สำนักข่าวชายขอบ
Transborder News

ความยั่งยืน “ป่าขุนแม่สะป๊อก” กว่า 30 ปีที่ชุมชนร่วมกันดูแล

ชาวกะเหรี่ยงปกาเกอะญอ บ้านหนองเต่า ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมสืบชะตาบวชป่าต้นน้ำ ครั้งที่ 9 ขึ้นในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2567 เป็นการสืบสานวิถีการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ 

พิธีกรรมนี้ ริเริ่มตั้งแต่ยังไม่มีคำว่า“ป่าชุมชน” จนถึงการรวมตัวกันเป็นเครือข่ายป่าชุมชน กว่า 30 ปี ตามวิถีความเชื่อ “อ่อทีเก่อตอที อ่อก่อเก่อตอก่อ”ซึ่งแปลได้ว่า “ กินน้ำต้องรักษาน้ำ ใช้ดินต้องรักษาดิน” อยู่ร่วมกันของคนกับป่าได้อย่างเกื้อกูลกันและกัน ซึ่งพิธีกรรม สืบชะตาบวชป่าต้นน้ำ ได้จัดขึ้นที่บริเวณขุนน้ำแม่สะป๊อก ซึ่งเป็นลำห้วยต้นน้ำสาขาของแม่น้ำวางที่ไหลลงมามันจบกับแม่น้ำขาน สู่แม่น้ำปิง 

กิจกรรมในครั้งนีัได้รับการจัดสรรงบประมาณบางส่วนจากหน่วยจัดการต้นน้ำขุนวาง โดยความร่วมมือของชุมชนบ้านหนองเต่า และข้อมูลสาระสนเทศ แผนที่การจำแนก พื้นที่การใช้ประโยชน์ ต่างๆ จากมูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนภาคเหนือและองค์การบริหารส่วนตำบลแม่วิน เพื่อเป็นการนำพิธีกรรมตามภูมิปัญญาวัฒนธรรมของคนปากเกอะญอมาประยุกต์ใช้ในการปกป้องและพิทักษ์ทรัพยากรป่าไม้ ให้คงอยู่กับชุมชนอย่างยั่งยืน

 อีกทั้งเป็นการเปิดพื้นที่การเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์แก่เยาวชนและคนทั่วไปให้เห็นคุณค่าการดูแลรักษาป่า และเป็นการสร้างความร่วมมือระหว่างชุมชน ภาครัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพัฒนาชุมชนให้เป็นแหล่งเรียนรู้ในการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับป่า โดยใช้วิถีภูมิปัญญาของคนในชุมชน 

จัดทำพิธีสืบชะตาบวชป่าต้นน้ำครั้งที่ 9 นี้ ได้อัญเชิญเทพยดาที่ปกปักรักษา ดินน้ำป่า ลงมารับของเซ่นไหว้ หลังการประกอบพิธีกรรมทางความเชื่อดั้งเดิมเสร็จแล้วก็เป็นการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาพุทธ แล้วนำผ้าเหลืองไปห่มต้นไม้หรือ บวชป่าที่บริเวณด้านหน้าจุดพิธีกรรมบวชป่าเฉลิมพระเกียรติต้นที่ 50 ล้าน โดยมีนายอำเภอมาเป็นประธาน 

จีระ กิจทรัพย์พัฒนา ผู้ใหญ่บ้านหนองเต่า กล่าวว่า บริเวณพิธีกรรมบวชป่าคือพื้นที่บวชป่าเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ได้ครองราชย์ครบ 50 ปี เมื่อปีพ.ศ. 2539 ในฐานะพสกนิกร ประชาชนที่อยู่ร่วมกับป่ามาช้านานเราไม่มีสิ่งใดจะถวาย จึงได้น้อมถวายความร่วมมือร่วมใจในการดูแลผืนป่าต้นน้ำด้วยพิธีกรรมบวชป่า 50 ล้านต้น ซึ่งเป็นกิจกรรมร่วมของเครือข่ายป่าชุมชน ภาคเหนือมากกว่า 100 ชุมชน ครอบคลุมมากกว่า 5,000 ไร่ ก็ได้รับการปกป้องดูแลจากชุมชนบ้านหนองเต่า มาอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นการจัดทำแนวกันไฟป้องกันไฟป่า การลาดตระเวนเพื่อดับไฟ และป้องกันการดับไฟป่า

“หลังจากนั้นมาสภาพพื้นที่ป่ามีความอุดมสมบูรณ์อย่างต่อเนื่อง ดังจะเห็นว่ารอบรอบบริเวณนี้จะเป็นป่ารุ่นที่ 2 ซึ่งเพิ่งจะมีอายุการเจริญเติบโตประมาณ 30 กว่าปี มีแม่น้ำลำธารไหลตลอดทั้งปี ไม่มีน้ำป่าไหลหลาก”

เกศริน ตุ่นแก้ว นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่วิน กล่าวว่าพัฒนาการด้านการจัดการฟื้นฟูอนุรักษ์ป่ามีมาตั้งแต่สมัยรุ่นพ่อคือพะตีจอนิ โอ่โดเชา ที่เป็นผู้นำหลักในการผลักดันให้มีการฟื้นฟูอนุรักษ์ป่าต้นน้ำถ้าขาดบุคคลเหล่านี้งานในวันนี้ก็ไม่สามารถเกิดได้ นับรวมตั้งแต่แรกเริ่มจนถึงปัจจุบันปัจจุบันก็ได้ทราบว่าเกือบ 30 ปีมาแล้ว โดยปัจจุบันนั้นเราได้มีการนำเสนอหลักการข้อมูลเหล่านี้ให้เข้าสู่กระบวนการ ให้เกิดการยอมรับถูกต้องตามกฎหมาย โดยเฉพาะการเข้าไปสู่กระบวนการรับรองสิทธิตามโครงการ แก้ไขปัญหาป่าไม้ที่ดินทำกิน ภายใต้โครงการ คทช. 

เดโช ไชยทัพ ผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนภาคเหนือ กล่าวว่า ช่วงแรกๆที่มีการรวมตัวกันของเครือข่ายชาวบ้านได้เริ่มจัดการเรื่องป่าชุมชน ก็ใช้พิธีกรรมเรื่องการบวชป่าเป็นกุศโลบายเพื่อป้องกันการบุกรุกและเป็นการประกาศพื้นที่อนุรักษ์ของชุมชน การแก้ไขปัญหาป่าไม้ที่ดินในเขตป่าถือว่ามีความคืบหน้าได้เร็ว โดยมีสองส่วนที่อยู่นอกเหนือจากเขตอุทยาน คือเขตที่ทำกินกับเขตป่าชุมชนซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจของชุมชน เป็นเรื่องที่ต้องรีบเร่งทำข้อมูล และทำเสนอขอจัดตั้งให้แล้วเสร็จในวันที่ 6 มีนาคมที่จะถึง 

————–

On Key

Related Posts

โฆษก KNU ประกาศไม่เหลือพื้นที่เจรจาให้ SAC ระบุต้องรบให้ชนะเท่านั้น ชวนประชาชนร่วมกำจัดปีศาจร้ายออกจากแผ่นดินกอทูเล เผยพยายามให้กระทบเศรษฐกิจน้อยที่สุด “เศรษฐา” ตั้งกก.ชุดใหญ่ติดตามดูแลสถานการณ์ความไม่สงบในพม่า ให้ปานปรีย์เป็นประธาน

วันที่ 18 เมษายน 2567 พะโดซอตอนี (Padoh Saw Taw NeRead More →

NUG เชื่อการปฏิวัติเข้าใกล้ชัยชนะ ส่งจดหมายกระชับไมตรีกองทัพว้า ชื่นชมมีส่วนสำคัญถอนรากSAC จับตาความเปลี่ยนแปลงภายหลังทูตจีนพบอดีต 3 นายพลผู้นำพม่า

เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2567 สำนักข่าว Irrawaddy รายRead More →

นักวิชาการหลายสถาบันเห็นพ้องทบทวนโครงการผันน้ำยวม ชี้ไม่คุ้มค่าการลงทุนนับแสนล้าน-ปริมาณน้ำไม่พอ-อีไอเอไม่คลอบคลุม ชาวบ้านผู้รับผลกระทบวอนให้ลงดูพื้นที่จริง

เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2567 เวลา 9.00 น. ที่ห้องประRead More →