สภาชุมชนชี้รัฐขาดกลไกแก้ปัญหาน้ำโขง หลายพื้นที่จัดรณรงค์ค้านเขื่อน “วันหยุดเขื่อนโลก” เด็กๆบ้านตามุยหวั่นความอุดมสมบูรณ์ถูกทำลาย สาละวินวอชต์ระบุจีนเตรียมสร้างเขื่อนกั้นลำน้ำตอนบน

nodam

เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2557 ซึ่งตรงกับวัน “หยุดเขื่อนโลก” ในหลายพื้นที่ของประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านต่างจัดกิจกรรมรณรงค์ต่อต้านการสร้างเขื่อน โดยที่อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย เครือข่ายชาวบ้าน ในนามสภาองค์กรชุมชนตำบลลุ่มน้ำโขง (คสข.) ประมาณ 200 คน ได้รวมตัวกันจัดงาน โดยมีรถอีแต๊ก 30 คัน ติดป้ายต่อต้านเขื่อนวิ่งรอบเขตเทศบาล นอกจากนี้ยังได้จัดเรือประมงและเรือโดยสารจำนวน 40 ลำ ล่องตลอดลำน้ำโขงในเขตเทศบาลเชียงคานเพื่อรณรงค์คัดค้านเขื่อนแม่น้ำโขง ซึ่งได้รับความสนใจจากทั้งนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป

 

นายชาญณรงค์ วงศ์ลา ชาวบ้านอ.เชียงคาน กล่าวว่าจัดงานในวันนี้เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลระงับโครงการเขื่อนบนแม่น้ำโขงโดยเฉพาะเขื่อนไซยะบุรี ซึ่งเริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปลายปี 2555 และอยู่ห่างจากเชียงคานเพียงราวๆ 200 กิโลเมตรเท่านั้น

 

“วันนี้เรามีทั้งคนปลูกผักริมโขง คนหาปลา คนขับเรือโดยสาร ทุกคนกำลังเดือดร้อนเพราะน้ำโขงขึ้นๆ ลงๆ ตลอดตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว เพราะเขื่อนจีน หรือเพราะอะไร จนถึงวันนี้ก็ไม่มีหน่วยงานไหนออกมาชี้แจ้ง แสดงความรับผิดชอบ หรือ ชดเชยความเสียหาย ถึงแม้เขื่อนจะอยู่ในอธิปไตยของประเทศหนึ่ง แต่แม่น้ำมันไหลผ่านหลายประเทศ ความเปลี่ยนแปลงความเดือดร้อนมันส่งถึงกันหมด”นายชาญณรงค์ กล่าว

001

นายชาญณรงค์กล่าวว่า ในการจัดกิจกรรมวันหยุดเขื่อนโลกครั้งนี้ ชาวบ้านได้เดินทางไปพบนายอำเภอเชียงคาน เพื่อเข้านำเสนอความกังวลใจเรื่องการแก้ปัญหาเขื่อนแม่น้ำโขง เพราะที่ผ่านมาหลายปีชาวบ้านได้ยื่นจดหมาย เข้าพบ ประชุม และนำเสนอปัญหาแก่หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แต่ก็ไม่ได้เห็นการแก้ไขปัญหาใดๆ ทั้งๆ ที่แม่น้ำโขงมีกลไกของคณะกรรมกาธิการแม่น้ำโขงรองรับ แต่ก็ไม่มีการปฏิบัติ เช่น เขื่อนไซยะบุรีซึ่งสร้างโดยผิดข้อตกลงร่วมของการใช้แม่น้ำโขง

 

เช่นเดียวกับที่จุดผ่านปรน ตำบลบุ่งคล้า จังหวัดบึงกาฬ ชาวบ้านประมาณ 250 คนได้รวมตัวกันจัดกิจกรรรณรงค์ต่อต้านการสร้างเขื่อน โดยมีการล่องเรือ 30 ลำไปตามลำน้ำโขง นอกจากนี้ยังมีการเสวนาเรื่องผลกระทบจากเขื่อนแม่น้ำโขง โดยผู้แทนตำบลต่างๆมีความเห็นไปในทางเดียวกันว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในลำน้ำโขงนั้น รัฐบาลยังไม่มีกลไกในการแก้ไขปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำท่วม หรือกรณีที่น้ำขึ้น-ลงผิดปกติ

 

ส่วนที่บ้านตามุย อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี กลุ่มคนฮักน้ำของ ได้จัดกิจกรรมการแสดงของเยาวชนเพื่อสื่อสารเรื่องเขื่อนแม่น้ำโขงโดยมีเยาวชนและชาวบ้านกว่า 50 คนเข้าร่วมกิจกรรมที่ริมแม่น้ำโขงโดยนส.คำปิ่น อักษร ผู้ประสานงานกลุ่มฮักน้ำของกล่าวว่า เป็นกิจกรรมแสดงออกของ“เด็กไทฮิมโขง” ซึ่งเป็นลูกหลานของชุมชนริมน้ำโขง

 

“เด็กๆ ที่ร่วมกิจกรรมวันนี้ได้เรียกร้องให้ยุติการสร้างเขื่อนบนสายน้ำโขง ไม่ว่าจะเป็นเขื่อนไซยะบุรี เขื่อนบ้านกุ่ม หรือเขื่อนดอนสะโฮง อนาคตของเด็กๆ ขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของแม่น้ำโขง แต่กำลังถูกทำลาย ซึ่งหลายเดือนที่ผ่านมา นาแซงริมโขงของชาวบ้านถูกท่วมเสียหายเพราะน้ำโขงเพิ่มระดับขึ้นกลางฤดูแล้ง แปลงเกษตรก็พัง หาปลาก็ลำบาก นี่คือความเดือดร้อนของชาวบ้าน”น.ส.คำปิ่น กล่าว

 

ส่วนที่บ้านสบลาน อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ชาวบ้านกว่า 100 คนในหลายชุมชนซึ่งมีทั้งชาวปกาเกอะญอและคนเมือง ต่างเดินทางมารวมตัวกันตั้งแต่เช้า เพื่อร่วมขบวนนิเวศศึกษาเดินป่าลุ่มน้ำขานรณรงค์ต่อต้านการสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำขานตามแผนบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาทของรัฐบาล ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก

003

ขณะที่ในส่วนของแม่น้ำสาละวินซึ่งไหลผ่านกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆในพม่าและลัดเลาะเลียบชายแดนไทยที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนก่อนจะไหลย้อนกลับเข้าพม่าและไหลลงอ่าวเมาะตะมะที่เมืองมะละแหม่ง ปรากฎว่าได้มีการจัดกิจกรรมรณงรงค์ต่อต้านเขื่อนในหลายจุด เช่น ที่บริเวณปากแม่น้ำในเมืองมะละแหม่ง ที่บริเวณจุดสร้างเขื่อนฮัตจีในรัฐกะเหรี่ยง รวมถึงบ้านสบเมย อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

 

ทั้งนี้เครือข่ายสาละวินวอชต์ซึ่งเป็นเป็นการรวมตัวด้านสิ่งแวดล้อมในประเทศไทยและพม่า ได้ออกแถลงการณ์รายงานสถานการณ์โครงการเขื่อนบนแม่น้ำสาละวิน โดยมีสาระสำคัญว่า เมื่อเดือนสิงหาคม 2556 มีรายงานข่าวว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกระทรวงไฟฟ้าพม่าเปิดเผยว่าพม่ากำลังมีแผนพัฒนาโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ 6 แห่งบนแม่น้ำสาละวินในพม่า ได้แก่ เขื่อนสาละวินตอนบน หรือกุ๋นโหลง (1,400 เมกกะวัตต์) เขื่อนหนองผา (1,000 เมกกะวัตต์) เขื่อนมายตง หรือเขื่อนท่าซาง (7,110 เมกกะวัตต์) เขื่อนมานตอง บนแม่น้ำสาขา (200 เมกกะวัตต์) ทั้งสามโครงการนี้อยู่ในรัฐฉาน เขื่อนยวาติ๊ด ในรัฐคะยา หรือรัฐคะเรนนี (4,000 เมกกะวัตต์) และเขื่อนฮัตจี ในรัฐกะเหรี่ยง (1,360 เมกกะวัตต์) ทั้งหมดนี้เป็นการลงทุนโดยบริษัทจีน กฟผ.อินเตอร์ ของไทย และบริษัทพม่า โดยคาดว่าจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 4-10 ปีหลังจากลงนามในข้อตกลง

 

ข้อมูลจากสำนักข่าวในไทย ยังระบุถึงอีก 2 โครงการ ได้แก่ โครงการแม่สะเรียง 1 และ แม่สะเรียง 2 ซึ่งไม่มีข้อมูลใดๆ เพิ่มเติมเกี่ยวกับเขื่อนทั้ง 2 โครงการนี้ คาดว่าหมายถึงโครงการเขื่อนส่าละวินชายแดนไทย-พม่า หรือเวยจี และดา-กวิน ซึ่งเป็นโครงการเดิมของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่เคยมีการลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อพัฒนาโครงการกับพม่าไว้

 

ในแถลงการณ์ระบุว่า แม่น้ำสาละวินตอนบนมีแผนก่อสร้างเขื่อนแบบขั้นบันได 13 เขื่อน แต่การก่อสร้างได้หยุดไปหลายรอบเนื่องจากการคัดค้านจากองค์กรภาคประชาสังคมและเหตุผลด้านความเสี่ยงทางธรณีวิทยา ในแผนพัฒนา 5 ปีฉบับที่ 12 ของจีนมีโครงการเขื่อน 5 โครงการจาก 14 โครงการ วางแผนที่จะเริ่มการก่อสร้าง ได้แก่ เขื่อนซองทา หม่าจี ยาปีลั่ว ลิ่วคู่ และไซ่เก๋อ สำหรับเขื่อนซองทาซึ่งตั้งอยู่ใกล้ชายแดนมณฑลยูนนาน-ทิเบต มีการเริ่มเตรียมการในเบื้องต้น มีรายการว่าพบอุปกรณ์และพาหนะที่ใช้ในการสำรวจที่หัวงานเขื่อนหลายแห่ง โดยเฉพาะที่เขื่อนหม่าจี แต่จวบจนต้นปี 2557 ยังไม่เริ่มการก่อสร้างแต่อย่างใด

 

ในแถลงการณ์ระบุว่า สำหรับโครงการเขื่อนฮัตจี ซึ่งตั้งอยู่ในรัฐกะเหรี่ยง ห่างจากชายแดนไทย-พม่า ที่บ้านสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน 47 กิโลเมตร ลงทุนโดยกฟผ.อินเตอร์ ร่วมกับบริษัทไซโนไฮโดร จากจีนซึ่งถูกคัดค้านจากประชาชนในพื้นที่มาโดยตลอดนั้น ช่วงหลายปีที่ผ่านมาพบว่ากฟผ. มีความเคลื่อนไหวเพื่อผลักดันโครงการอย่างต่อเนื่อง โดยพยายามเจรจากับผู้นำกองกำลังสหภาพชนชาติกะเหรี่ยง หรือเคเอ็นยู หลายครั้งในช่วง พ.ศ.2555-2556 นอกจากนี้คณะทำงานของกฟผ.และบริษัทจีน ยังได้ลงสำรวจแม่น้ำสาละวินระหว่างสบเมย-บ้านแม่สามแลบ-บ้านท่าตาฝั่ง สร้างความกังวลใจต่อชาวบ้านเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากไม่มีการแจ้งหรือจัดเวทีปรึกษากับชุมชนก่อน ทั้งที่มีข้อเสนอแนะจากสำนักนายกรัฐมนตรีแล้ว

 

“การเร่งรีบสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ในเขตรัฐกะเหรี่ยงของนักลงทุน เป็นอุปสรรคคุกคามการเจรจาสันติภาพระหว่างกองกำลังกะเหรี่ยง KNU และรัฐบาลพม่า การเพิ่มกำลังทหารของกองทัพพม่าบริเวณที่ตั้งเขื่อนและการไม่ใส่ใจไยดีต่อข้อกังวลของชุมชนที่จะได้รับผลกระทบ ทำให้เกิดความตึงเครียดเพิ่มขึ้น และทำให้เกิดข้อสงสัยต่อความจริงใจของรัฐบาลพม่าในการจัดเจรจาสันติภาพ ที่ผ่านมากองทัพ KNU เรียกร้องให้ยุติโครงการเขื่อนฮัตจีจนกว่าจะมีแนวทางสันติภาพชัดเจนในพม่า” ในแถลงการณ์ระบุ

 

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.