ผลกระทบเขื่อนแม่ขานต่อชุมชนชาวปกาเกอะญอบ้านสบลาน

 

หน่อพะมือ แม่เฒ่าชาวปกาเกอะญอวัย 60 ปี พาชมสวนของตนที่อยู่ถัดจากหลังบ้านไปไม่กี่ร้อยเมตรด้วยความภาคภูมิใจ สาเหตุสำคัญไม่เพียงแค่ที่ดินผืนนี้กำลังจะมีลูกหลานรับไปสานต่อ แต่ยังเป็นเพราะความอุดมสมบูรณ์ที่เห็นอยู่ เกิดขึ้นจากแอ่งน้ำใจกลางสวนที่มีตามธรรมชาติ ซึ่งทำให้เธอไม่ต้องไปเบียดเบียนใช้น้ำจากลำห้วยแม่ลาน ที่ถือว่าเป็นแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ของคนในชุมชน

 

 a

“เขาจะเลี้ยงผีฝาย คนปกาเกอะญออยู่ในป่า ก็จะรักษาน้ำ เขาบอกว่าถูกผีน้ำ ผีน้ำหิวเหนื่อยไม่ได้กินอะไรก็จะขอจากเรา เราก็จะให้เขากิน พอไม่ให้เราก็จะป่วยแล้ว จะเอาวิญญาณเราไม่สบาย” หน่อพะมือ ยอดฉัตรมิ่งบุญ ชาวบ้านสบลาน อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ กล่าว

 

“ถือเป็นคำสอนจากบรรพบุรุษที่ตกทอดสู่รุ่นหลานชาวปกาเกอะญอ บ้านสบลาน อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ ให้หวงแหนลุ่มน้ำสายนี้ ภูมิปัญญาที่ทำให้ชาวบ้านที่นี่ขึ้นชื่อว่ามีทักษะในการจัดการทรัพยากรแหล่งน้ำได้เป็นอย่างดีค่ะ” ขวัญชนก เดชเสน่ห์ รายงาน

 

 

แต่ภูมิปัญญาของชาวบ้านสบลานที่สืบทอดกันมาไม่ต่ำกว่า 200 ปี กำลังจะถูกแทนที่ เมื่อตลอด 20 ปีที่ผ่านมารัฐพยายามจะประกาศให้พื้นที่ชุมชนเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ รวมถึงมีโครงการสร้างเขื่อนเข้ามาเป็นระยะ แต่ทุกอย่างเริ่มชัดเจนขึ้น เมื่อโครงการเขื่อนแม่ขานถูกบรรจุให้เป็น 1 ใน 21 เขื่อนของแผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 3.5แสนล้าน ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้ว

 b

แม้ตัวโครงการจะยังไม่มีความชัดเจน แต่เมื่ออาศัยข้อมูลเดิมของกรมชลประทาน พบว่าเขื่อนแม่ขานจะทำให้น้ำท่วมพื้นที่ป่ากว่า 3,000 ไร่ ไม่นับที่อยู่และที่ทำกินของชาวบ้าน ซ้ำปิดกั้นทางเข้าออกไปสู่ตัวอำเภอสะเมิงที่จะมีผลกระทบกับชาวบ้าน 8 หย่อมบ้านจำนวน 2,000 คน จึงนำมาสู่การคัดค้านของคนในพื้นที่

 

 

 

“เรื่องเขื่อนนี่ไม่ให้ใครสร้างเลยนะ สร้างแล้วก็ไม่ได้ประโยชน์ ชุมชนไม่ได้ประโยชน์ ไม่ได้ประโยชน์กับป่า พอสร้างเขื่อนแล้วสิ่งเหล่านั้นจะหายไปหมด” พะตีตอแยะ ยอดฉัตรนมิ่งบุญ ปราชญ์ชาวปกาเกอะญอบ้านสบลาน อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ กล่าว

 

“หายไปหลายอย่าง ธรรมชาติ จิตวิญญาณ ที่อยู่ในป่า เวลาสร้างเขื่อนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในป่า ที่มันคุ้มครองป่ามันก็จะหายไปด้วยนะ ตรงจุด ๆ นั้นด้วยนะ” หน่อพะมือ ยอดฉัตรมิ่งบุญ ชาวบ้านสบลาน อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ กล่าว

 

 c

 

ในเมื่อโครงการเขื่อนแม่ขานยังไม่สามารถให้คำตอบได้ว่าคุ้มค่าอย่างไรกับสิ่งที่กำลังสูญเสียไป กระบวนการที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้จึงยังต้องใช้ระยะเวลาอีกยาวนาน โดยเฉพาะขั้นตอนการศึกษาถึงผลกระทบจริงที่จะเกิดขึ้น

 

“ถ้าถามว่าพอเปลี่ยนรัฐบาล แล้วรัฐบาลใหม่ จะเป็นมติครม.แล้วก่อสร้างได้เลยมั้ย ไม่น่าจะก่อสร้างได้ เพราะหนึ่งต้องมีการศึกษาหามาตรการลดผลกระทบ แล้วก็ต้องดูนโยบาย ว่าถ้าสูญเสียพื้นที่ป่าและแหล่งท่องเที่ยวขนาดนี้มันจะคุ้มกับการที่จะได้น้ำมาเพียงไม่กี่สิบล้านมั้ย” หาญณรงค์ เยาวเลิศ ประธานมูลนิธิการจัดการน้ำแบบบูรณาการ กล่าว

 

 

และแน่นอนว่ากระบวนการที่สำคัญที่สุดขั้นตอนหนึ่ง คือการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ ขั้นตอนที่ถูกบัญญัติไว้ตามกฏหมายอย่างชัดเจน ซึ่งถ้าดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา เสียงของชาวปกาเกอะญอ บ้านสบลานที่เราได้รับรู้ในวันนี้ ก็น่าจะเป็นเสียงที่สะท้อนทิศทางการเกิดขึ้นของเขื่อนแม่ลานได้เป็นอย่างดี

 

 

ขวัญชนก เดชเสน่ห์
สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม GreennewsTV รายงาน

25 กุมภาพันธ์ 2557

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.