image

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2557 นางแสงโสม หาญทะเล ชาวเลเกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล เปิดเผยว่า ภายหลังการร้องเรียนคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ( คสช.)กรณีปัญหาข้อพิพาทเรื่องที่ดินของเครือข่ายชาวเล และทางสำนักนายกรัฐมนตรีได้ออกคสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาชาวเลฯแล้ว ยังพบว่าสถานการณ์บนเกาะหลีเป๊ะในด้านความรุนแรงต่อชีวิตชาวเลเริ่มดีขึ้น แต่ยังมีข้อน่ากังวลเพิ่มขึ้นมาอีกประเด็น เนื่องจากเมื่อวานนี้ (23 กรกฎาคม ) มีชาวเกาะหลีเป๊ะรายหนึ่งตัดสินใจรื้อถอนบ้านในชุมชน ซึ่งจากการสอบถามเบื้องหลังทราบว่า บ้านหลังดังกล่าว เป็นของหญิงชาวเลวัยประมาณ 60 ปี โดยเจ้าตัวระบุว่ามีความประสงค์จะย้ายไปอยู่กับบุตรหลานซึ่งอยู่อีกซีกหนึ่งของเกาะหลีเป๊ะ จึงตัดสินใจรื้อถอน 

นางแสงโสมกล่าวว่า ภายหลังชาวบ้านที่อยู่ในละแวกเดียวกันได้สืบข้อมูลและพบว่า แท้จริงแล้วที่ดินของหญิงรายนี้ เป็นที่ดินติดกับธุรกิจแพปลา ซึ่งเจ้าของแพปลาบนเกาะหลีเป๊ะ ได้ทำสัญญาเช่าต่อจากนายทุนไว้หลายปี แต่ต่อมานายทุนเจ้าของที่นั้นมีความประสงค์จะขายที่ดิน จึงได้ไปเจรจากับผู้เช่าให้ย้ายออก และจะชำระค่าชดเชยให้เนื่องจากผู้เช่าไม่สามารถเช่าได้ครบกำหนดที่ตกลงกันไว้ โดยราคาค่าชดเชยตกลงกันไว้ที่ 1 ล้าน 5 แสนบาท แต่นายทุนจ่ายเงินเบื้องต้นแค่ 5 แสนบาท แล้วเสนอเงื่อนไขว่า จะจ่ายส่วนที่เหลือต่อเมื่อผู้เช่าไปกดดันให้ชาวเลในพื้นที่ดังกล่าวย้ายออก เพราะคนที่มาซื้อที่ดินต่อต้องการดำเนินธุรกิจในละแวกชุมชนทั้งหมด ทั้งนี้เจ้าของที่เสนอเงื่อนไขด้วยว่า หากใครรื้อถอนจะยินดีจ่ายเงินค่าชดเชยให้ตามความเหมาะสม แล้วบุตรสาวของชาวเลรายนี้เห็นว่าแม่แก่แล้ว จึงเสนอให้แม่ย้ายไปอยู่ด้วยและได้รับเงินค่ารื้อถอนเสร็จสิ้นแล้ว โดยที่ไม่ได้ปรึกษาเพื่อนบ้าน

“ชุมชนของป้าคนนี้ มีทั้งหมด 7 หลังคาเรือน แต่บ้านของป้าติดถนนในหมู่บ้าน มีรถก่อสร้าง รถบรรทุก และรถราวิ่งเข้าไปในชุมชน หลายครั้ง ป้าอ้างว่า มันน่ารำคาญ เสียงดังรบกวน บางครั้งเครียด แต่จริงๆแล้ว ลูกสาวแกไปรับเงินนายทุนมาแล้ว เขาใช้วิธีเดิม คือ กดดันให้ชาวเลทยอยรื้อถอน วันนี้ได้ข่าวว่ามีอีกรายอยากย้ายออกเพราะอยากได้เงิน แต่ตกลงราคากันยังไม่ได้ วันนี้จากชุมชน 7หลังคาเรือน เหลือ 6 หลังคาเรือนแล้ว หากย้ายออกอีกครอบครัวก็จะเหลือแค่ 5 หลัง การยึดที่ของนายทุนก็ง่ายขึ้น เครือข่ายต่อสู้เรื่องที่ดินในหลีเป๊ะลดน้อยลง เป็นปัญหาขัดแย้งระหว่างชาวเล กับชาวเลด้วยกัน จะร้องเรียนยาก”นางแสงโสมกล่าว

นางแสงโสมกล่าวว่า กรณีนี้ชาวบ้านที่คัดค้านบอกว่าหากมีอีกหลังยอมรื้อถอน คงต้องแจ้งความ ซึ่งไม่รู้ว่า ตำรวจจะรับแจ้งหรือไม่ เพราะเป็นความขัดแย้งระหว่างเพื่อนบ้าน ไม่ใช่นายทุนกับชาวบ้าน แม้เบื้องหลังจะเป็นนายทุนก็ตาม แต่โอกาสชนะคดียาก ได้แต่หวังว่า คณะกรรมการแก้ปัญหาชาวเลจะลงมาดูพื้นที่ได้เร็วๆนี้

 

.

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.