image

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2557 นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้ประสานงานขบวนเดินเท้า “ขาหุ้นปฎิรูปพลังงาน”ซึ่งถูกควบคุมตัวอยู่ในค่ายเสนาณรงค์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่าทางทหารได้ดูแลทั้ง 11 คนที่ถูกจับเป็นอย่างดี และตนเองก็สบายดี มีข้าวให้กิน มีห้องแอร์ให้อยู่ อย่างไรก็ตามจุดยืนของทุกคนที่ถูกควบคุมตัวยังเหมือนเดิมคือต้องการให้มีการปฎิรูประบบพลังงาน ทั้งนี้ยังไม่ทราบว่าต้องถูกควบคุมตัวถึงเมื่อไหร่

“ผมคิดเอาเองว่า ถ้าพวกผมยอมเซ็นชื่อและรับปากเขาว่าจะหยุดเดิน เขาก็คงปล่อยตัวในทันที แต่ขณะนี้พวกเรายังคงตั้งใจให้มีการเดินรณรงค์ปฎิรูปพลังงานต่อไป จึงไม่ได้ลงชื่อ แต่พวกเราบางส่วนรู้สึกว่ามันกลายเป็นประเด็นสิทธิเสรีภาพเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะแค่เราเดินขบวนกลุ่มเล็กๆ โทรโข่งก็ไม่มี สิทธิเสรีภาพแค่นี้ยังทำไม่ได้เลยหรือ เราถึงต้องเดินกันต่อ”นพ.สุภัทร กล่าว

นพ.สุภัทรกล่าวว่า ทางทหารบอกว่าขบวนเดินเท้าครั้งนี้กระทำผิดเพราะขัดคำสั่งคสช.ที่ห้ามชุมนุมกันเกิน 5 คน หากปล่อยให้เราเดินก็ขัดกับหลักการปรองดอง ซึ่งก็เป็นมุมมองของเขา แต่ภาคประชาชนก็มีจุดยืนของตัวเอง เมื่อตกลงกันไม่ได้ก็ต้องเป็นแบบนี้ ส่วนเครือข่ายภาคประชาชนที่อยู่ข้างนอกจะเดินหน้าต่อหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ

“เขาคิดว่าทิศทางปฎิรูปต้องเป็นไปตามที่เขากำหนด แต่นั่นมันไม่มีแนวคิดเรื่องการมีส่วนร่วมเลย เขาบอกให้เรารอให้มีสปช.ก่อนแล้วค่อยเสนอไป แต่มันไม่ใช่ เพราะเราแค่รณรงค์สร้างความรู้ความเข้าใจกับประชาชน”นพ.สุภัทร กล่าว

ขณะที่นางอารมณ์ อุปถัมภ์ อายุ 67 ปี ชาวสงขลา ซึ่งอยู่ในขบวนเดินเท้า แต่ถูกกันออกมาก่อน กล่าวว่า รู้สึกประเทศไทยขาดเสรีภาพการแสดงออกทุกขณะ ทหารไม่เปิดใจรับฟังประชาชนเลย ความคลางแคลงใจของคนไทยเกิดขึ้นทุกระยะ ตนในฐานะคนเสียประโยชน์ คนท้องถิ่นเคยเดินเท้าต่อต้านตั้งแต่โรงแยกก๊าซ ท่าเรือปากบารา และมาครั้งนี้ก็หวังจะมีส่วนร่วมในการทำเพื่อท้องถิ่นบ้าง แต่วันนี้ก็แพ้อำนาจทหารไทย รู้สึกกังวลกับสถานการณ์พลังงานในอนาคตมาก

“ป้าจะคอยติดตามข่าวอย่างต่อเนื่อง ป้าไม่ถูกจับก็จริงแต่เพื่อนเราโดนจับหมด ป้าว่าเขาไม่เข้าใจระบบประชาธิปไตยเลย เราเดินยังถูกมองและเข้าใจว่าเราสร้างความไม่สงบแล้วต้องอยู่อย่างไร ถึงจะเรียกว่าเป็นคนไทยในประเทศที่มีประชาธิปไตย” นางอารมณ์ กล่าว

ขณะที่นายศักดิ์กมล แสงดารา 1 ใน 11 คนที่ถูกควบคุมตัว กล่าวก่อนที่จะถูกนำตัวไปค่ายเสนาณรงค์ว่าเคยเข้าใจว่าคสช. เป็นการทำเพื่อการพัฒนาประเทศ และการพัฒนาความสุขให้แก่ประชาชน แต่พอทหารมีคำสั่งออกมาควบคุมตัวคณะเดินเท้า ตนยอมรับว่า รู้สึกผิดหวังอย่างมาก เพราะทหารมีอำนาจในมือ ไม่ต้องอาศัยขั้นตอนเหมือนนักการเมือง

นายศักดิ์กมลกล่าวว่า ภาคประชาชนบอกว่าขอทำกิจกรรมต่อไปโดยไม่ใช้เครื่องเสียง ไม่ใช้อุปกรณ์ใดๆ และขอเดินด้วยความสงบ ยอมลดรูปแบบกิจกรรมตามคำขอของทหาร และทำตามคำสั่งซึ่งไม่ได้ขัดต่อกฎอัยการศึก และยินดีจะยุติดกิจกรรมทั้งหมดหากคสช.ออกประกาศห้ามโครงการพัฒนาต่างในภาคใต้ เช่น โครงการถ่านหิน โครงการท่าเรือปากบารา โครงการสะพานเชื่อมอุตสาหกรรมต่าง ที่กำลังจะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ โดยแค่ใช้กฎหมาย หรือประกาศของ คสช.เท่านั้น โครงการฯ ทุกอย่างจะระงับได้ แต่ คสช.ไม่ทำ แล้วมาวันนี้ก็ออกมาเจรจาอีกเพื่อให้หยุด แต่ต้องขอโทษด้วยเพราะทางภาคประชาชนไม่สามารถทำได้ และยินยอมให้ลงโทษ ทำร้ายร่างกาย หรืออะไรก็ได้ตามเจตนา ตามหน้าที่

“การอ้างว่าผิดกฎหมาย มันง่ายเกินไป การอ้างว่าท่องเที่ยวซบเซาเพราะเรามาเดิน ก็ไม่ใช่ เพราะกรณีโรงไฟฟ้าหากเกิดขึ้น ผมเชื่อว่าไม่มีใครอยากมาเที่ยวทะเลแย่ๆ ทุกอย่างมีผลประโยชน์ พอมาเรื่องพลังงานไฟฟ้า พลังงานน้ำมัน คสช.ก็ใช้อำนาจเดินหน้า ผมยื่นเรื่องไปราว 3 เดือนแล้วตั้งแต่ทหารยึดอำนาจ แต่สุดท้ายไม่ได้อะไรดีขึ้น ผมไม่รู้จะยื่นทำไม ทำประชาพิจารณ์ก็ทำแล้ว ทำต่อไปอย่างไรก็ไม่มีใครฟัง ผมเลยต้องขอประกาศให้คนอื่นรู้ว่า พลังงานสกปรกเป็นอย่างไร ผมก็ใช้วิธีการเดินแล้วแวะคุย แต่วันนี้มาบอกว่าไม่ได้ ห้าม ผิดกฎหมาย แล้วชีวิตคนใต้ ชีวิตคนไทยมีอะไรถูกกฎหมายบ้าง” นายศักดิ์กมล กล่าว

ด้านนายสัมพันธ์ เนตรคุณ นายอำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางอำเภอพร้อมรับเรื่องร้องเรียนมาโดยตลอด และอยากให้ภาคประชาชนได้มีโอกาสตัดสินใจ ข้อเสนอของการปฏิรูปพลังงานนั้นสามารถเสนอได้ และพร้อมรับฟังเสมอแต่ขอให้เป็นไปตามกติกา ขั้นตอนและทำด้วยความสงบ แต่การเดินเท้าในครั้งนี้ภาคประชาชนรวมตัวกันเกิน 5 คน ขัดกับประกาศของคสช.และกระทำการอันผิดกฎหมาย ซึ่งทางอำเภอรัตภูมิไม่เห็นด้วย ดังนั้นขอให้มีการยุติการเดิน และพร้อมจะร่วมประชุมหารือด้วยและจะแจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดให้รับทราบ

“ผมไม่อยากเห็นคนสงขลาเป็นเหยื่อแบบนี้ ผมอยากให้เขามีขั้นตอนที่ดี ผมอยากเห็นกระดาษ ข้อมูลและเอกสารทั้งหมด ผมถามหน่อยว่าแล้วที่กระบี่ประท้วงเรื่องพลังงานถ่านหิน คนส่วนมากหรือเปล่าไม่เอา ผมอยากเห็นหลักฐาน อยากเห็นการเปิดเวทีรับฟัง ก่อนการเดินผ่านอำเภอรัตภูมิชาวบ้านจะได้เข้าใจว่าแท้จริงแล้วเรื่องถ่านหินอันตรายยังไง ไม่ใช่อยู่ๆ มาเดินแบบนี้ ไม่มีใครเข้าใจเจตนาคุณหรอก ” นายสัมพันธ์กล่าว

ทั้งนี้ในค่ำวันเดียวกันเครือข่ายภารประชาชนที่เดินหน้าปฎิรูปพลังงานยังคงจัดเวทีให้ความรู้แก่ประชาชนต่อไปที่บริเวณแยกคูหา อำเภอรัตภูมิ

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.