เสียงสะท้อนจากคนกับควายในป่าลึก กับการมาเยือนของเขื่อนแม่ขาน

ควาย

 

พะตีตาแยะ มีควาย 40 ตัว แกเลี้ยงพวกมันโดยปล่อยไว้ในทุ่งและป่าให้พวกมันเดินหากินกันตามสบาย หากไม่เห็นหน้ากันหลายวันหรือรู้สึกถึงคิดถึงพวกมัน แกก็ไปหาทีหนึ่ง บางคราวต้องไปไกลหลายกิโลเมตร หรืออาจต้องไปค้างคืน กว่าจะไปหาพวกมันเจอ

 

ควายที่นี่ไม่เคยหาย และทุกตัวอ้วนพลี เดินแทะเล็มหญ้าและแช่ปลักโคลนกันอย่างมีความสุข

 

พะตีตอแยะ ยอดฉัตรนมิ่งบุญ เป็นปราชญ์ชาวปกาเกอะญอบ้านสบลาน ตำบลสะเมิงใต้ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ หมู่บ้านแห่งนี้มีประชาวบ้านอาศัยอยู่ ราว 28 ครอบครัว

 

สบลานอาศัยอยู่ในหุบเขาแห่งนี้มาเนิ่นนานกว่า 200-300 ปี พวกเขาได้รับการถ่ายทอดภูมิปัญญารักษาป่าและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติจากบรรพบุรุษตามวิถีปกาเกอะญอ ทำให้ผืนป่าและลำห้วยของที่นี่ยังคงสมบูรณ์

 

ทั้งคนและควายต่างอยู่กันอย่างเกื้อกับธรรมชาติ นอกจากพะตีตาแยะแล้ว ชาวบ้านแทบทุกบ้านต่างก็เลี้ยงควาย มากบ้าง สบลาน1น้อยบ้าง แตกต่างกันไป เพราะการเลี้ยงควายของชาวบ้านเหมือนกับการสะสมเงินฝากไว้ เพียงแต่ไม่ได้ฝากธนาคารเหมือนคนเมือง แต่เป็นการออมผ่านควาย

 

คนและควายบ้านสบลานอยู่ในพื้นที่แห่งนี้จากรุ่นสู่รุ่นก่อนที่จะมีการประกาศเขตอุทยานฯ และล่าสุดเมื่อปีที่แล้ว รัฐบาลยังมีโครงการสร้างเขื่อนกั้นลำน้ำแม่ขานตามแผนบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท

 

หากโครงการสร้างเขื่อนผุดขึ้นจริง แม้อยู่ไกลจากบ้านสบลานไปกว่า 20 กิโลเมตร แต่ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำจะล้นทะลักท่วมที่ดินทำกินทั้งของคนและควายแทบหมดสิ้น ขณะที่ชาวบ้านอีกหลายหมู่บ้านต้องเดือดร้อนกันถ้วนหน้า

 

“บอกให้ชาวบ้านปลูกป่า แต่เขากลับจะมาสร้างเขื่อน ทำลายป่าทั้งหมด เราไม่เอาโครงการเขื่อน น่าจะมาส่งเสริมเรื่องการท่องเที่ยว

 

“เราอยู่ที่นี่กันมีความสุขดีอยู่แล้ว ไม่มีเงินเราก็อยู่ได้ แต่ไปข้างนอกเราอยู่ไม่ได้

“เราอยากให้คนข้างนอกรู้ว่าพวกเรารักษาป่ากันไว้อย่างไร อยากให้มาเห็นความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติที่นี่”

สบลาน3

หลากหลายเหตุผลที่ชาวบ้านอยากอธิบายให้สังคมและรัฐบาลเข้าใจผ่านสื่อมวลชนซึ่งได้ลงพื้นที่รวบรวมข้อเท็จจริงเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

 สบลาน1

ทั้งพ่อหลวงแม่หลวงในหลายหมู่และชาวบ้านแทบทุกคนต่างยืนยันไม่เอาเขื่อน เพราะส่งผลกระทบรุนแรงต่อชุมชน ขณะที่ควายเองก็ได้แต่ทำตาปริบๆ

 

“ไม่จำเป็นจริงๆเราก็ไม่ขายควายหรอก แต่บ้างครั้งชาวบ้านเขาจำเป็น เช่น ต้องเอาเงินไปส่งลูกเรียน ก็เลยต้องขาย อย่างพะตี พอจะขายทีหนึ่งต้องไปที่อื่น แล้วให้ลูกๆช่วยขาย เพราะไม่อยากเห็น” พะตีตาแยะเล่าถึงความผูกพันระหว่างคนกับสัตว์“ควายทุกตัวมีชื่อทั้งหมด พะตีจำได้ทุกตัว และพวกมันก็จำเราได้”

 

ผืนดินผืนป่าหดแคบลงทุกวันสำหรับชาวปกาเกอะญอและควาย โดยเฉพาะการรุกกรานจากรัฐที่เพียรพยายามขยายอาณาเขตและผุดโครงการใหม่ๆ

 

สิทธิชุมชนที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญจะมีความหมายอะไร หากเป็นเพียงแต่ตัวอักษร ขณะที่เจ้าถิ่นดั้งเดิมทั้งคนกับควายยังถูกรังแกจะผู้ที่รักษากฎหมายเสียเอง

 

 

 

 

 

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.