ภาพจาก มติชน

 

เหตุใดสำนักข่าวบีบีซีของอังกฤษจึงให้ความ สำคัญกับภาพ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เยือนสหภาพพม่า ถึงกับยกให้เป็น 1 ใน 12 ภาพเหตุการณ์แห่งปีในเอเชีย

คงไม่ใช่เพราะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นคนงาม คงไม่ใช่เพราะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พูด ผิดพูดถูกในเรื่อง หญ้าแฝก หรือในเรื่องของเรือดันน้ำ และคงไม่ใช่เพราะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นคนเชียงใหม่อันมีความสัมพันธ์แนบแน่นอยู่กับพม่า มาอย่างยาวนาน

 

หากแต่เพราะการไปปรากฏตัวที่สหภาพพม่าของ น.ส.ยิ่ง ลักษณ์ ชินวัตร มากกว่า

 

ไม่เพียงเพราะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไปประชุมสุดยอดผู้นำประเทศลุ่มน้ำโขงอันประกอบด้วย จีน ไทย เวียดนาม พม่า ลาว กัมพูชา

 

ไม่เพียงเพราะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้มีโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะและแลกเปลี่ยนทรรศนะกับ นาง ออง ซาน ซูจี

 

หากที่สำคัญเป็นอย่างมากเพราะการเยือนสหภาพ พม่าของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นการกระชับความสัมพันธ์ระดับภูมิภาคอันจะส่งผลสะเทือนอย่างสำคัญต่อ เศรษฐกิจการเมืองในอนาคตอันใกล้

 

นั่นก็คือ การสานต่อโครงการสร้างท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมทวาย

 

เมื่อ กล่าวถึงทวาย เรามองเห็นความสัมพันธ์แรกสุดระหว่างกาญจนบุรีกับทวายอย่างเป็นด้านหลัก ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริง นี่คือความสัมพันธ์และต่อเนื่องกับท่าเรือแหลมฉบัง

 

เพียงแต่ “ทวาย” คือสะพานในการ “เชื่อม”

 

เอกสารที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการ เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติร่วมกับกระทรวงมหาดไทยจัดทำ บอกให้รับทราบว่า

 

การ พัฒนาท่าเรือน้ำลึกภายใต้โครงการพัฒนาการทวาย เป็นโอกาสสำคัญในการเปิดประเทศไทยสู่การเดินเรือโลกสายใหม่และเชื่อมโยงผ่าน พม่าไปยังประเทศจีน อินเดีย และบังกลาเทศ รวมทั้งสร้างโอกาสการพัฒนากาญจนบุรีให้เป็นพื้นที่เศรษฐกิจชายแดน

 

พลันที่โครงการท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมทวาย ประสบความสำเร็จ นั่นหมายถึงโอกาสที่เคยมีของช่องแคบมะละกาจะค่อยๆ หมดบทบาทไป

 

นั่นหมายถึงการขุดคอคอดกระจะกลายเป็นอดีต

 

เส้น ทางจากจีน ญี่ปุ่น เวียดนาม ฟิลิปปินส์ ที่ผ่านมาทางแหลมฉบังจะตัดเข้ากาญจนบุรีและออกไปทางทวายเข้าสู่พม่า อินเดีย บังกลาเทศ รวมทั้งประเทศแอฟริกา ยุโรป ได้อย่างรวดเร็วและสะดวกมากยิ่งขึ้น

 

ตรงนี้ต่างหากคือ ก้าวสำคัญอันเริ่มขึ้นอีกวาระหนึ่งในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

 

ความจริงแล้ว ความพยายามเชื่อมร้อยทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับสหภาพพม่ามีการริเริ่มตั้งแต่ รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มาแล้ว

 

แต่มีอันต้องงันชะงัก

 

งัน ชะงักเพราะรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 งันชะงักเพราะความอ่อนแอของรัฐบาลภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปเดือนธันวาคม 2550 ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์

 

ล้วนไม่มีโอกาสได้บริหารราชการแผ่นดินอย่าง เต็มพิกัด

 

รัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ติดอยู่ในกรอบความชิงชังซึ่งเป็นผลพวงของรัฐประหารเดือนกันยายน 2549 จึงแทบไม่ได้ผูกความสัมพันธ์กับรัฐบาลทหารของสหภาพพม่าอย่างจริงจัง

 

ภาระที่ตกค้างจึงตกมาเป็นของรัฐบาล น.ส.ยิ่ง ลักษณ์ ชินวัตร

 

การเดินทางนำร่องไปล่วงหน้าอย่างไม่เป็นทาง การของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ยังสหภาพพม่าก่อนบินไปยังเนปาล จึงทรงความหมายเป็นอย่างสูง ต่อการเดินทางไปเยือนในอีกไม่กี่วันต่อมาของ น.ส.ยิ่ง ลักษณ์ ชินวัตร

 

อย่างน้อยก็ช่วยให้การเดินทางไปของ น.ส.ยิ่ง ลักษณ์ ชินวัตร ทรงความหมายมากยิ่งขึ้นและเป็นความต่อเนื่องจากรัฐบาลก่อนรัฐประหารเดือน กันยายน 2549

 

ที่คืบหน้าเป็นอย่างมากคือ โครงการสร้างท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมทวาย

 

ผลอันไม่ควรมองข้ามก็คือ นี่มิได้วิน-วินแต่ระหว่างสหภาพพม่ากับประเทศไทย

 

หาก มหาอำนาจทางเศรษฐกิจอย่างจีน ญี่ปุ่น อินเดีย และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง สหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป ก็พอใจกับบาทก้าวใหม่ของเส้นทางการเดินเรือโลกสายใหม่

 

เรื่องดีๆ อย่างนี้นายกรัฐมนตรี “โง่” ทำไม่ได้หรอก จะบอกให้

 

(มติชนรายวัน 2 มกราคม 2555)

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.