายหมู่บ้านมาหลายชั่วคน แต่แล้ววันดีคืนดีชาวบ้านก็ได้ข่าวว่าทางการมีแผนสร้างเขื่อนกั้นลำน้ำชมภู

 

“เงินไม่อยากได้หรอก อยากได้ที่ทำกิน อยากได้บ้าน ซึ่งตอนนี้ยายก็มีอยู่แล้ว ยายไม่ยอมย้ายไปไหนหรอก เราหักร้างถางพงกันมาก่อนที่จะมีอุทยานเสียอีก แล้วจะให้ยายไปอยู่ที่อื่นได้อย่างไร” แม่เฒ่ารู้สึกหวั่นใจกับข่าวที่ได้ยินมา

 

กบอ.มีแผนสร้างเขื่อนกั้นลำน้ำชมภู ตามโครงการเงินกู้ในแผนบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ทำให้ชาวบ้านลุ่มน้ำชมภู ต่างหวั่นวิตกและร่วมกันคัดค้านอย่างแข็งขัน โดยในวันที่ 20 พฤศจิกายนนี้ กบอ.จะเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นที่สถาบันราชภัฎพิบูลสงคราม แต่ก่อนหน้านั้นในวันที่ 19 ชาวบ้านจะร่วมกันซักซ้อมกันก่อน

 

แม้ยังไม่รู้ว่าจะได้เข้าไปร่วมแสดงความคิดเห็นในเวทีสักกี่คน ทั้งๆที่คนหลายหมู่บ้านที่กำลังจะได้รับผลกระทบโดยตรงอยากให้ข้อมูลและอธิบายข้อเท็จจริงนานัปการ แต่ดูเหมือนเวทีรับฟังความคิดเห็นจะไม่เปิดกว้างสำหรับคนลุ่มน้ำชมภู เพราะเขาให้โควตาเพียงไม่กี่คน เช่นเดียวกับการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นเมื่อ 9-10 ครั้งที่ผ่านมา ซึ่งประชาชนกลุ่มใหญ่ในห้องประชุมคือคนที่กบอ.และทางการชัดจูงมา

 

“ตอนไปตกเบ็ด ยายเคยเห็นจระเข้อยู่หลายครั้ง เมื่อก่อนโน่นเห็นบ่อย แต่ตอนหลังไม่ค่อยเห็น แต่เขาก็ยังอยู่ในคลองนั่นแหละ เพราะยังมีคนเคยเห็นอยู่ เมื่อปีที่แล้วพวกป่าไม้ยังมาเก็บเอาไข่ไปเลย” ยายครสะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติหลังบ้าน ซึ่งนอกจากเป็นแหล่งจรเข้น้ำจืดสายพันธุ์ที่ใกล้สูญหายเต็มที ลุ่มน้ำชมพูยังมีความหลากหลายทั้งเรื่องพันธุ์ไม้และแหล่งอารยะธรรม

 

“ยายไม่อยากได้เขื่อนหรอก ไม่รู้เขาเอามาทำไม เขื่อนมาน้ำก็ท่วมป่าของพวกเราหมด คลองชมพูก็ถูกท่วม แล้วลูกหลานเราจะอยู่กันอย่างไร” น้ำเสียงของแม่เฒ่าดูอ่อนแรง

 

0ความร้อนรุ่มในอกจนแทบไม่เป็นอันกินอันนอนของยายคร ก็เป็นเช่นเดียวกับคนเล็กคนน้อยอีกนับหมื่นนับแสนคนในป่าเขาและลำน้ำ ซึ่งทั้งชีวิตไม่เคยสร้างความเดือดร้อนหรือเป็นภาระของสังคม แต่วันนี้ผู้บริหารประเทศชุดปัจจุบัน กลับฉกฉวยสถานการณ์น้ำท่วมปี 2554 คิดการใหญ่โดยไม่คำนึงถึงหัวอกยายครและคนเล็กคนน้อยเลย

 

หรือวันนี้กองไฟในเมืองยังโหมกระพือไม่พอ รัฐบาลถึงต้องโหมไฟกองใหม่ในชนบทด้วย

—————

ภาสกร จำลองราช

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.