สำนักข่าวชายขอบ
Transborder News

KNU แสดงจุดยืน 6 ข้อหลังความช่วยเหลือมนุษยธรรมส่งถึงมือชาวบ้านกะเหรี่ยง ไม่เชื่อใจกาชาดพม่าระบุเป็นเครื่องมือ SAC “สีหศักดิ์”ตีฆ้องประกาศผลสำเร็จ-เชิญนานาชาติกว่า 50 ประเทศร่วมรับฟัง เตรียมเดินช่วยเหลือหน้าครั้งต่อไป

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2567 คณะกรรมการกลางสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (Karen National Union-KNU) ได้เผยแพร่คำแถลงเกี่ยวกับการส่งมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมของรัฐบาลไทยเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2567 ณ สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 อ.แม่สอด จ.ตาก ระหว่างสภากาชาดไทยได้มอบสิ่งของช่วยเหลือให้แก่สภากาชาดเมียนมา โดยความช่วยเหลือดังกล่าวถูกแจกจ่ายให้กับผู้พลัดถิ่นในประเทศ (IDP) จำนวน 20,000 คนที่หลบหนีเข้าไปในพื้นที่ควบคุมของ KNU เมืองนะบู ไป่จง และตามายะ (อ.ดงยิน) เนื่องจากการโจมตีทางอากาศของสภาบริหารแห่งรัฐพม่า (SAC)

คำแถลงระบุว่า กองกำลังรักษาชายแดน (BGF) ได้ขนส่งสิ่งของช่วยเหลือผ่านเมืองเมียวดี (ตรงข้าม อ.แม่สอด จ.ตาก) โดยเจ้าหน้าที่จากเขตพะอันของ KNU ได้รับพัสดุช่วยเหลือจำนวน 3,874 ชิ้นจากการส่งมอบของกองทัพบกไทยในเมืองนาบู และส่งมอบต่อให้กับ CIDKP (คณะกรรมการเพื่อชาวกะเหรี่ยงผู้พลัดถิ่นภายในประเทศ) และผู้นำชุมชนตามลำดับ ที่เมืองไป่จง และตามายะ โดยเจ้าหน้าที่จาก SAC และสภากาชาดเมียนมาเข้าร่วมในการส่งมอบความช่วยเหลือ

“ผู้นำของเราสามารถแจกจ่ายสิ่งเหล่านี้ได้อย่างสมบูรณ์และด้วยความยับยั้งชั่งใจ แม้จะมีความท้าทายอยู่ด้วยก็ตาม” คำแถลงระบุ

KNU ระบุว่าแม้จะขาดข้อมูลและความท้าทาย แต่ KNU ขอแสดงความขอบคุณในนามของผู้พลัดถิ่นชาวกะเหรี่ยงต่อรัฐบาลไทยที่ช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม เราขอแสดงจุดยืนของ KNU เกี่ยวกับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมดังนี้ 1.วิกฤตด้านมนุษยธรรมในพม่าเป็นวิกฤตสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น ซึ่งมีสาเหตุมาจาก SAC ที่จงใจมุ่งเป้าไปที่พลเรือน

2. SAC แสวงหาหนทางที่จะใช้ประโยชน์จากความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง และสภากาชาดเมียนมา ก็เป็นกองกำลังสำรองทางทหารและเป็นองค์กรที่สนับสนุน SAC ดังนั้นการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมผ่านสภากาชาดพม่า แสดงให้เห็นถึงความเฉยเมยต่อความทุกข์ทรมานของประชาชน เนื่องจากกาชาดพม่า ทำงานให้กับSAC ที่จงใจมุ่งเป้าไปที่ประชาชนของตนเอง

3. ในวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2567 ขณะกำลังส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในไป่จง เครื่องบินรบของกองทัพพม่าลำหนึ่งได้บินเหนือเมือง เมื่อเวลา 12:15 น. ทำให้ผู้พลัดถิ่นหลบหนีด้วยความหวาดกลัว เราเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อผู้พลัดถิ่นเหล่านั้น

4. แม้ว่าการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ผู้พลัดถิ่นในประเทศสามารถพัฒนาความเชื่อถือระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด ความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และการปรึกษาหารือระหว่างทุกฝ่ายถือเป็นสิ่งสำคัญ และกิจกรรมที่ทำลายความไว้วางใจระหว่างฝ่ายที่เกี่ยวข้อง มีแต่จะทำให้ปัญหาลึกซึ้งยิ่งขึ้น

5. KNU ได้ส่งแนวคิดที่เสนอเกี่ยวกับการส่งมอบความช่วยเหลือที่เหมาะสมเกี่ยวกับวิกฤตด้านมนุษยธรรมของพม่า/เมียนมาร์ไปยังประเทศในกลุ่มอาเซียนและรัฐบาลไทยแล้ว

6. เนื่องจากเกือบทั้งประเทศมีความต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างเร่งด่วนในช่วงเวลานี้ เราจึงร้องขอให้ส่งมอบความช่วยเหลือหลังจากการแบ่งปันข้อมูล การปรึกษาหารือจากทุกฝ่ายและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องทั้งหมดด้วยความโปร่งใส ความรับผิดชอบ เสร็จสิ้นแล้วเท่านั้น

วันเดียวกัน ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ชี้แจงภารกิจเพื่อมนุษยธรรมต่อสถานการณ์ในเมียนมาของรัฐบาลไทย ต่อเอกอัครราชทูต และผู้แทน กว่า 50 ประเทศ รวมถึงองค์กรระหว่างประเทศ หลังจากไทยได้ส่งมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ชุดแรกให้ผู้พลัดถิ่นในประเทศเมียนมา ถึงมือชาวบ้าน 3 หมู่บ้าน ในรัฐกะเหรี่ยง จำนวนกว่า 20,000 คนเป็นที่เรียบร้อย

นายสีหศักดิ์ เปิดเผยว่าตัวแทนสถานทูตฯต่างๆ ชื่นชมสนับสนุนสิ่งที่ประเทศไทยได้ดำเนินการไป โดยยอมรับว่าการดำเนินการไม่ใช่เรื่องง่าย เป็นการช่วยเหลือข้ามเขตแดนครั้งแรก เพราะที่ผ่านมาส่งผ่านกรุงย่างกุ้ง แต่ชายแดนต้องการมาก ไทยจึงสนับสนุนการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมนี้

 “มีคนถามและเสียงวิจารณ์ว่าจะไปถึงมือใคร เลือกข้างหรือไม่ เป็นเรื่องธรรมดาว่าการดำเนินการแบบนี้ก็มีความเห็นที่หลากหลาย เราคาดหวังให้ทุกฝ่ายพูดคุยกันปรองดองกัน เป็นหนทางสู่สันติภาพ” นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ไทยคาดหวังจะมีการดำเนินการต่อไป ยกระดับไปสู่การพูดคุยเพื่อสันติภาพ

นายสีหศักดิ์ กล่าวถึงกรณีที่ได้หารือกับนายอาลุนแก้ว กิตติคุน ผู้แทนพิเศษด้านเมียนมาของประธานอาเซียน ซึ่งสนับสนุนและยินดีกับข้อริเริ่มของไทย ยินดีที่สามารถปฏิบัติการด้วยความสำเร็จ และหารือกันด้วยว่าจะดำเนินการกันต่อไปอย่างไร ซึ่งไทยสนับสนุนอาเซียน รวมถึงการทำหน้าที่ของประธานอาเซียนและผู้แทนพิเศษอาเซียนในเรื่องนี้อยู่แล้ว

ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่ามีคำถามสถานทูตอินเดีย ในฐานะประเทศเพื่อนบ้านกับเมียนมา เห็นด้วยกับสิ่งที่ไทยทำไป และคิดว่าสถานการณ์เมียนมา เป็นเรื่องที่ประเทศเพื่อนบ้านต้องช่วยกัน จะต้องประสานกันทำงานมากขึ้น ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศคุยกับทางเจ้าหน้าที่อาวุโสของอินเดีย มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ในเมียนมาที่จะได้มีโอกาสร่วมมือกัน

 “ทางญี่ปุ่น อยากทราบว่ารัฐบาลทหารมีท่าทีอย่างไร ทางเราก็เห็นว่า ครั้งนี้ก็ให้เครดิตรัฐบาลทหารเมียนมาด้วย เพราะการส่งมอบสิ่งของจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่ได้คุยกับรัฐบาลทหารเมียนมาให้ช่วยเหลือ และเราทำงานร่วมกับสถานทูตไทยในย่างกุ้ง ร่วมกับทุกฝ่าย มี AHA ประสาน และมีภาพในการส่งกลับมายืนยัน ถึงมือคนที่มีความต้องการ มายืนยันเป็นตัวชี้วัดแล้ว”

นายสีหศักดิ์ เปิดเผยว่า หลายประเทศอยากทราบว่าจะทำอย่างไรต่อ ซึ่งไทยต้องดูว่าจะขยายความร่วมมือพัฒนาไปสู่ด้านใดบ้าง หากทุกฝ่ายมีความพร้อม ซึ่งอาจจะมีการช่วยเหลือมนุษยธรรมด้านสาธารณสุขต่อไป และไทยอยากเห็นทุกฝ่ายสนับสนุนไทยโดยปราศจากการเมือง รวมถึงกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ส่วนกรณีที่สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง KNU ขอบคุณไทยที่ดำเนินการเรื่องนี้ แต่ยังเป็นห่วงการทำงานผ่านกาชาดเมียนมา ทางไทยยืนยันว่าจำเป็นต้องทำตามหลักการ และทางเมียนมาได้พิสูจน์แล้วว่าได้จัดส่งไปยังพื้นที่ที่เป้าหมายได้ผลตามที่คาดหวัง

On Key

Related Posts

โฆษก KNU ประกาศไม่เหลือพื้นที่เจรจาให้ SAC ระบุต้องรบให้ชนะเท่านั้น ชวนประชาชนร่วมกำจัดปีศาจร้ายออกจากแผ่นดินกอทูเล เผยพยายามให้กระทบเศรษฐกิจน้อยที่สุด “เศรษฐา” ตั้งกก.ชุดใหญ่ติดตามดูแลสถานการณ์ความไม่สงบในพม่า ให้ปานปรีย์เป็นประธาน

วันที่ 18 เมษายน 2567 พะโดซอตอนี (Padoh Saw Taw NeRead More →

NUG เชื่อการปฏิวัติเข้าใกล้ชัยชนะ ส่งจดหมายกระชับไมตรีกองทัพว้า ชื่นชมมีส่วนสำคัญถอนรากSAC จับตาความเปลี่ยนแปลงภายหลังทูตจีนพบอดีต 3 นายพลผู้นำพม่า

เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2567 สำนักข่าว Irrawaddy รายRead More →