image

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน ที่ศาลากลางจังหวัดราชบุรี ตัวแทนเครือข่ายคนรักแม่กลอง ตัวแทนชมรมคนรักบ้านสวน และตัวแทนชาวบ้านแต่ละตำบลของ จ.ราชบุรี ได้เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกต่อผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เพื่อแสดงเป็นการแสดงจุดยืนคัดค้านโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หรือมอเตอร์เวย์ สายนครปฐม – ชะอำ

ทั้งนี้ในหนังสือคัดค้าน ระบุว่า ตามที่กรมทางหลวงมีแผนงานหรือโครงการที่จะเวนคืนที่ดินเพื่อจัดทำทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายนครปฐม – ชะอำนั้น ในนามเครือข่ายอาสาคนรักแม่กลองและชาวบ้านในพื้นที่ ขอใช้สิทธิตามรัฐธรรมมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 คัดค้านโครงการดังกล่าว เนื่องจากโครงการดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อชุมชน สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งเป็นโครงการที่มีผลเสียมากกว่าผลดี อีกทั้งการดำเนินการของกรมทางหลวง มิได้ดำเนินการให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฏหมายรัฐธรรมนูญ .oหลายมาตรา อาทิ มาตรา 56, 57, 66, 67, 85 และมาตรา 87 เป็นต้น ดังนั้นจึงขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ได้โปรดพิจารณาทบทวน และระงับ หรือยกเลิกโครงการดังกล่าว

ในหนังสือคัดค้านยังระบุว่า ลักษณะภูมิประเทศของจ.ราชบุรี เป็นพื้นดินราบลุ่ม – ราบลุ่มต่ำ ซึ่งสูงจากระดับน้ำทะเล 1-2 เมตร เหมาะแก่การทำเกษตรกรรม เพาะปลูกข้าว ปลูกพืชไร่ สวนผลไม้นานาชนิด มีความอุดมสมบูรณ์ด้านชลประทาน เพราะมีแม่น้ำแม่กลองและแม่น้ำแควไหลผ่าน แต่การดำเนินโครงการมอเตอร์เวย์ สายนครปฐม – ชะอำ มีผลทำให้สูญเสียพื้นที่เกษตรไปเป็นถนนจำนวนมาก คือ พื้นที่โครงการฯ ตอนที่ 1 สูญเสียพื้นที่ 5890.2 ไร่ และพื้นที่โครงการฯ ตอนที่ 2 สูญเสียพื้นที่ 3286.25 ไร่ จากการเวนคืนที่ดินทั้งหมด 10,583 ไร่ และเวนคืนสิ่งปลูกสร้าง 614 หลังคา

ด้านน.ส.อัญชุลี ลักษณ์อำนวยพร ประธานเครือข่ายอาสาคนรักแม่กลอง กล่าวว่าเมื่อวันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา เครือข่ายคนรักแม่กลองและตัวแทนภาคประชาชนได้เข้ายื่นหนังสือถึงคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เพื่อคัดค้านโครงการมอเตอร์เวย์สายนี้ และได้รับหนังสือตอบรับเรื่องนี้กลับมาจาก คสช. เมื่อวันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา เครือข่ายฯ จึงได้ทำเอกสารข้อมูลผลกระทบเพิ่มเติมกลับไป โดยคสช.แจ้งว่าจะใช้เวลาในการรวบรวมข้อมูลต่างๆประมาณ 2 สัปดาห์ ซึ่งขณะนี้เครือข่ายก็ได้พยายามติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง เพราะมีความกังวลต่อท่าทีของกรมทางหลวงที่มีความพยายามเดินหน้าโครงการนี้ให้ได้ ทั้งที่มีกระแสคัดค้านอย่างรุนแรงจากชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ โดยการเคลื่อนไหวของเครือข่ายตอนนี้คงต้องรอดูคำตอบจาก คสช. และหากภายในกลางเดือนกรกฏาคมยังไม่มีความคืบหน้าที่พอใจ ก็จะร่วมกันไปขอเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา หัวหน้าคสช. เพื่อทวงถามเรื่องนี้ต่อไป

 

 

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.