image

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2557 เวลาประมาณ 15.30 น. ที่ค่ายเสนาณรงค์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัด สงขลา พลโทวลิต โรจนภักดี แม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมด้วย พลตรีเลอชัย มาลีเลิศ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 42 ได้เข้าเยี่ยมและเจรจาร่วมกับสมาชิกขาหุ้นปฏิรูปพลังงาน 11 คนที่ถูกควบคุมตัวมาตั้งแต่วันที่ 20 รวมเวลาเวลา 3 คืน 4 วัน จากข้อหาละเมิดกฎอัยการศึกของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เนื่องจากรวมตัวกันเกิน 5 คน

ทั้งนี้ทันทีที่ พลโทวลิต เดินทางมาถึงค่ายเสนาณรงค์ พ.อ.วรพล วรพันธ์ เสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 42 ได้รายงานถึงที่มาของการควบคุมภาคประชาชนทั้ง 11 คน พร้อมชี้แจงเงื่อนไขที่ทางภาคประชาชนได้เสนอให้ คสช.พิจารณาเป็นเวลาร่วม 20 นาที ก่อนทีพลตรีวลิต จะเข้าประชุมร่วมกับตัวแทนภาคประชาชนเพื่อทำวความเข้าใจเรื่องการเคลื่อนไหวทางสังคมและแนวทางการแก้ปัญหาด้านพลังงาน

นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ จังหวัดสงขลาและนายประสิทธิชัย หนูนวล ผู้ประสานงานเครือข่ายปกป้องพื้นที่ผลิตอาหารภาคใต้ เป็นตัวแทนผู้ถูกควบคุมตัวนำเสนอข้อมูลด้านสถานการณ์พลังงาน และเหตุผลในการปฏิรูป โดยมีข้อมูลสรุปที่สำคัญว่า ในการเดินเท้าเรียกร้องให้มีการปฏิรูประบบพลังงานในประเทศไทยนั้น มี 2 เหตุผลหลักคือ 1 เรื่องการสร้างแหล่งผลิตพลังงานที่มั่นคง สะอาด ตลอดจนความมีธรรมาภิบาลในเรื่องการเดินหน้าโครงการอุตสาหกรรมหนักในภาคใต้ทั้งหมด ซึ่งขณะนี้ภาคประชาชนกังวลในเรื่องการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 3 (ค.3) เกรงว่าหากผ่านไปได้ภาคใต้จะเป็นแหล่งอุตสาหกรรมหนักด้านพลังงานที่ไม่สะอาดและเป็นพิษต่อสิงแวดล้อม และสุขภาพ

2 เรียกร้องและทำความเข้าใจกับภาคชุมชน และรัฐบาลในเรื่องธุรกิจแปรรูปพลังงานที่ผูกขาด เช่น ธุรกิจของปตท. ตลอดจนบริษัทเอกชนรายอื่นที่ไม่เป็นธรรม เครือข่ายขาหุ้นปฏิรูปพลังงานจึงจำเป็นต้องงเคลื่อนไหวด้วยการเดินเท้าเพื่อจัดเวทีให้ความรู้ประชาชน ซึ่งกระทำเกิน 5 คนและขัดต่อประกาศของ คสช. แต่จำเป็นต้องทำ

ทั้งนี้ตัวแทนภาคประชาชนยืนยันด้วยว่า สิ่งสำคัญที่ต้องปฏิรูปพลังงาน คือ ประชาชนทั้งภาคประมง ภาคชาวนา และภาคการท่องเที่ยวต้องการคัดค้านพลังงานสกปรกและพัฒนาพลังงานทางเลือก พลังงานหมุนเวียนอย่างยั่งยืนเข้ามาใช้ในประเทศไทย เพื่อสนองตอบความต้องการด้านพลังงานที่มากขึ้นในอนาคต โดยขณะนี้ปัญหาที่ประชาชนเผชิญ คือธุรกิจใหญ่ผูกขาดด้านพลังานมากเดินไป ทำให้ประชาชนรวมทั้งเอกชนรายย่อย ที่ประสงค์ขายและรับติดตั้งอุปกรณ์ด้านพลังงานทางเลือก เกิดความยุ่งยากในการเสนอเรื่องต่อรัฐบาล เช่น แผงโซลาเซลล์ จึงจำเป็นต้องขออนุญาตกระทรวงอุสาหกรรมโดยตรง ขณะที่ธุรกิจใหญ่หลายแห่งสามารถสัมปทานได้อย่างรวดเร็วและไม่มีการประเมินผลกระทบ

ขณะที่พลโทวลิต กล่าวในที่ประชุมว่า สำหรับเรื่องนโยบาย ความไม่เป็นธรรมและข้อมูลวิชาการทุกอย่าง ที่ตัวแทนนำเสนอนั้น ขอให้มีการดำเนินการตามขั้นตอนที่ คสช.กำหนด โดยไม่อนุญาตให้จัดเวที ชุมนุม การเดินเท้า การรวมตัวเพื่ออธิบายข้อมูลหรือเสวนา หรือปราศัยในลักษณะไม่เป็นทางการ เพราะขัดต่อประกาศต่อ คสช.ส่วนข้อมูลความไม่เป็นธรรมที่ภาคประชาชนระบุนั้นขอให้จัดในลักษณะเชิญนักวิชาการสิ่งแวดล้อม วิทยาศาสตร์ และพลังงานมาเจรจา ส่วนการร้องเรียนให้ดำเนินต่อไปในศูนย์ดำรงธรรมและการยื่นเรื่องการแก้ไขนโยบายพลังงานนั้นขอให้รอการคัดเลือกและแต่งตั้งสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)แล้วเสร็จ จะได้มีแนวทางอย่างเป็นรูปธรรมอีกครั้ง

ขณะที่นพ.สุภัทร ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่าเรื่องห้ามไม่ให้เดินนั้น ตัวแทนทั้ง 11 คนสามารถยุติการเดินเท้าได้ แต่ตนไม่สามารถห้ามคนอื่นๆ ส่วนเรื่องเวทีเสวนาให้ความรู้ ยืนยันต่อเจ้าหน้าที่ทหารว่าจะไม่ขอยุติบทบาท โดยจะขอเปิดเวทีร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละแห่งเพื่อนำเสนอข้อมูลสถานการณ์พลังงานให้รับทราบ แต่การเคลื่อนไหวรายจังหวัดในพื้นที่อื่นนั้น ไม่สามารถระบุรูปแบบได้ว่าจะเป็นไปอย่างไร

ทั้งนี้ภายหลังการประชุมร่วม 2ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ทหารได้นำเอกสารใบเซ็นชื่อรับทราบการปล่อยตัว และใบแสดงคำมั่นสัญญาให้ตัวแทนทั้ง 11 คนลงนามรับทราบ แต่ทั้งหมด 11 คนเพียงแต่ลงชื่อรับทราบใบแจ้งการปล่อยตัวเท่านั้น ส่วนใบคำมั่นสัญญานั้น ทางนายทหารค่ายเสนาณรงค์อนุญาตให้เครือข่ายฯไม่ต้องลงนาม

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.