ชาวบ้านภาคเหนือตอนล่างกว่า 150 คนทวงคำตอบหวั่นคำสั่งคสช.ฉบับ64,66 สร้างผลกระทบต่อชุมชนบุกหารือร่วมกอ.รมน.ภาค 3ได้ข้อยุติเบื้องต้น 4 ข้อ

image
ขอบคุณภาพจากครือข่ายทรัพยากรดิน น้ำ ป่าภาคเหนือตอนล่าง 7 จังหวัด

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน(กอ.รมน.) ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จังหวัดพิษณุโลก ชาวบ้านจากพื้นที่ๆในนามเครือข่ายทรัพยากรดิน น้ำ ป่าภาคเหนือตอนล่าง 7 จังหวัด ประมาณ 150 คนได้เดินทางมาร่วมประชุมกับพล.ต.กิตติศักด์ แม้นเหมือน เลขาธิการกอ.รมน.ภาค 3 และคณะ เพื่อติดตามข้อร้องเรียนภายหลังจากที่เคยเดินทางมายื่นหนังสือแล้วครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม

ในหนังสือร้องเรียนของชาวบ้านระบุว่า ภายหลังจากที่คสช.มีนโยบายเกี่ยวกับการจัดการทรัพยากรภายคำสั่งฉบับที่ 64และ 66 เกี่ยวกับการปราบปรามและหยุดยั้งการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้นั้น ปรากฏว่าการทำงานบางส่วนขาดกระบวนการมีส่วนร่วมและรับฟังข้อมูลจากชุมชน โดยมิได้นำชุดข้อมูลการทำงานในการจัดการที่ดิน ทำแนวเขต การทำประวัติชุมชน การถือครองและใช้ประโยชน์ในที่ดินที่ชุมชนจัดทำมาพิจารณาซึ่งส่งผลกระทบต่อวิถีการดำเนินชีวิตของประชาชนในพื้นที่ โดยหลังจากมีการร้องเรียนได้มีหน่วยทหารลงพื้นที่เก็บข้อมูลซึ่งเป็นแนวโน้มที่ดี

ในหนังสือระบุว่า เครือข่ายขอยืนยันในข้อเสนอเดิมดังนี้ 1.ยุติการจับกุมพี่น้องชุมชนในช่วงเวลาการทำงานร่วมกันของฝ่ายนโยบายและคณะกรรมการภาคประชาชน 2.สนับสนุนกลไกชดเชยค่าเสียหายจากการถูกจับกุมและทำลายผลผลิตของชุมชน 3.สนับสนุนให้เกิดการประสานกลไกร่วมการทำงานของฝ่ายนโยบายและคณะกรรมการภาคประชาชนที่มีสัดส่วนจากผู้เดือดร้อน ภาคีที่เกี่ยวข้อง NGO ในระดับภาคและระดับจังหวัด 7 จังหวัดภาคเหนือตอนล่างเพื่อส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมและลดประเด็นข้อพิพาทที่เกิดกับชุมชนและแนวทางการทำงานที่ดีที่สุดร่วมกันต่อไป

4.นำชุดข้อเสนอจากเครือข่ายและองค์กรชุมชน ภาคประชาชนที่ได้นำเสนอกับฝ่ายนโยบายในช่วงรัฐบาลที่ผ่านมา เช่น การรับรองสิทธิในการจัดการทรัพยากรของชุมชน,กฎหมายสิทธิชุมชน,กฎหมายการจัดการที่ดินคนจน กฎหมาย 4 ฉบับเป็นต้น มาเป็นบทวิเคราะห์เพื่อกำหนดนโยบายต่อไป 5.สนับสนุนกลไกการรับรองสิทธิการทำงานของชุมชนและชุดข้อมูลชุมชนที่มีการดำเนินการ เช่นการจัดทำแผนที่ชุมชน การจัดทำแนวเขต การทำฐานข้อมูลในระบบ GIS เพื่อนำไปสู่การรับรองสิทธิในการจัดการทรัพยากรที่สอดคล้องกับวิธีชุมชน

ทั้งนี้ภายหลังการหารือร่วมกันกว่า 3 ชั่วโมง ได้ขอสรุปในเบื้องต้นดังนี้ 1.ให้แต่ละจังหวัดจัดเวทีร่วมระหว่างกอ.รมน. ศูนย์ดำรงธรรม เพื่อสร้างกระบวนการสืบค้นข้อเท็จจริงร่วมกันก่อนดำเนินการกรณีใดๆที่ส่งผลต่อชาวบ้านภายในเดือนกันยายน 2.ในระหว่างการดำเนินงานของคณะทำงานให้ยุติการจับกุมพี่น้องเครือข่าย 3.จะมีการประชุมร่วมกันระหว่างเครือข่ายและกองทัพภาค3 เพื่อติดตามการทำงานภายในเดือนตุลาคม 4.การนิยามชาวบ้านและนายทุนต้องชัดเจนและการดำเนินการใดๆให้ยึดหลักนิติศาสตร์ควบคู่รัฐศาสตร์

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.