เครือข่ายลุ่มน้ำแม่กลองเตรียมยื่นจดหมายถึงพล.อ.ประยุทธ์ ค้านสบอช.ฟื้นโครงน้ำ 3.5 แสนล้าน อดีตสว.ชี้ต้องเคารพคำสั่งศาลปกครอง

image

ภายหลังจากที่มีข่าวนายสุพจน์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เลขาธิการสำนักงานนโยบายและบริหารจัดการน้ำเพื่อแก้ปัญหาอุทกภัย(สบอช.) เตรียมเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)นำโครงการบริหารจัดการน้ำมูลค่า 3.5 แสนล้านบาท มาดำเนินการต่อ โดยนายอภิชาต อนุกูลอำไพ อนุกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย(กบอ.)ระบุว่าจะช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้วได้โดยเฉพาะแผนงานก่อสร้างฟลัดเวย์ทั้งฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาสามารถทำได้ทันที

ความเคลื่อนไหวผลักดันโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านของสบอช.สร้างความไม่สบายใจให้กับประชาชนในพื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากโครงการเป็นอย่างมาก โดยได้มีการวิพากษ์วิจารณ์สบอช.กันอย่างกว้างขวาง ขณะที่เครือข่ายอาสาคนรักแม่กลอง จังหวัดราชบุรี ซึ่งได้คัดค้าน “โครงการแม่น้ำสายใหม่” หรือ “ฟลัดเวย์” มาโดยตลอด ได้เตรียมนำจดหมายเปิดผนึกยื่นต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้า คสช. เพื่อขอให้พิจารณาทบทวนการหยิบยกโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ขึ้นมาดำเนินการใหม่

ในจดหมายเปิดผนึกระบุว่า ในอดีตศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาไว้ว่า “ต้องกลับไปดำเนินการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างทั่วถึง หรือ เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมเสียก่อน” ซึ่งโครงการแม่น้ำสายใหม่ หรือฟลัดเวย์ อยู่ในโมดูล เอ5 ได้มีการจัดทำเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชน จ.ราชบุรี เมื่อ27 พฤศจิกายน 2556 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง จังหวัดราชบุรี ซึ่งในเวทีมีชาวบ้านกว่า20,000 คน ไปร่วมแสดงประชามติเป็นเอกฉันท์ว่า “ไม่เห็นด้วย และไม่ต้องการ พร้อมกับมีรายชื่อผู้คัดค้านกว่า 10,000 รายชื่อ

image

จดหมายถึงพล.อ.ประยุทธ์ระบุอีกว่า โครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ต้องจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EIA และ EHIA) ตามประกาศของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงวันที่ 29 ธันวาคม 2552 และตามประกาศของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ปี 2552 แต่ขณะนี้ยังไม่มีการจัดทำรายงานฉบับนี้แต่อย่างใด นอกจากนี้ในแต่ละเวทีของจังหวัดต่างๆ ที่มีการจัดทำเวทีรับฟังความคิดเห็นนั้น มีประชาชนจำนวนมากซึ่งเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงและเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ได้ออกมาแสดงการคัดค้านโครงการอย่างชัดเจน และเปิดเผยต่อสาธารณชน เพื่อเป็นการสื่อสารความต้องการของภาคประชาชนที่มีต่อนโยบายของภาครัฐ

นายสุรจิต ชิรเวทย์ อดีต สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวว่า แม้ขณะนี้จะยังไม่ทราบรายละเอียดที่ชัดเจนของโครงการต่างๆ ภายใต้โรดแมป และ คสช.ได้ประกาศยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2550 ไปแล้ว แต่โครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาทนั้น ยังคงอยู่ภายใต้หลักกฎหมายมหาชน ซึ่งต้องทำตามคำสั่งศาลปกครองที่ให้ชะลอโครงการและจัดให้มีการทำประชาพิจารณ์ก่อน ทั้งนี้ตามโรดแมปของ คสช.ที่จะมีการดำเนินโครงการเร่งด่วนนั้น คาดว่าจะเป็นโครงการย่อยๆ และเป็นโครงการดั้งเดิมของกรมชลประทานที่สามารถดำเนินการได้โดยงบประมาณปกติ เช่น การสร้างสะพาน ขุดลอกทางน้ำ และการฟื้นฟูลำน้ำเดิม

อดีตสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสมุทรสงครามกล่าวว่า ส่วนในโครงการขนาดใหญ่ที่เสี่ยงมีผลกระทบรุนแรงและต้องอาศัยเงินกู้จากต่างประเทศ โดยเฉพาะการก่อสร้างแนวฟลัดเวย์ หรือการสร้างเขื่อนนั้น คสช.คงไม่กล้าที่จะดำเนินการในขณะนี้ เนื่องจากจะขัดต่อคำสั่งศาลปกครอง และอาจจะมีกระแสคัดค้านอย่างรุนแรงจากประชาชนในพื้นที่ต่างๆ อย่างไรก็ตามอยากเสนอให้ภาคประชาชนได้พยายามสื่อสารข้อเสนอหรือความคิดเห็นต่อโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาทโดยตรงถึง คสช. อย่างต่อเนื่อง และอาศัยช่องทางการตรวจสอบที่ยังมีอยู่ ผ่านองค์กรอิสระต่างๆ เช่น สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน และคณะกรรมการสิทธิมนุษย์ชนแห่งชาติ เป็นต้น

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.