สำนักข่าวชายขอบ
Transborder News

คำประกาศแม่น้ำโขงชี้เขื่อนไม่ใช่พลังงานสะอาด-ส่งผลกระทบต่อชีวิตประชาชน-สิ่งแวดล้อมรุนแรง แนะรัฐฟังเสียงประชาชน “วิโรจน์”เตรียมส่ง สตง.-ป.ป.ช.จี้นายกฯตรวจสอบอย่างโปร่งใส-รับผิดชอบ

เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2566 ที่โฮงเฮียนแม่น้ำโขง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ได้มีการจัดงาน “ฮอมปอย ศรัทธาแม่น้ำโขง” ขึ้นเป็นวันที่สอง โดยมีการจัดขบวนเรือ ทั้งเรือคายัก เรือหางยาว และเรือโดยสารเพื่อรณรงค์ปกป้องแม่น้ำโขง เริ่มต้นตั้งแต่ห้วยเม็งจนถึงโฮงเฮียนแม่น้ำโขง ซึ่งมีเครือข่ายภาคประชาชนเข้าร่วมขบวนและร่วมสังเกตการณ์เป็นจำนวนมาก

ต่อมานายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ ได้อ่านคำประกาศแม่น้ำโขง โดยระบุว่า วันนี้พวกเราลูกหลานแม่น้ำโขง พร้อมด้วยมวลมิตรจากหลากหลายลุ่มน้ำ เช่น สาละวิน แม่น้ำยม อิรวดี เจ้าพระยา ฯลฯ ได้มารวมกันเพื่อหารือ แลกเปลี่ยนข้อมูล สถานการณ์ และมิตรไมตรี

เกือบ 3 ทศวรรษแล้วที่แม่น้ำโขงของเราเผชิญกับความเปลี่ยนแปลง นับตั้งแต่เขื่อนแห่งแรกสร้างขวางกั้นสายน้ำที่ตอนบน จวบจนปัจจุบันมีเขื่อนไฟฟ้าบนแม่น้ำโขงในจีนเรียงรายกันถึง 13 เขื่อน รวมถึงสามปีก่อนเขื่อนไซยะบุรีก็ถูกสร้างกั้นสายน้ำโขง และต่อมาคือเขื่อนดอนสะโฮง

แม่น้ำโขงมิใช่รางน้ำ ท่อส่งน้ำ แต่คือกระแสธาราที่หล่อเลี้ยงชีวิต หล่อเลี้ยงลูกหลานนานาสายพันธุ์ตลอดลำน้ำ นับตั้งแต่หิมะละลายบนที่ราบสูงทิเบต ไหลผ่านโตรกเขา ภูเขาน้อยใหญ่ มีลำน้ำสาขาน้อยใหญ่เป็นดั่งแขนง พื้นที่ชุ่มน้ำ ป่า ทุ่งนา แปลงเกษตร ทะเลสาบเขมร แม่น้ำโขงไหลผ่านที่ราบลงสู่ทะเล ผ่านพื้นที่ซึ่งปัจจุบันคือ 6 ประเทศ ได้แก่ จีน พม่า ลาว ไทย กัมพูชา และเวียดนาม

ระหว่างวันที่ 9-10 ธันวาคม ได้มีการจัดงานฮอมปอยศรัทธาแม่น้ำโขง มีหลายส่วนเข้าร่วมทั้งชุมชน ผู้แทนสถานทูต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ เยาวชน กลุ่มสตรี ผู้เฒ่าผู้แก่ ฯลฯ โดยได้รับฟังเสียงสะท้อนโดยเฉพาะชุมชนริมแม่น้ำโขงที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบหากมีการสร้างเขื่อนปากแบงกั้นแม่น้ำโขงในลาวห่างจากชายแดนไทยเพียงกว่า 90 กิโลเมตร เสียงสะท้อนอันเจ็บปวดและน้อยใจของชาวบ้านที่ไม่ได้รับการเหลียวแลใดๆ ทั้งในเรื่องการเปิดเผยข้อมูลและกระบวนการมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน ทำให้มีข้อเสนอในการจัดการทรัพยากรแม่น้ำโขง และต้องให้มีการหาทางออกร่วมกัน ซึ่งรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรรับฟังประชาชนในทันที

เมื่อแม่น้ำโขงถูกควบคุมโดยเขื่อนไฟฟ้า กระแสธาราก็เปลี่ยนแปลง ระดับน้ำโขงที่เคยขึ้นลงตามฤดูกาลน้ำหลากน้ำแล้งก็แปรเปลี่ยนอย่างสาหัส เกิดน้ำหลากในหน้าแล้ง ส่วนหน้าฝนกลับเกิดน้ำแห้ง สิ่งเหล่านี้รบกวนระบบนิเวศแม่น้ำโขงอย่างรุนแรง พันธุ์ปลาที่อพยพตามฤดูกาลได้รับผลกระทบ ประมงแม่น้ำโขงเสียหาย สรรพชีวิตต้องเผชิญความเปลี่ยนแปลงที่ตนเองไม่ได้เลือก

ผลกระทบจากเขื่อนเป็นที่ประจักษ์ ชัดเจน กว้างขวาง แต่ประเทศไทยกลับลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าจากบริษัทเขื่อนอีก 3 แห่ง ได้แก่ ปากลาย หลวงพระบาง และปากแบง ซึ่งเป็นการร่วมทุนของเอกชนจีน-ไทย ซึ่งขณะนี้เขื่อนถูกเรียกว่าไฟฟ้าสะอาด และราคาถูก ไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิง แต่ราคาทั้งหมดนี้ถูกจ่ายด้วยระบบนิเวศที่เสียหาย จ่ายด้วยชุมชนตลอดลุ่มน้ำที่สูญเสียวิถีชีวิตและแหล่งรายได้ จ่ายด้วยค่าไฟฟ้าที่ประชาชนไทยทุกคนแบกรับภาระในใบเรียกเก็บเงินทุกๆ เดือน

“เราอยากเห็นแม่น้ำโขงที่สามารถหล่อเลี้ยงนานาชีวิตดังที่เคยเป็นมานับล้านๆ ปี อยากเห็นการวางแผนการพัฒนาไฟฟ้าที่รับผิดชอบ คำนึงถึงประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าทุกคนเท่าเทียมกันกับนักลงทุนเอกชนรายใหญ่ อยากเห็นความรับผิดชอบข้ามพรมแดน มีความโปร่งใสและเป็นธรรม เขื่อนไม่ใช่พลังงานสะอาด เพื่อสิทธิมนุษยชน สิทธิชุมชน และสิทธิของแม่น้ำ”

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ที่ผ่านมากลไกการต่อสู้ภาคประชาชนจะใช้การชุมนุมเพื่อเรียกร้องผลประโยชน์ให้แก่สังคม แต่ฝ่ายบริหารกลับไม่รู้สึกกังวลแล้วนำข้อเรียกร้องเหล่านั้นเอามาพิจารณา แต่กลับปล่อยให้ประชาชนต่อสู้จนหมดแรงจนต้องถอยกลับไปเอง

“เพื่อให้นายกรัฐมนตรีมีความรับผิดชอบโดยตรงต่อปัญหาที่เกิดขึ้น ควรปล่อยให้เป็นกลไกการตรวจสอบของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และสำนักงานป้องกันคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยพรรคก้าวไกลจะทำหนังสือร้องเรียนถึงประธานกมธ.พัฒนาเศรษฐกิจ ให้รวบรวมและประสานงานกับประชาชนชาวเชียงของและเวียงแก่นในการรวบรวมข้อเท็จจริง ก่อนทำหนังสือถึง สตง.และ ปปช. เพื่อให้ใช้อำนาจตามมาตรา 85 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ของ สตง. กล่าวคือเมื่อพบว่านโยบายหรือมาตการใดๆ ที่สร้างความเสียหายแก่ราชการหรือผลกระทบต่อการใช้จ่ายงบประมาณ ก็สามารถทำความเห็นไปยังนายกรัฐมนตรี มาตรา 32 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หากพบว่านโยบายหรือการดำเนินการใดๆ ที่ไม่ชอบมาพากล เสี่ยงต่อการคอร์รัปชั่น ก็สามารถส่งไปยังนายกฯได้

“กรณีการซื้อไฟฟ้าจากเขื่อนปากแบง ทำก่อนที่แผนพลังงานแห่งชาติฉบับต่อไปที่คาดว่าประกาศใช้ในปีพ.ศ. 2567 ขอตั้งคำถามว่าทำอย่างไรถึงจะให้สอดคล้องกับแผนพลังงานแห่งชาติ และทำให้กำลังการผลิตไฟฟ้ายังคงสูงกว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าในระดับที่เกินพอสมควร ประเด็นนี้ใครจะรับผิดชอบ พรรคก้าวไกลจะเร่งดำเนินการ หาก สตง. และ ป.ป.ช.ทำความเห็นถึงนายกฯ ย่อมถือว่านายกฯ รับทราบอย่างเป็นทางการ ผมหวังว่านายกฯ จะดำเนินการใดๆ อย่างรอบคอบและโปร่งใส หากเกิดปัญหาใดๆ ขึ้น นายกฯ จะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้” นายวิโรจน์กล่าว

On Key

Related Posts

ยังไม่รู้ชะตากรรมคนไทย 148 ถูกตำรวจพม่ากวาดล้างในบ่อนพนันออนไลน์เมืองท่าขี้เหล็ก นายอำเภอแม่สายเผยยังไม่มีญาติมาติดต่อ ขณะที่สถานการณ์เริ่มตึงเครียดหลังทางการพม่าเปิดให้ตำรวจจีนเข้าทลาย

ความคืบหน้ากรณีตำรวจและทหารของประเทศเมียนมา บุกจู่Read More →

คุมเข้มชายแดนแม่สาย-ท่าขี้เหล็ก ทหารพม่าบุกทลายพนันออนไลน์ – แก๊งคอลเซ็นเตอร์ คุมตัวคนไทย – จีนเทากว่า 100 คน เชื่อกระเจิงเข้าคิงส์โรมันส์-เมียวดี

เพจข่าวท้องถิ่น Maesaipress  รายงานว่า เมื่อเวลาปรRead More →

เร่งเปิดเผยข้อมูล สปส. ทีมประกันสังคมก้าวหน้าเดินเครื่องทันทีหลังรับเลือกเป็นบอร์ด ค้นหาเหตุงบบริหารสำนักงานพุ่งเป็น 5 พันล้าน เผยแปลกใจทำวารสาร 4.5 แสนฉบับสวนยุคสมัย สารพัดหน่วยงานรัฐรุมค้านให้สิทธิแรงงานข้ามชาติเลือกตั้งบอร์ดระบุส่งผลกระทบความมั่นคงชาติ

เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2567 รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรRead More →

หนุ่มสาวพม่ายังคงแห่ขอวีซ่าเข้าไทย-จีนวันละหลายพัน-เบียดเสียดเสียชีวิตแล้ว 2 นักวิเคราะห์ประเมินนับล้านคนมุ่งไทย ชี้รัฐไทยต้องมีนโยบายที่ซับซ้อนรองรับ

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2567 สื่อมวลชนและช่องทางRead More →