เวทีรับฟังน้ำภาคบ่าย “ล่ม” คนแม่กลองจวกรัฐไม่โปรงใส ประธานวิชาการกบอ.เผ่นแน่บ-หวิดปะทะ ยื่น 2.2 หมื่นชื่อต้าน ชาวบ้านออกแถลงการณ์แนะ 6 ข้อ

meklong

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิการยน 2556 เวลาประมาณ 13.30 น.ที่เวทีการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนโครงการเพื่อออกแบบและก่อ สร้างระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนและระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัย ของประเทศไทยตามแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ของคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ที่วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม ประชาชนที่คัดค้านโครงการจัดทำคลองผันน้ำ (Flood Diversion Chanel ) หรือแม่น้ำสายใหม่ทางผันน้ำตะวันตก แม่ปิง แม่กลอง อ่าวไทย ตามแผนงานโมดูล A5 ในงบประมาณการจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ได้อ่านแถลงการณ์คัดค้านแม่น้ำสายใหม่และประกาศยุติเวทีรับฟังความเห็นกลุ่มย่อย หลังจากในช่วงเช้าได้ร่วมเวทีใหญ่

 

ทั้งนี้ประชาชนหลายพันคนได้โอบล้อมเวทีประชุมฯ และเป่านกหวีดขับไล่เจ้าหน้าที่ภาครัฐที่ร่วมจัดประชุมรับฟังความคิดเห็น หลังจากที่ในช่วงเช้าเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงข้อมูลแผนแม่บทซึ่งข้อมูลหลายส่วนสร้างความไม่พอใจแก่ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ

 

น.ส.บุญยืน ศิริธรรม ผู้ประสานงานกลุ่มรักษ์แม่กลอง กล่าวว่า จากข้อมูลที่ทาง กบอ.ชี้แจงในช่วงเช้า ชาวบ้านยอมรับฟังเพื่อให้เวทีดำเนินอย่างปกติ แม้จะมีข้อมูลบางส่วนที่เกี่ยวกับการเวนคืนที่ดิน การจ่ายค่าชดเชย ไม่มีความชัดเจนทำให้ชาวบ้านรับไม่ได้กับข้ออ้าง จึงมีเสียงโห่ไล่ตลอดเวลา แต่สิ่งที่ทำให้ชาวบ้านทุกคนเห็นตรงกันว่าเวทีภาคบ่ายไม่ควรดำเนินการ คือมีคนเห็นแบบสอบถามและประเมินความคิดเห็นของ กบอ.รั่วไหล โดยมีผู้นำท้องถิ่นให้คนเดินกระจายข้อมูลให้ชาวบ้านได้กรอกแบบสอบถามซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม เพราะเหมือนการจัดตั้งข้อมูลและวางแผนการทำงานที่บังคับให้คนลงความเห็นทั้งที่ยังไม่ได้รับฟังข้อมูลอย่างละเอียด ดังนั้นชาวบ้านจึงตกลงกันว่า เวทีไม่ควรดำเนินการต่อ เพราะไม่เป็นธรรม และอีกเหตุผล คือประชาชนนับหมื่นลงชื่อคัดค้านโครงการ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าคนแม่กลอง ไม่มีใครต้องการแม่น้ำสายใหม่ดังนั้น เวทีที่ดำเนินไปก็ไม่จำเป็น เพราะชาวแม่กลองมีเสียงเดียว คือ คัดค้าน

 

“ชาวแม่กลอง รักแม่น้ำยิ่งชีวิต วันนี้ชาวบ้านจึงพร้อมใจกันมาคัดค้าน โดยเวทีแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ผ่านมา เคยแจกเอกสารให้เด็กนักเรียนกรอก ทุกคนรู้ว่าคำขวัญแม่กลองคือ “สายน้ำ สายชีวิต สายโลหิตบ้านเรา” สิ่งเหล่านี้ยืนยันว่าทุกคนแข็งแรงพอจะลุกมาต่อสู้ และถึงแม้ทางภาครัฐจะยังจัดเวทีภาคบ่าย ความเห็นก็เป็นเช่นเดิม คือ ข้อสรุปของชาวบ้านไม่ใช่หลากหลายความเห็น แต่ความเห็นเดียวคือไม่เอาแม่น้ำสายใหม่ และวันนี้เราก็ล่ารายชื่อคัดค้านมาได้จำนวน 22,473 รายชื่อยื่นแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดและกบอ.รวมทั้งจะใช้เวลาอีก 15 วันล่ารายชื่อเพิ่มเติมแล้วเสนอให้ กบอ.รับทราบอีกครั้งว่า ชาวแม่กลองไม่เอาแม่น้ำสายใหม่ และไม่มีใครยอมรับเงินเบี้ยเลี้ยงในการจัดประชุม เพราะรู้ว่าไม่คุ้มค่า” น.ส.บุญยืน กล่าว

 

ด้าน นายสุรจิต ชิรเวทย์ สมาชิกวุฒิสภาสมุทรสงคราม และรองประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ความเข้มแข็งของคนแม่กลองในวันนี้ เป็นเพราะประชาชนรับรู้ข้อมูลในพื้นที่อย่างละเอียด โดยผ่านเวทีรับฟังข้อมูลมาทั้งหมด 66 ครั้ง ถือ ว่าเป็นสาระสำคัญที่ต้องแจกแจง จึงทำให้ชาวบ้านมีความเข้าใจ ก่อเกิดเป็นความสามัคคี อีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะพวกเขาตระหนักดีว่า แม่น้ำแม่กลอง คือ จุดเริ่มของโครงการทั้งหมด หากโครงการนี้เกิดขึ้น โครงการอื่นๆก็ไปต่อได้ และสิ่งหนึ่งที่ กบอ.นึกไม่ถึง คือ ชาวน้ำแม่กลอง เป็นชาวน้ำแห่งสุดท้ายของภาคกลางที่มีชีวิตผูกพันอย่างมากต่อแม่น้ำแม่กลอง พวกเขายังจำกรณีเขื่อนแม่กลองปล่อยน้ำปี 2555 มาได้ ขณะนั้นคนเลี้ยงหอยก็เดือดร้อนอย่างหนัก ไม่มีทางที่ประสบการณ์ดังกล่าวจะทำให้แม่กลองยอมรับ

 

ทั้งนี้ตัวแทนภาคประชาชนแม่กลองได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ภาครัฐยุติโครงการและแสดงจุดยืนของคนแม่กลอง พร้อมทั้งยื่นรายชื่อผู้ที่คัดค้านให้นายชนม์ชื่น บุญญานุสาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม และ นายอภิชาติ อนุกูลอำไพ ประธานอนุกรรมการวิชาการและวิเคราะห์โครงการกบอ. เพื่อให้รับทราบเจตนารมณ์ของชาวแม่กลอง โดยมีสาระสำคัญดังนี้ 1. การเปิดเผยข้อมูลก่อนการดำเนินการรับฟังความเห็นโดยภาครัฐมีน้อยมาก และการเปิดเผยที่มีในเว็บไซต์ของสำนักนายกรัฐมนตรีไม่ใช่ช่องทางสื่อสารสาธารณะที่ประชาชนทั่วไปจะเข้าถึงได้

 

2. ไม่มีการนำเสนอผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น รวมทั้งแนวทางมาตรการป้องกันผลกระทบ และ แนวทางกำหนดขอบเขตการศึกษาผลกระทบ 3. การแจ้งล่วงหน้าทั้งข้อมูล และการกำหนดวันเวลาสถานที่เป็นไปในลักษณะที่มุ่งหมายจะให้ประชาชนไม่ได้รับรู้ มากกว่าที่จะประสงค์ให้ได้รับรู้ได้อย่างทั่วถึงตามที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญ และในคำพิพากษาของศาลปกครอง 4. การจัดการเรื่องการลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อเข้าร่วมประชุม โดนประชาชนต้องยอมรับเงื่อนไขตามคำแนะนำของทางราชการ ซึ่งมิได้มีระเบียบรองรับ เป็นการดำเนินการเพื่อความสะดวกของหน่วยงานราชการมิใช่การอำนวยความสะดวกของ ประชาชน และเป็นการเพิ่มขั้นตอนให้ยุ่งยากยิ่งขึ้น

 

5.กระบวนการรับฟังความคิดเห็นโดยการนำเสนอวีดีทัศน์ครึ่งชั่วโมง โดยไม่แยกแยะชัดเจนระหว่างแผนแม่บทและแผนโครงการ และการไม่เปิดโอกาสให้มีการแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นองค์รวมในเวทีกลางแล้ว ให้ประชาชนแยกห้องย่อยทันที ยิ่งไม่เป็นการทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และความเข้าใจ 6. ประชาชนชาวสมุทรสงครามผู้มีชื่อตามเอกสารแนบท้ายเห็นว่า เอกสารที่ใช้ประกอบงาน “มหกรรมจับตาแม่น้ำใหม่” ที่จัดทำโดยคณะกรรมธิการของวุฒิสภา และข้อมูลคำถามข้อวิตกกังวลจากเวทีที่จัดขึ้นในระดับพื้นที่ต่างๆ ที่รวบรวมมา เป็นข้อมูลจริงระดับพื้นที่ พวกเราชาวสมุทรสงครามผู้มีชื่อตามเอกสารแนบท้ายนี้ จึงไม่เห็นชอบที่จะให้มีการดำเนินการตามแผนแม่บท และแผนโครงการดังกล่าวข้างต้น และขอแสดงเจตนารมณ์คัดค้านการดำเนินการดังกล่าว

 

อย่างไรก็ตามภายหลังประชาชนออกแถลงการณ์และยุติเวทีรับฟังความเห็น นายอภิชาติ อนุกูลอำไพ ประธานอนุกรรมการวิชาการและวิเคราะห์โครงการกบอ. ได้รีบเดินลงจากเวทีออกจากบริเวณจัดงานโดยเร็วโดยไม่ได้นำเอกสารรายชื่อที่ ชาวบ้านยื่นคัดค้านโครงการกลับไปด้วย ขณะเดียวกันนักศึกษาที่ร่วมคัดค้านได้หอบลังเอกสารรายชื่อวิ่งตามไปมอบให้ แต่เกิดการกระทบกระทั่งกับเจ้าหน้าที่ที่รักษาความปลอดภัยในบริเวณจัดงาน นักศึกษาจึงปิดประตูรั้วแล้วนำเอกสารไปมอบให้ จนเหตุการณ์เกือบบานปลายถึงขั้นปะทะ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจลาจล ประมาณ 100 นายต้องรีบเข้ามาระงับเหตุเพื่อให้รถของนายอภิชาติ และทีมงานออกจากพื้นที่ได้ปกติ

 

———–
ภาสกร จำลองราช

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.