สปส

ผมเห็นสำนักงานประกันสังคม(สปส.)เที่ยวสะกิดเตือนให้นายจ้าง-ลูกจ้าง เร่งจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมทีไรแล้วรู้สึก “จี๊ด”ทุกที

 

ที่ต้องจี๊ดก็เพราะว่าเป็นการเลือกปฏิบัติชัดเจน เนื่องจาก ในกฎหมายประกันสังคมระบุไว้ชัดให้ 3 ฝ่าย คือนายจ้าง ลูกจ้างและรัฐบาลร่วมจ่ายเงินสมทบ โดยรัฐบาลจ่ายน้อยนิดเมื่อเทียบกับ 2 ฝ่ายที่เหลือหรือที่ลูกจ้างเรียกว่า “ตีตั๋วเด็ก” คือจ่ายเพียง 2.75% ขณะที่ลูกจ้างและนายจ้างจ่ายฝ่ายละ 5% (ดูรายละเอียดจากตาราง)

table

ที่น่าเจ็บใจคือแม้จะตีตั๋วเด็กแล้ว แต่รัฐบาลก็ยังเบี้ยวหนี้เสียอีก นับจากปี 2533 ซึ่งมีการก่อตั้งกองทุนประกันสังคม รัฐบาลหรือกระทรวงการคลังหรือสำนักงบประมาณ ไม่เคยคิดที่จะจ่ายเงินสมทบในส่วนของรัฐบาลให้เต็มเม็ดเต็มหน่วยเลย ทำให้ทุกวันนี้มีหนี้สะสมที่รัฐบาลไม่ได้จ่ายสปส. หลายหมื่นล้านบาท

 

ที่สำคัญคือคณะกรรมการประกันสังคม(บอร์ด) และผู้บริหารที่รับผิดชอบ ก็ไม่เคยคิดที่จะทวงหนี้จากรัฐบาลเลย แต่พอนายจ้างหรือลูกจ้างค้างชำระไม่กี่เดือน กลับตามทวงแล้วทวงอีก พร้อมกับค่าปรับอีกต่างหาก

 

นายชาลี ลอยสูง ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย กล่าวว่าเท่าที่ได้รับข้อมูลมา พบว่าขณะนี้รัฐบาลเป็นหนี้กองทุนประกันสังคมอยู่กว่า 7 หมื่นล้านบาท ซึ่งเรื่องนี้สะท้อนถึงการเลือกปฏิบัติชัดเจน เพราะสปส.ไม่เคยคิดที่จะทวงถามเงินก้อนนี้จากรัฐบาล ทั้งๆที่เป็นผลประโยชน์ของกองทุนประกันสังคมและผู้ใช้แรงงาน โดยขณะนี้กำลังปรึกษาฝ่ายกฎหมายอยู่ว่าควรนำเรื่องไปฟ้องศาล เพราะมีการเลือกปฏิบัติชัดเจน ส่วนจะเป็นศาลใดนั้น ขอหารือผู้เชี่ยวชาญก่อน

 

ขณะที่ดร.วรวรรณ ชาญด้วยวิทย์  ผู้อำนวยการวิจัยด้านหลักประกันสังคม สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ หรือทีดีอาร์ไอ กล่าวว่า จากข้อมูลของสปส.ย้อนหลังไป 10 ปี พบว่ารัฐบาลได้ค้างชำระเงินสมทบไปกว่า 3 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่า สปส.อยู่ในระบบราชการ ทำให้กระทรวงการคลังหรือสำนักงบประมาณคิดว่ายังไม่ต้องจ่ายก็ได้ เพราะในกฎหมายแม้ระบุให้รัฐบาลต้องจ่ายเงินสมทบ แต่ไม่ได้บอกว่า หากรัฐบาลไม่จ่ายแล้วจะถูกปรับหรือถูกลงโทษอย่างไร แตกต่างจากนายจ้างและลูกจ้างที่ต้องถูกปรับตามอัตราดอกเบี้ยที่กำหนด

 

ดร.วรวรรณกล่าวว่า สิ่งที่ตนฟันธงเป็นอย่างแรกในการแก้ไขปัญหาระบบประกันสังคมคือการต้องดึงสปส.ออกมาจากระบบราชการเสียก่อน เพราะหากเป็นนิติบุคคล รัฐบาลคงไม่สามารถติดหนี้สินได้ขนาดนี้ ที่ผ่านมารัฐบาลไม่เคยจ่ายเงินสมทบครบเลย ขณะที่บอร์ดประกันสังคมก็ไม่เคยคิดที่จะปกป้องผลประโยชน์ของกองทุนประกันสังคมในกรณีนี้เลย ทั้งๆที่ทำให้ขาดรายได้ไปจำนวนมหาศาล

 

“แต่ละปีกองทุนประกันสังคมต้องสูญเสียรายได้หลายพันล้านบาทจากหนี้ก้อนใหญ่ที่รัฐบาลค้างชำระ ขณะที่ความมั่นคงของกองทุนกว่า 1 ล้านล้านบาทแห่งนี้ ซึ่งใหญ่ที่สุดของประเทศ ยังต้องประสบกับความเสี่ยงในอนาคต กลายเป็นระเบิดเวลาโดยที่ไม่มีใครคิดแก้ไข เขาพยายามทำให้ข่าวคราวของสปส.เงียบๆ เพราะจะได้ไม่ต้องตกเป็นเป้า ทั้งๆที่มีปัญหาเต็มไปหมด” ดร.วรวรรณ กล่าว

 

ผู้อำนวยการวิจัยฯกล่าวด้วยว่า ควรมีการปฎิรูประบบประกันสังคมอย่างเร่งด่วน เพราะหมายถึงชีวิตของคนกว่า 10 ล้านคน ซึ่งตนไม่แน่ใจว่านักการเมืองจะสนใจประเด็นนี้หรือไม่ แต่หากต้องการหาเสียงคนชั้นกลางหรือผู้ใช้แรงงานก็ควรหยิบยกเรื่องการปฏิรูปประกันสังคมขึ้นมา

 

ผมคิดว่าถึงเวลาแล้ว ที่ผู้ประกันตนกว่า 10 ล้านคน ควรต้องตื่นตัวและลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิของตัวเอง มากกว่าปล่อยให้เป็นภาระของผู้ใช้แรงงานกลุ่มหนึ่งต้องต่อสู้โดยลำพัง ขณะที่ผู้นำแรงงาน “บางส่วน” ยังคนผลัดกันหมุนเวียนเข้าไปหากินในกองทุนประกันสังคม โดยมีข้าราชการประจำคอยจัดสรรผลประโยชน์

 

เราอย่ามัวแต่หงุดหงิดที่ต้องจ่ายเงินสมทบทุกเดือน แต่แทบไม่ได้ใช้บริการ หรือพอไปใช้ก็ได้รับการบริการแบบห่วยๆ

 

การรวมพลังของผู้ประกันตนเท่านั้นแหละ ที่จะเตะหมูออกจากปากหมาได้

 

โดย ภาสกร จำลองราช

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.