ชาวกะเหรี่ยงบางกลอยนับร้อยร่วมร้องขอความเป็นธรรม วอนผู้ว่าฯช่วยตามหา “บิลลี่”แกนนำชาวบ้านถูกอุ้มหาย ผู้การ-รองผู้ว่าเมืองเพชรรับปากเร่งมือ

 billy2

เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2557 เวลาประมาณ 11 .00 น. ครอบครัวของ นายพอละจี หรือ บิลลี่ รักจงเจริญ สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยแม่เพรียง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพรบุรี และแกนนำชาวปกาเกอะญอบ้านบางกลอย ซึ่งถูกอุ้มหายตัวไปตั้งแต่ 17 เมษายน 2557 ที่ผ่านมาพร้อมด้วยชาวบ้านในชุมชนอีกประมาณ 100 คนเดินทางมายังศาลากลางจังหวัดเพชรบุรี เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนผู้ว่าราชการจังหวัดฯและแจ้งความต่อสถานีตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี ให้ช่วยติดตามตัวนายบิลลี่

 

ชาวบ้านต่างถือป้ายเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้ทางการเพชรบุรีติดตามข่าวสารของบิลลี่โดยเร็ว พร้อมทั้งยื่นเรื่องขอความร่วมมือจังหวัดให้มีการย้ายหัวหน้าอุทยานแห่งชาติฯ แก่งกระจานระหว่างการสืบสวนคดีของบิลลี่ด้วย เนื่องจากมีเกรงกลัวเรื่องความไม่ปลอดภัยของครอบครัว และพยานบุคคลทั้งหมด

 

ทั้งนี้ในช่วงเช้าทันทีที่ชาวบ้านเดินทางมาถึงศาลากลางจังหวัด ชาวกะเหรี่ยงหลายพากันร่ำไห้พร้อมชูป้าย ในข้อความต่างๆแสดงถึงความห่วงใยบิลลี่ เช่น “Free Billy Now” ,เราสู้เพื่อความถูกต้อง เอา บิลลี่คืนมา เป็นต้น โดยบางคนไม่มีรองเท้าแต่ก็ยอมเดินบนถนนคอนกรีตร้อนเพื่อป้ายให้สาธารณะชน เห็นถึงความกังวลและห่วงใยบิลลี่ในฐานะนักต่อสู้เพื่อปกป้องทรัพยากร ธรรมชาติในแก่งกระจาน และชาวบ้านบางกลอย

 

ขณะที่นางพิณนภา พฤษาพรรณ ภรรยานายบิลลีพร้อมลูกอีก 5 คนต่างร่ำไห้ในระหว่างให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า ตนไม่เคยห่างไกลสามีนานขนาดนี้มาก่อน แม้ว่าบิลลี่จะงานยุ่งหรือมีธุระมากเพียงใด หากเขาไม่ได้กลับบ้านก็จะโทรศัพท์มาแจ้งข้อมูลให้ทางบ้านทราบข่าวว่าเขาทำอะไร ที่ไหน และจะกลับบ้านเมื่อใด โดยลูกๆจะมีโอกาสคุยกับพ่อเสมอเวลาเดินทางไกล จึงอยากให้ผู้ว่าฯและเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยติดตามหาตัวนายบิลลี่ให้ด้วย

 

“ลูกๆก็ตามหาพ่อ พวกเรารอ อยากให้เขากลับมา เขาไม่เคยหายไปนานขนาดนี้ อยากให้รู้ว่าเราเป็นห่วงมากๆและหากเขายังอยู่และได้ยิน อยากบอกว่าเราและลูกคิดถึงมาก ขอให้พี่กลับมาบ้านไม่อยากให้เงียบหายไปแบบนี้” นางพิณนภา กล่าว

 

ด้านพล.ต.ต.พีรชาติ รื่นเริง ผู้บังคับการสภานีตำรวจภูธร จังหวัดเพชรบุรี (ผบก.ภ.จว. เพชรฯ ) ผู้รับเรื่องร้องเรียน กล่าวว่า ตนได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่แก่งกระจานแล้วกรณีที่บิลลี่หายตัวไปและ ได้นำประเด็นดังกล่าวเข้าประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ในแก่งกระจานแล้ว โดยกระบวนการตรวจสอบติดตามคนหายนั้นจะเป็นไปตามพยานและหลักฐานที่ชาวบ้าน แจ้งมา โดยส่วนตัวเข้าใจข้อกังวลของครอบครัวบิลลี่เป็นอย่างดี แต่การติดตามคดีนั้นไม่อาจทำได้ หากขาดหลักฐาน

 

“เราไม่ทราบว่าเขาหายเพราะใคร อาจหายไปเองหรือมีคนอุ้มไป ไม่มีใครยืนยันได้ในตอนนี้ ขอเวลาสืบสวนสักพัก อย่างไรก็ตามข้อกังวลที่ชาวบ้านเกรงว่าพยานบุคคลและครอบครัวของบิลลี่อาจได้รับอันตรายในอนาคต เพราะมีข้อขัดแย้งกับเจ้าหน้าที่อุทยานฯ นั้น ไม่อาจส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไปคุ้มครองตามคำขอได้ขณะนี้ แต่หากชาวบ้านยังหวาดกลัวก็ขอให้ไปทำเรื่องแจ้งกับตำรวจท้องที่ แก่งกระจานไว้ เพื่อเป็นหลักฐาน เพราะตามรูปคดีนั้นการส่งตำรวจคุ้มครองไม่สามารถทำโดยพละการ แต่ต้องมีหลักฐาน เช่น เอกสารข่มขู่มาแจ้งความก่อนจึงสามารถส่งตำรวจไปคุ้มครองได้ แต่ในภาพรวมนั้นทาง สภอ.ยินดีติดตามคดีตามข้อร้องเรียน” พล.ต.ต.พีรชาติ กล่าว

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนื่องจากช่วงเช้าที่ชาวบ้านเดินทางมาถึง ผู้ว่าราชการจังหวัดออกไปราชการนอกพื้นที่ ภายหลังการแจ้งความกับ สภอ.แล้วชาวบ้านบางกลอยจึงเดินกลับไปยังศาลากลางเพื่อขอพบรองผู้ว่าราชการ จังหวัดเพื่อร้องเรียนเรื่องดังกล่าว โดยมีพ.ต.ท.มล.กิติบดี ประวิตร รองผู้ว่าราชการฯ เป็นผู้รับเรื่องพร้อมให้คำสัญญาว่าจะติดตามข่าวสารของบิลลี่โดยเร็ว โดยในตอนท้ายตัวแทนเครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมได้อ่าน แถลงการณ์เรียกร้องให้จังหวัดเร่งติดตามคดีและให้ย้ายหัวหน้าอุทยานฯ ออกนอกพื้นที่ในระหว่างติดตามคดีของบิลลี่

 

ด้านนางราตรี บญชูเชิด เพื่อนร่วมงานของบิลลี่ กล่าววว่า การเดินทางมาในวันนี้ หลายคนจนไม่มีรองเท้า หลายคนไม่มีเงินแต่ยอมทิ้งงานมาร่วมทวงความยุติธรรมให้บิลลี่และทวงความยุติธรรมให้กะเหรี่ยงในบางกลอย ตลอดจนชาติพันธุ์ทุกคนเพราะทุกคนมีสิทธิในความเป็นคนเหมือนกัน

 

 

.

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.