elders

เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2557 ที่ที่ทำการอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย นายอริยะ เพ็ชร์สาคร ที่ปรึกษาด้านกฎหมายมูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา( พชภ.) พร้อมบุคคลที่มีปัญหาสถานะบุคคลจากหมู่บ้านหัวเวียง ตำบลเวียง อำเภอเชียงของ ประกอบด้วย นางบัวเงิน พรหมวิเศษ นางด้าย บัวละผัด บุคคลไร้สัญชาติ พร้อมสามีชาวไทย ได้ยื่นความจำนงค์ขอจดทะเบียนสมรส ต่อนายสุพจน์ ลังกาวีระนันท์ ปลัดอำเภอฯ (ฝ่ายทะเบียนและบัตร) โดยนายอริยะ กล่าวว่า กรณีการจดทะเบียนสมรสเป็นประโยชน์ต่อบุคคลที่มีปัญหาสถานะและส่งผลให้บุตร ธิดา ได้สัญชาติไทยตามหลักสืบสายโลหิตจากบิดาและมารดา

 

นายอริยะ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวเป็นกรณีตัวอย่างในการเดินหน้าแก้ปัญหาสถานะบุคคลที่ทาง พชภ.และภาคีเครือข่ายเร่งขับเคลื่อนเพื่อสิทธิมนุษยชน ซึ่งในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ นี้ พชภ.จะมีการจัดงาน “วันผู้เฒ่าไร้สัญชาติแห่งลุ่มน้ำโขง” ณ โรงเรียนบ้านห้วยเอียน อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย เพื่อเร่งขับเคลื่อนประเด็นปัญหาสถานะบุคคลต่อไป

 

“การแก้ไขปัญหาสถานะทางบุคคลไม่ได้มุ่งเพื่อให้ได้บัตรประชาชนเพียงอย่างเดียว แต่เพื่อให้พวกเขาเหล่านั้นได้มีชีวิตอยู่อาศัย ในประเทศไทย อย่างมีความมั่นคงและมีสุขภาวะที่ดี และลดอคติทางสังคม” นายอริยะ กล่าว และว่าจำนวนผู้ที่อายุตั้งแต่ 50 ปี ขึ้นไปที่มีปัญหาสถานะบุคคลในพื้นที่ อำเภอเทิง เชียงของ เวียงแก่น เชียงแสน แม่ฟ้าหลวง และแม่จัน จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดนเท่าที่สำรวจได้ขณะนี้มีทั้งหมด 2,790 คน แบ่งเป็น 5 กลุ่มได้แก่ 1. กลุ่มตกหล่นจากทะเบียราษฏร์ 2. กลุ่มอพยพที่อยู่ในพื้นที่ประเทศไทยมานานกว่า 15 ปี 3. กลุ่มที่เป็นผู้เฒ่ารอแปลงสัญชาติเป็นไทย 4. กลุ่มผู้เฒ่าที่ถือบัตรบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน หรือ บัตรเลข 0 และ 5. กลุ่มผู้เฒ่าที่ถือบัตรผิดไปจากข้อเท็จจริง คือ กลุ่มที่เข้ามาประเทศไทยนานแต่ตกสำรวจแล้วขึ้นทะเบียนเป็นบัตรแรงงานข้ามชาติ

“กลุ่มตกหล่น มีประมาณ 400 คน ปัญหาหลักของกลุ่มนี้ คือ ไม่มีชื่อ ไม่มีเอกสารทางทะเบียนคือจะถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนทุกแบบ ทั้งรักษาพยาบาล การถือครองทรัพย์สิน สิทธิการก่อตั้งครอบครัว การเดินทาง สิทธิทางการเมือง ที่ผ่านมามีคนกลุ่มนี้จะพยายามยื่นคำร้อง แต่เจ้าหน้าที่ไม่อนุมัติเพราะยังระแวงเรื่องการอนุมัติที่ผิดพลาด ทำให้กลุ่มนี้ยังไม่มีใครได้รับสิทธิในการครองที่อยู่อาศัยในพื้นที่ประเทศไทยเลยสัก

 

ขณะที่นางด้าย บัวละผัด บุคคลไร้สถานะอายุ 64 ปี กล่าวว่าตนแต่งงานกับสามีชาวไทยมานาน 44 ปี มีบุตรด้วยกัน 4 คน แต่ยังไม่เคยกล้าเดินทางไปต่างจังหวัดเลยสักครั้ง ทั้งๆ ที่ลูกเดินทางไปทำงานต่างจังหวัดกันหมด แต่ตนก็ไม่กล้าลงไปเยี่ยมลูก เพราะกลัวว่าเจ้าหน้าที่จะจับกุมข้อหาบุคคลต่างด้าว แต่พอมาวันนี้ได้จดทะเบียนสมรสแล้ว น่าจะพอช่วยทุเลาปัญหาได้บ้าง หรืออย่างน้อยก็มีหลักฐานชัดเจนว่า ตนเป็นผู้ปกครองของลูกที่มีสัญชาติไทยและมีสามีคนไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

 

ด้านปรีชา ร้อยแก้ว ผู้ประสานงานโครงการแก้ปัญหาสถานะบุคคลและสุขภาวะผู้เฒ่าไร้สัญชาติ กล่าวว่า ในงานผู้เฒ่าไร้สัญชาติ ปีนี้จะมีการเปิดเสวนาเรื่องคลินิกกฎหมายให้คำปรึกษาเรื่องสถานะบุคคลเพื่อให้ความรู้แก่บุคคลที่มีปัญหาด้านสถานะ โดยภายในงานยังมีนิทรรศการ และการแสดงของชาติพันธุ์พื้นเมือง อาทิ ม้ง เย้า กะเหรี่ยง มูเซอฯ เพื่อนำเสนอประเพณีและวัฒนธรรมอีกออกสู่สาธารณะ และเพิ่มโอกาสการเผยแพร่ข่าวสารกลุ่มคนที่ตกหล่นอยู่มุมมืดของสังคมไทย ที่รอการช่วยเหลือจากทุกคน

——————-

หมายเหตุ-กำหนดการงานวันคนเฒ่าไร้สัญชาติมีดังนี้

กำหนดการ

 

08.30 – 09.00 น. ลง ทะเบียน
09.00 – 09.20 น. พิธีเปิด
09.20 – 10.30 น. เวทีเสวนา “ภูมิปัญญาผู้เฒ่า” โดยผู้เฒ่าชนเผ่าต่างๆ
10.30– 12.30 น. เวทีนำ เสนอข้อมูลสภาพปัญหาผู้เฒ่าไร้สัญชาติ ข้อเสนอเชิงนโยบายและภาคปฏิบัติ ตอบคำถามโดยหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง นำเสนอโดย ตัวแทนชาวบ้านผู้ประสบปัญหา

ร่วมรับฟังและนำเสนอ แนวทางแก้ปัญหาร่วมกัน โดยประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามการบังคับใช้กฎหมายและแนวทางแก้ไขปัญหา การไร้สถานะและสิทธิของบุคคลในประเทศไทย วุฒิสภา ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย ผู้แทนกระทรวงพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ผู้แทนคณะ นิติศาสตร์ มหาวิทยลัยแม่ฟ้าหลวง ดำเนินรายการโดย คุณเตือนใจ ดีเทศน์

 

12.30 น. มอบของที่ ระลึกสำหรับผู้เฒ่า (ตามที่ได้รับการสนับสนุน)
รับประทานอาหาร กลางวันร่วมกัน

ภาคบ่าย ร่วมกิจกรรม ซุ้มดูแลสุขภาพผู้เฒ่า คลินิกกฎหมาย
ชมนิทรรศการและการ แสดงภูมิปัญญาผู้เฒ่าชาติพันธุ์

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.