สำนักข่าวชายขอบ
Transborder News

จี้รัฐบาลไทยเร่งปรับนโยบายด้านพม่า-ให้ความสำคัญกลุ่มกองกำลังเพิ่มขึ้น หวั่นระเบียงมนุษยธรรมเหลวเหตุทำแบบรัฐต่อรัฐ แต่ปัญหาอยู่ในพื้นที่ชาติพันธุ์ทหารพม่าเข้าไม่ถึง โฆษกคะเรนนีเผยเมืองหลวง “ลอยก่อ”ถูกทหารพม่าเผาจนสุดเยียวยาฟื้นฟู เร่งเดินหน้าสร้างการปกครองใหม่

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 ซึ่งครบรอบ 3 ปีของการทำรัฐประหารในพม่า สำนักข่าว The Reporters ร่วมกับสำนักข่าวชายขอบ(https://transbordernews.in.th ) จัดเสวนาออนไลน์เรื่อง “วิกฤตการณ์ในพม่า 3 ปีรัฐประหารกับบทบาทของไทย” โดยผู้เข้าร่วมประกอบด้วย นายบันยา โฆษกสภาบริหารชั่วคราวรัฐคะเรนนี (Karenni State Interim Executive Council-IEC) น.ส.เพียรพร ดีเทศ เลขาธิการมูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา ผศ.ภาณุภัทร จิตเที่ยง อาจารย์ประจำภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ นายกัณวีร์ สืบแสง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม ดำเนินรายการโดย ฐปณีย์ เอียดศรีไชย

นายบันยา กล่าวว่า การสู้รบในรัฐคาเรนนี ปี 2023-2024 อยู่ในสถานการณ์ที่ดุเดือดที่สุดในประวัติศาสตร์ ในเมืองใหญ่มีการต่อสู้และเผาบ้านเมืองทุกวัน ทำให้ผู้คนอพยพไปอยู่ในป่าใกล้ชายแดนไทยเป็นจำนวนมาก อีกฟากหนึ่งทางกองทหารของมินอ่องลายพยายามทุกวิถีทางเพื่อทำลายบ้านเมือง มีการใช้ระเบิดไฟโจมตีเมืองทำให้บ้านเรือนถูกเผา เมืองต่าง ๆ เสียหายเกินกว่าจะกลับไปฟื้นฟู ถือเป็นการกระทำที่รุนแรงเกินไปถึงขั้นเป็นการก่ออาชญกรรมต่อมนุษยชาติ รวมทั้งส่งผลให้เกิดผู้อพยพมากถึง 35,000 คน ที่ต้องให้มีการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างเร่งด่วน

กิจกรรมการจัดงานครบรอบ 3 ปีรัฐประหารในพม่าที่กรุงเทพและเชียงใหม่

นายบันยา กล่าวต่อว่า การเกิดสภาบริหารชั่วคราวของรัฐคะเรนนี หรือ IEC ถือเป็นโอกาสให้เกิดความร่วมมือกันระหว่างกลุ่มต่าง ๆ ในรัฐคะเรนนี ซึ่งไม่เคยมีความร่วมมือหรือการทำงานแบบนี้มาก่อน อีกทั้งจะเป็นโมเดลให้ชาติพันธุ์ต่าง ๆ เห็นว่า IEC มีรูปแบบเริ่มต้นอย่างไร และทำงานร่วมกันอย่างไร เพราะเราเป็นรัฐแรกหรือชาติพันธุ์กลุ่มแรกที่ริเริ่มสร้างโครงสร้างรัฐแบบชั่วคราว ซึ่งจะเป็นขั้นแรกของการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

“หากดูในแง่ประวัติศาสตร์และการค้าขายระหว่างประเทศของไทยกับรัฐคะเรนนี จะเห็นว่ามีความสำคัญมาก รัฐบาลไทยจำเป็นต้องมีกลยุทธใหม่และมีทีมยุทธศาสตร์เฉพาะกิจระดับภูมิภาค เพราะแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงของรัฐบาล แต่คนในพื้นที่นั้นมีวัฒนธรรมภาษาที่คล้ายคลึงกัน อาจเป็นข้อดีสำหรับคนที่อยู่ในพื้นที่ชายแดน” นายบันยา กล่าว

กิจกรรมการจัดงานครบรอบ 3 ปีรัฐประหารในพม่าที่กรุงเทพและเชียงใหม่

น.ส.เพียรพร ดีเทศน์ เลขาธิการมูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา กล่าวว่า ทางการไทยต้องทำความเข้าใจอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ว่า ตลอด 3 ปีที่ผ่านมาพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา 2,400 กิโลเมตร แต่ละจุดมีบริบทที่แตกต่างกันสิ้นเชิง เช่น ทางเหนือ เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน จนถึงตาก บางแห่งอาจขับเคลื่อนด้วยธุรกิจสีเทาหรือธุรกิจมืด แต่บางพื้นที่มีการโจมตีหรือลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อปฎิวัติด้วยกองกำลังประชาชนและกองกำลังชาติพันธุ์ต่าง ๆ นำมาสู่การทิ้งระเบิดหรือความรุนแรงต่อประชาชน และการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่มีมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในปีที่ผ่านมาประชาชนในรัฐคะเรนนีจำเป็นต้องหนีข้ามมาฝั่งไทยบริเวณชายแดนขุนยวม จ.แม่อ่องสอน รวม 4 จุด เกือบ 10,000 ราย แต่อยู่ไม่นานได้ถูกผลักดันกลับออกไปในขณะที่ยังไม่มีความพร้อมที่จะกลับเนื่องจากมีความเสี่ยงเหยียบกับระเบิด

น.ส.เพียพร กล่าวอีกว่า ล่าสุดมีการประชุมทวิภาคึเห็นชอบร่วมกันที่จะส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมระบบจีทูจี ผ่านกาชาดไทยกับกาชาดเมียนมา ในฐานะคนทำงานในพื้นที่ เป็นไปได้ยากมากเนื่องจากเป็นทหารพม่าที่ไปกระทำความรุนแรง หรือทำให้เกิดการพลัดที่นาคาที่อยู่ต่อประชาชน แล้วเราจะส่งความช่วยเหลือผ่านกาชาดที่เป็นพม่าได้อย่างไร จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ควรประสานงานกับกองกำลังชาติพันธุ์ กลุ่มท้องถิ่น หรือชุมชนที่อยู่ในพื้นที่นั้น ๆ คิดว่าเป็นประเด็นแรกที่ทางการไทยต้องทำความเข้าใจให้ละเอียดแต่ละพื้นที่ ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

น.ส.เพียรพร กล่าวว่า ประเทศไทยต้องมองไปในอนาคตข้างหน้าถึงความเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองของพม่า ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับไทยจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ไทยจะมีนโยบายอย่างไรต่อกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ที่มีความหลากหลาย เป็นความสำคัญที่เราต้องเก็บข้อมูลรายละเอียดทั้งหมด และมีความเข้าใจ อย่างในรัฐคะเรนนีมีการตั้งสภาชั่วคราวของรัฐแล้ว ที่จะเป็นการรวมของหลายกลุ่มที่อยู่ในพื้นที่ย่อยของรัฐ ไม่ว่าจะเป็น KNDF KNPP หรือ กองทัพคะเรนนี ซึ่งจะมีกลไกของกลุ่มต่าง ๆ ที่ดูแลใน 7 เมือง ที่ปัจจุบันมีประชากรประมาณ 350,000 คน และส่วนใหญ่เป็นผู้พลัดถิ่นในประเทศ ที่ถูกโจมตีจากกองทัพพม่านานร่วม 3 ปี แล้ว ทำให้เราเห็นแนวโน้มว่าในอนาคตจะเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอนในพื้นที่ติดชายแดนไทย

กิจกรรมการจัดงานครบรอบ 3 ปีรัฐประหารในพม่าที่กรุงเทพและเชียงใหม่

ผศ.ภาณุภัทร จิตเที่ยง อาจารย์ประจำภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า พื้นที่ 2 ใน 3 ของเมียนมายังอยู่ในภาวะของสงคราม นับตั้งแต่ปฎิบัติการ 1027 หรือ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทำให้เมืองใหญ่ที่เคยถูกครอบครองโดยกองทัพพม่า ตอนนี้ถูกโจมตีจากกลุ่มชาติพันธุ์อย่างหนักจนทำให้กองทัพพม่าต้องถอยร่น เดิมกองทัพพม่าไม่อยากไม่มีการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม แต่ตอนนี้ต้องยอมให้เกิดขึ้น สะท้อนให้เห็นความอ่อนแอของกองทัพพม่า ที่ต้องการแสวงหาความชอบธรรมจากประชาคมระหว่างประเทศ โดยเฉพาะไทย จีน และอินเดีย ที่เป็นประเทศเพื่อนบ้าน ดั้งนั้นการเปิดประตูมนุษยธรรมจึงเป็นยุทธศาสตร์ทางการเมือง ที่จะทำให้เกิดการช่วยเหลือที่เป็นทางการมากขึ้น แต่อาจไม่ส่งผลในเชิงบวกที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากตลอดพื้นที่ชานแดนไม่ได้ถูกควบคุมโดยรัฐบาลพม่าทั้งหมด ทำให้การดำเนินการหรือการทำงานกับกลุ่มชาติพันธุ์จึงมีความสำคัญ

นายกัณวีร์ สืบแสง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม กล่าวว่า ปัญหาของรัฐบาลไทยคือนโยบายต่างประเทศที่ถูกแช่แข็งมาตั้งแต่ยุคสงครามเย็น ทำให้ประเทศไทยไม่สามารถมองเห็นว่าต้องใช้นโยบายการต่างประเทศขับเคลื่อนในสถานการณ์ของประเทศเพื่อนบ้าน สำหรับสถานการณ์ในพม่านั้น ไทยใช้นโยบายความมั่นคงกับประเทศเพื่อนบ้าน การทำงานด้านมนุษยธรรมไม่ใช่ความสะดวกสบาย แต่เป็นการตอบสนองในสถานการณ์ฉุกเฉิน ดังนั้นไทยต้องเปลี่ยนแปลงนโยบายการต่างประเทศ และควรทำงานร่วมมือกับกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ด้วย

นายกัณวีร์ กล่าวต่อว่า การเปิดระเบียงมนุษยธรรมต้องเป็นการเปิดโอกาสให้ประเทศเพื่อนบ้าน เข้าไปให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ผู้ได้รับผลกระทบ และไม่ใช่การแก้ไขปัญหาแบบยั่งยืน แต่เป็นการตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉิน เพราะฉะนั้นไทยต้องวางแผนให้ดี ด้วยชายแดนไทย-พม่า 2,400 กิโลเมตร ทำให้ไทยมีความสำคัญต้องแสดงจุดยืนการแก้ไขปัญหาในพม่าด้วย ไทยไม่สามารถยึดเพียงหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายในประเทศของอาเซียน เพราะต้องยอมรับว่าเมื่อเกิดสถานการณ์ในเมียนมาจะกระทบไทยทันที ไทยจะต้องมีการทูตเชิงรุกถึงรากเหง้าปัญหา

วันเดียวกันได้มีการจัดกิจกรรมครบรอบ 3 ปีรัฐประหารในพม่าตามพื้นที่ต่างๆในประเทศไทย ทั้งที่ประตูท่าแพ จังหวัดเชียงใหม่ บริเวณหน้าอาคารสหประชาชาชาติ ถ.ราชดำเนิน กทม. และบริเวณหน้าสถานเอกอัคราชทูตพม่าประจำประเทศไทย โดยมีการออกแถลงการณ์ส่วนใหญ่เรียกร้องให้นานาชาติคว่ำบาตรรัฐบาลทหารพม่าและยืนเคียงข้างประชาชนที่ออกมาต่อต้าน รวมทั้งให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

———————————-

On Key

Related Posts

ยังไม่รู้ชะตากรรมคนไทย 148 ถูกตำรวจพม่ากวาดล้างในบ่อนพนันออนไลน์เมืองท่าขี้เหล็ก นายอำเภอแม่สายเผยยังไม่มีญาติมาติดต่อ ขณะที่สถานการณ์เริ่มตึงเครียดหลังทางการพม่าเปิดให้ตำรวจจีนเข้าทลาย

ความคืบหน้ากรณีตำรวจและทหารของประเทศเมียนมา บุกจู่Read More →

คุมเข้มชายแดนแม่สาย-ท่าขี้เหล็ก ทหารพม่าบุกทลายพนันออนไลน์ – แก๊งคอลเซ็นเตอร์ คุมตัวคนไทย – จีนเทากว่า 100 คน เชื่อกระเจิงเข้าคิงส์โรมันส์-เมียวดี

เพจข่าวท้องถิ่น Maesaipress  รายงานว่า เมื่อเวลาปรRead More →

เร่งเปิดเผยข้อมูล สปส. ทีมประกันสังคมก้าวหน้าเดินเครื่องทันทีหลังรับเลือกเป็นบอร์ด ค้นหาเหตุงบบริหารสำนักงานพุ่งเป็น 5 พันล้าน เผยแปลกใจทำวารสาร 4.5 แสนฉบับสวนยุคสมัย สารพัดหน่วยงานรัฐรุมค้านให้สิทธิแรงงานข้ามชาติเลือกตั้งบอร์ดระบุส่งผลกระทบความมั่นคงชาติ

เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2567 รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรRead More →

หนุ่มสาวพม่ายังคงแห่ขอวีซ่าเข้าไทย-จีนวันละหลายพัน-เบียดเสียดเสียชีวิตแล้ว 2 นักวิเคราะห์ประเมินนับล้านคนมุ่งไทย ชี้รัฐไทยต้องมีนโยบายที่ซับซ้อนรองรับ

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2567 สื่อมวลชนและช่องทางRead More →