เมียบิลลี่บุกยูเอ็น-ยื่นหนังสือร้องคสช. วอนตามหาสามีหายไปกว่า 2 เดือน ดีเอสไอลุยคดี-จี้อุทยานฯเปิดพื้นที่หาหลักฐาน

11
เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2557 นางพิณภา พฤกษาพรรณหรือ “มือนอ” ภรรยานายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลึ่ นักต่อสู้สิทธิมนุษยชนชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ที่ถูกบังคับให้หายตัวไปภายหลังจากที่ถูก อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จับตัวไว้และปล่อยในเวลาต่อมา พร้อมนางอังคณา นีละไพจิตร ประธานคณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติภาพ และตัวแทนเครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมรวมประมาณ 5 คน ได้เดินทางไปยังสำนักงานสหประชาชาติหรือยูเอ็น ถนนราชดำเนิน กรุงเทพฯ เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนให้ยูเอ็นช่วยกระตุ้นให้เกิดการติดตามการหายตัวไปของนายบิลลี่ซึ่งได้หายไปราว 2 เดือน 

นางอังคณา กล่าวว่า วันนี้คณะทำงานด้านข้อมูลบุคคลที่ถูกบังคับสูญหาย( Working Group on Enforced Disappearances ) ในสำนักข้าหลวงใหญ่ฯ ยูเอ็น ได้พบกับครอบครัวบิลลี่ โดยเบื้องต้นได้รับทราบถึงกรณีที่ คณะกรรมการต่อต้านการทรมานของยูเอ็นได้แสดงความกังวลต่อการหายไปของบิลลี่ตั้งแต่เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม แล้ว แต่ความคืบหน้านั้นเป็นเรื่องภายในประเทศ ยูเอ็นจะสามารถสื่อสารติดตามความคืบหน้าได้ก็ต่อเมื่อรัฐไทยมีการเปิดเผยข้อมูลและรายงานอย่างเป็นทางการ โดยจะเร่งประสานงานกับกระทรวงต่างประเทศ เพื่อสอบถามความคืบหน้าคดีอีกครั้ง

“การผลักดันเรื่องการหายไปของบิลลีให้ยูเอ็นรับทราบจะเป็นข้อดีต่อการ สนับสนุนให้ประเทศไทยร่วมลงนามสัญญาและประกาศสัตยาบรรณ ด้วยการคุ้มครองมิให้บุคคลถูกบังคับให้สูญหายกับนานาชาติ เพื่อให้การติดตามคดีของบุคคลมีความสำคัญในการสืบสวนสอบสวนอย่างโปร่งใสและไม่มีที่สิ้นสุด จนกว่าจะพบหลักฐานว่าเกิดอะไรขึ้นกับบุคคลนั้นๆ เนื่องจากส่วนมากบุคคลที่หายไปเป็นนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชน” นางอังคณา กล่าว

นางพิณภา กล่าวว่าขอบคุณยูเอ็นอย่างมากที่ได้ให้ความสนใจการหายไปของบิลลี โดยหวังว่านายบิลลี่ จะเป็นตัวอย่างให้สังคมรับรู้ถึงความไม่เป็นธรรมและรู้ว่าคนในป่าเจอกับความทุกข์กับความลำบากอย่างไรบ้าง ทำไมบิลลี่ จึงต้องต่อสู้เพื่อสิทธิของชาวบ้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานหลังจากเข้าพบผู้บริหารของยูเอ็นแล้ว นางพิณภา พร้อมญาติและเครือข่ายกะเหรี่ยงฯ ได้เดินทางไปยังกองบัญชาการทหารบก เพื่อยื่นหนังสือถึงคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยได้เข้าพบกับ พันเอกอนุชา ชุ่มคำ ผู้อำนวยการกองประชาสัมพันธ์ เพื่อยื่นข้อเรียกร้องต่อ คสช.ในการติดตามตัวบิลลี่

นายเกรียงไกร ชีช่วง ผู้ประสานงานเครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรม เขตตะนาวศรี กล่าวว่า การยื่นหนังสือถึง คสช.นั้นได้เรียกร้องให้ คสช.ดำเนินการช่องทางใดช่องทางหนึ่งเพื่ออนุญาตให้ทีมทนายความและผู้เกี่ยวข้องได้ค้นหาบิลลี่ ตามพื้นที่ทุกแห่งที่สงสัยว่า บิลลี่อาจถูกอุ้มหาย หรืออาจอยู่ที่ใดที่หนึ่งเพื่อค้นหาหลักฐาน เพราะขณะนี้เรื่องคดีบิลลี่เข้าสู่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แล้ว นอกจากนี้เครือข่ายฯ ยังได้ร้องเรียนกรณีการพบหลักฐานภาพเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯเลื่อยไม้ในเขตอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ด้วย โดยภาพดังกล่าวทีมทนายความได้ระบุว่าเป็นภาพถ่ายที่มาจากบิลลี่ แต่เพื่อความโปร่งใสของสังคม และไม่เป็นการปรักปรำใคร อยากให้ คสช.ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีขบวนการตัดไม้ผิดกฎหมายหรือไม่ ซึ่งหากมีจริงแล้วพบว่าเกิดขึ้นในวงการคนมีสีก็จะได้คลายความกังวลของชาวกะเหรี่ยงต่อข้อกล่าวหาว่าเป็นกลุ่มทำลายป่าได้บ้าง เพราะที่ผ่านมากะเหรี่ยงน้อยคนจะได้รับความเป็นธรรมกรณีดังกล่าว

พันเอกอนุชา กล่าวภายหลังรับเรื่องร้องเรียนว่า ข้อร้องเรียนดังกล่าวจะดำเนินการส่งให้ฝ่ายกฎหมายของคสช.ดำเนินการ เพราะทุกเรื่องต้องใช้เวลาและอาศัยหลักฐานในการตามคดี แต่จำเป็นต้องเร่งมือทั้งในส่วนของคนหายและกรณีพบการตัดไม้ในอุทยานฯ

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.