โวยกรมชลแอบเดินหน้าฟลัดเวย์ตะวันตกภาคประชาชนจวกกลางเวทีน้ำครั้งที่ 4 ติงอย่าด่วนสรุปยุทธศาสตร์ 

image

วันที่ 11 กันยายน 2557 ณ โรงแรมซิตี้บีชรีสอร์ตหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คณะอนุกรรมการพัฒนาและบริหารทรัพยากรน้ำได้จัดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการรับฟังสภาพปัญหาของลุ่มน้ำและแนวทางการแก้ไข ครั้งที่ 4 เพื่อยกร่างแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ซึ่งเป็นการรับฟังปัญหาของลุ่มน้ำแม่กลอง และลุ่มน้ำในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีคณะกรรมการลุ่มน้ำ อาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาเกษตรกร องค์กรผู้ใช้น้ำ เครือข่ายภาคประชาชน และหน่วยงานราชการในจังหวัดพื้นที่ลุ่มน้ำกว่า 200 คน เข้าร่วม 

ทั้งนี้คณะอนุกรรมการฯ ได้เริ่มต้นด้วยการนำเสนอภาพรวมและชี้แจงวัตถุประสงค์ของการดำเนินการรับฟังปัญหาครั้งนี้ว่า เพื่อเป็นการร่วมกันสะท้อนสาเหตุของปัญหาในแต่ละลุ่มน้ำ และร่วมกันเสนอแนวทางการแก้ไข โดยจะนำข้อมูลเข้าสู่กระบวนการวิเคราะห์และพิจารณายกร่างแผนบริหารจัดการน้ำร่วมกับภูมิภาคอื่นๆ ทั่วประเทศ ก่อนนำเสนอต่อคณะกรรมการกำหนดนโยบายและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เพื่อจัดทำแผนแม่บทบริหารจัดการน้ำของประเทศภายในเดือนตุลาคม 2557

ที่ประชุมได้มีการแบ่งประชุมห้องย่อยตามพื้นที่ลุ่มน้ำ คือ 1.ลุ่มน้ำแม่กลอง 2.ลุ่มน้ำเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์

น.ส.อัญชุลี ลักษณ์อำนวยพร ประธานเครือข่ายอาสาคนรักแม่กลอง และเครือข่ายลุ่มน้ำแม่กลองจังหวัดราชบุรี กล่าวว่า ปัญหาร่วมที่คนลุ่มน้ำแม่กลองสะท้อนในเวทีมี 3 ประเด็นหลัก คือ 1.จำเป็นต้องลำดับความสำคัญของการใช้น้ำ 2.การบริหารจัดการน้ำที่ไม่มีประสิทธิภาพ 3.คุณภาพน้ำที่ต่ำลง เนื่องจากในลุ่มน้ำแม่กลองมีการใช้ประโยชน์จากน้ำทั้งการอุปโภค บริโภค การเกษตร อุตสาหกรรม และภาคครัวเรือน แต่หน่วยงานหลักที่มีหน้าที่จัดการทรัพยากรน้ำคือ กรมชลประทาน และกรมทรัพยากรน้ำ ไม่เคยมีการนำข้อมูลการใช้น้ำมาบูรณาการร่วมกันและผสานการทำงานว่าจะมีแนวทางหรือให้ความสำคัญต่อการใช้น้ำในแต่ละภาคส่วนอย่างไร ส่งผลให้สภาพน้ำเน่าเสีย เกิดปัญหาการแย่งชิงน้ำ ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารจัดการน้ำที่ล้มเหลวของภาครัฐ จึงอยากฝากให้รัฐบาลใหม่และข้าราชการลองหันมาฟังเสียงประชาชนบ้าง เพราะคนที่อยู่ในแต่ละลุ่มน้ำมีความเข้าใจในปัญหาของลุ่มน้ำตนเองเป็นอย่างดี

น.ส.อัญชุลี กล่าวว่า เมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา กรมชลประทานได้จัดการประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการน้ำพื้นที่แม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตกขึ้นที่ จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งมีการว่าจ้างบริษัทเอกชน 3 แห่งให้เข้ามาศึกษาโครงการ และได้มีการสรุปการประชุมว่ามีผู้เห็นด้วยกับโครงการร้อยละ 86 ทั้งที่ประชาชนในพื้นที่ผลกระทบส่วนใหญ่ไม่ทราบเรื่องและไม่ได้เข้าร่วมเวที เมื่อเข้าไปดูในรายละเอียดจะพบว่าโครงการดังกล่าวเป็นโครงการฟลัดเวย์เดียวกันกับที่เคยอยู่ไว้ในโมดูลเอ 5 ของแผนการบริหารจัดการน้ำในแผนแม่บทบริหารจัดการน้ำปี 2555 (3.5แสนล้านบาท) ซึ่งได้ยกเลิกไปแล้ว จึงได้นำประเด็นนี้ถามในที่ประชุมวันนี้ว่าเหตุใดกรมชลประทานยังมีความพยายามผลัดดันโครงการฟลัดเวย์ฯ ซึ่งคณะอนุกรรมการไม่สามารถตอบเรื่องนี้ได้ จนต้องให้ตัวแทน คสช. ออกมาทำความเข้าใจและชี้แจงว่า ไม่ทราบรายละเอียดในโครงการดังกล่าวเช่นกัน เครือข่ายจึงได้นำเอกสารหลักฐานมอบให้ คสช. เพื่อนำไปตรวจสอบต่อไป

ด้าน นายสุรจิต ชิรเวทย์ อดีตสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวว่าแม้จะเป็นกระบวนการเริ่มต้นที่ดีในการเปิดให้ประชาชนได้มีส่วนร่วม แต่รู้สึกว่าอาจเป็นการรีบด่วนสรุปเกินไปที่จะนำไปสู่ยุทธศาสตร์เพื่อแก้ปัญหา เนื่องจากเรื่องนี้เป็นการจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบ การพูดคุยในเวทีหนึ่งวันจึงไม่เพียงพอ และจำเป็นต้องลงไปในระดับหวัดหรือระดับชุมชนเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน นอกจากนี้อยากร้องขอให้หน่วยงานราชการเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของประชาชนมากขึ้น ไม่ใช่เพียงมาร่วมเปิดเวทีแล้วรีบกลับไม่ได้อยู่ร่วมประชุมกลุ่มย่อยซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำกระบวนการรับฟังปัญหาในเวทีนี้

“ยังไม่เชื่อมั่นในกระบวนการรับฟังปัญหามากนักแต่เข้าใจในเจตนา ถ้าจะทำกระบวนการมีส่วนร่วมให้เกิดอย่างแท้จริง คสช.ต้องนำร่างยุทธศาสตร์กลับมาให้ประชาชนได้ช่วยตรวจสอบ ตกแต่ง แล้วนำกลับไปแก้ไขกันไปมาจนกว่าจะเป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่าย กระบวนการแบบนี้อาจเป็นสิ่งใหม่สำหรับประเทศไทย แต่ฝ่ายปกครองจำเป็นต้องร่วมกันเรียนรู้ลงมารับฟังชาวบ้านเพื่อให้เข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้น” นายสุรจิตกล่าว

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.