สัตวแพทย์ มช.ลงนามร่วมปางช้างแม่สา ในวันช้างไทย ชี้สุขภาพช้างไทยดีขึ้น ห่วงสัตวแพทย์มีน้อย หวั่นไม่พอกับปางช้างที่มีในไทย

elephant1

เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2557 ที่ปางช้างแม่สา อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ มีการจัดงานวันช้างไทยครั้งที่ 15 โดยภายในงานมีกิจกรรมหลายอย่างเพื่อให้ประชาชนเข้าชมและสัมผัสวิถีชีวิตช้างเลี้ยงโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งมีประชาชนทั้งไทยและต่างชาติเข้าร่วมประมาณ 1,000 คน

 

บรรยากาศช่วงเช้าของงานมีการจัดกิจกรรมหลายอย่าง อาทิ ให้อาหารช้าง ถ่ายภาพคู่ช้าง กิจกรรมชมการแสดงต่างๆเกี่ยวกับวัฒนธรรมและศิลปะเพื่อช้าง มหกรรมเลี้ยงโตกช้าง 72 เชือก การชมนิทรรศการเกี่ยวกับช้างไทย โดยมีนายชนะ แพ่งพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เป็นประธานเปิดงาน โดยหนึ่งในกิจกรรมงานวันช้างไทยปี 2557 นั้น มีการลงนามบันทึกความเข้าใจ(MOU) ระหว่าง คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปางช้างแม่สา เพื่อร่วมกันดำเนินการดูแลและพัฒนาระบบคุณภาพชีวิตของช้างเลี้ยงด้วย

 

อ.น.สพ.วรุตม์ วงศ์กาฬสินธุ์ สาขาวิชาคลินิกช้างและสัตว์ป่า กล่าวว่า โอกาสวันช้างไทย สิ่งที่ประเทศไทยต้องการมากที่สุดเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของช้างเลี้ยงในขณะนี้ คือ การเร่งปกป้องโรคของช้าง เช่น โรคท้องเสีย อันเกิดจากพื้นที่เลี้ยงไม่สะอาดและเสี่ยงต่อการสะสมแบคทีเรีย ซึ่งโรคท้องเสียในช้างเลี้ยงพบไม่บ่อย แต่เป็นโรคอันตรายที่ช้างป่วยแล้วเสี่ยงล้มตายได้ง่ายกว่าโรคอื่น ดังนั้นโรคดังกล่าวเป็นสิ่งที่ต้องระวัง ส่วนประเด็นสุขภาพด้านอื่นที่ทางคณะฯ เฝ้าระวัง คือ โรคและอาการบาดเจ็บเกี่ยวกับกระดูกและร่างกายของช้าง อันเกิดจากการทำงานหนักเช่น รับน้ำหนักนักท่องเที่ยวมากไป ดังนั้นประเทศไทยควรให้ความสำคัญกับการดูแลช้างด้านดังกล่าว

 

อ.น.สพ.วรุตม์ กล่าวด้วยว่า สิ่งที่น่ากังวลอย่างมากคือ ขณะนี้ปางช้างในประเทศไทยมีปางช้างอำเภอแม่แตง และปางช้าวแม่สา อำเภอแม่ริมเท่านั้นที่มีสัตวแพทย์ประจำการตลอดเวลา นอกนั้นก็เป็นแบบทำงานชั่วคราว หรือไม่ก็เป็นเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ ดังนั้นในการลงนามร่วมกันครั้งนี้ทางคณะสัตวแพทย์ศาสตร์ ได้นำนักศึกษาจำนวนหนึ่งเข้ามาเรียนรู้และให้ความรู้เรื่องช้างอย่างรอบด้าน รวมทั้งเข้ามาเรียนรู้วัฒนธรรมการเลี้ยงช้างเพื่อนำไปประกอบการสร้างแผนการพัฒนาคุณภาพชีวิตปางช้างเลี้ยงในอนาคต อย่างน้อยก็เริ่มที่การอบรมแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องการดูแลช้างโดยควาญทั้งพื้นที่เลี้ยงอาหาร พื้นที่อาบน้ำ คลินิกรักษาช้าง เป็นต้น เพื่อให้ช้างเลี้ยงในปางแต่ละแห่งมีชีวิตที่ดีและอายุยืนยาว

 

“บางครั้งช้างในไทยเป็นไปไม่ได้จะไม่รับนักท่องเที่ยว แต่เมื่อธุรกิจเกิดขึ้นแล้ว เราวางกรอบ ขอบเขตได้ เวลาใดเขาต้องพัก เวลาใดต้องรับ จะได้ไม่เหนื่อยเกินไป เพราะช้างเขามีช่วงเวลาที่ร่างกายต้องการการฟื้นฟู จะให้ทำงานหนักหลายๆ ปีคงยาก และจะไม่ทำงานเลยก็ไม่มีอะไรกิจ ช้างเลี้ยงไม่ใช่ช้างป่า” อ.น.สพ.วรุตม์ กล่าว

 

ต่อข้อถามว่าแล้วเรื่องการดูแลช้างโดยรวมนั้นควรเป็นอย่างไร อ.น.สพ.วรุตม์ กล่าวว่า ประเทศไทยมีกรมปศุกสัตว์ดูแลเรื่องสุขภาพใหญ่ที่สุดตั้งอยู่ที่จังหวัดสุรินทร์ มีสถาบันคชบาลอยู่ที่จังหวัดลำปาง มีกระทรวงมหาดไทยดูแลเรื่องการลงทะเบียน เรื่องการทำเอกสารของช้าง รูปพรรณต่างๆ จะเห็นว่าแยกส่วนชัดเจน บางครั้งการทำงานขององค์กรเหล่านี้ก็จำเป็นต้องร่วมมือกันอย่างเข้มแข็ง ขณะที่เรื่องวัฒนธรรมชาวตะวันตกเช้ามาวิพากษ์วิจารณ์การเลี้ยงช้างไทยก็เป็นเรื่องน่าห่วง หลายคนอยากให้คนไทยเลิกใช้ตะขอสั่งช้าง บังคับช้าง แต่ตามวัฒนธรรมมันทำไม่ได้ ใช่ว่าควาญจะถือเพื่อทำร้าย บางครั้งวัฒนธรรมสากลเราต้องแยกแยะให้ออกว่าพวกเขาเข้าใจวัฒนธรรมเมของเราเพียงใด ที่สำคัญวัฒนธรรมเลี้ยงช้างไทยเป็นอย่างไร เราต้องไม่ให้ชาติอื่ก้าวล่วงมากเกินไป เราอาจรับความรู้มาบ้างแต่ไม่ต้องเปลี่ยนทั้งหมด อยากให้วันช้างไทยปีนี้ สังคมไทยสร้างสาระความรู้เพื่ออธิบายกับต่างชาติมากขึ้น เราต้องบอกให้เขารับในเรา ไม่ใช่เราเปลี่ยนชีวิตช้างในท้องถิ่นเพื่อเอาใจตะวันตก ส่วนไทยเองก็ต้องไม่ก้าวล่วงไปเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมช้างเลี้ยงในชาติอื่น เพราะทุกสังคมมีรากเหง้าแห่งวัฒนธรรมอยู่ แต่กรณีสุขภาพเราต้องดูแลให้ดี โดยรวมสถานการณ์สุขภาพช้างไทยปีนี้ ถือว่าดีขึ้นมาก เพราะไม่ค่อยมีช้างล้มและติดเชื้อเหมือนในอดีต เราจึงต้องสารต่อเรื่องนี้ต่อไป

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.