image

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2557 ที่ห้องประชุมสำนักงานเหล่ากาชาด อำเภอเมือง จังหวัดสตูล ได้มีการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาความมั่นคงในที่อยู่อาศัย พื้นที่ทำกิน และพื้นที่ทางจิตวิญญาณของชุมชนชาวเล โดยมีพล.อ.สุรินทร์ พิกุลทอง เป็นประธาน เพื่อหารือแนวทางในการแก้ไขปัญหากรณีชุมชนชาวเลเกาะหลีเป๊ะ ซึ่งมีตัวแทนภาครัฐ ภาคประชาชน อาทิ มูลนิธิชุมชนไท ตัวแทนอำเภอต่างๆ จังหวัดสตูล กองทัพเรือภาคที่ 3 อุทยานแห่งชาติตะรุเตา รวมทั้งมีชาวเลเข้าร่วมประชุมประมาณ 50 คน โดยใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง 

ทั้งนี้วาระสำคัญในการประชุมได้แก่ 1. ให้เร่งทำแผนที่ทำมือบนเกาะหลีเป๊ะเพื่อใช้พิสูจน์ข้อเท็จจริงร่วมกับเอกสารสิทธิ์ของเอกชนและทางราชการ กรณีการครอบครองที่ดิน และใช้เทียบกับแผนที่ในปัจจุบันที่เป็นสากลตลอดจนแผนที่ที่ภาคเอกชนนำมาอ้างอิง พร้อมทั้งบอกเล่าประวัติความเป็นมาในการอยู่อาศัยของชาวเลเพิ่มเติม เพื่อเร่งทำข้อมูลให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว 2. เร่งแก้ปัญหาเรื่องสถานที่การจอดเรือประมงและเรือบริการนักท่องเที่ยวของชาวเลและผู้ประกอบการโดยคำนึงถึงความปลอดภัย โดยให้ทางกองทัพเรือภาคที่

3. ร่วมมือกับอุทยานฯ จัดระเบียบอย่างเหมาะสม ไม่ให้เกิดผลกระทบทั้งกับภาคท่องเที่ยวและชาวบ้าน ให้ชุมชนและหน่วยงานภาครัฐเร่งหาวิธีการจัดการระบบขนส่งขยะ ก่อนสร้างมลพิษเรื่องกลิ่นจากสิ่งปฏิกูลสู่โรงเรียนอาดังชุมชน และนักท่องเที่ยว โดยคณะกรรมการฯ ระบุว่า การจัดการปัญหาต่างๆ ต้องเป็นอย่างสอดคล้องกันทั้งภาคท่องเที่ยวและภาคท้องถิ่น

นายปณพล ชีวะเสรีชล หัวหน้าอุทยานแห่ชาติตะรุเตา กล่าวในที่ประชุมว่า ข้อมูลการถือครองที่ดินบนเกาะหลีเป๊ะ หมู่ 7 ตำบลเกาะสาหร่าย อำเภอเมือง นั้น มีผู้ครอบครองเอกสารสิทธิ์ทำประโยชน์ เป็นนส. 3 จำนวน 26 แปลง เนื้อที่กว่า 334 ไร่ ส่วนมากเป็นเอกชน แต่ที่ดินที่ยังไม่มีหลักฐานการครอบครอง มีรูปถ่ายทางกาศ ซึ่งเป็น สค.1 ที่ยังไม่มีหลักฐานพิสูจน์ชัดเจนนั้น ยังมีหลายรายแต่ไม่สามารถสรุปจำนวนแปลงได้ทั้งหมด โดยส่วนมากเป็นของชาวเล ขณะที่สถานการณ์ของการยื่นคำขอออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินตามหลักฐานสค. 1 ก่อนวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553 ประมาณ 33 ราย ดังนั้นเรื่องการเร่งจัดทำแผนที่เปรียบเทียบกัน และการแสดงเอกสารสิทธิ์จะต้องดำเนินการควบคู่กันไปเพื่อพิสูจน์หลักฐานอย่างชัดเจน

ด้าน นายนรินทร์ หาญทะเล ชาวเลเกาะหลีเป๊ะ กล่าวว่า นอกจากเรื่องเร่งรัดพิสูจน์หลักฐานทางแผนที่และเอกสารสิทธิ์แล้ว อยากให้ทาง คณะกรรมการฯ ได้เร่งรัดประสานงานกับกองทัพเรือเพื่อให้มีการประนีประนอม กรณีการจอดเรือประมงของชาวบ้านด้วย เพราะการจัดระเบียบเรื่องเรือประมงนั้น ทหารเรือมักจะเร่งจัดระเบียบโดยไม่คำนึงถึงความเหมาะสมต่อการออกเรือของชาวเล เนื่องจากกังวลกับสภาพภูมิทัศน์การท่องเที่ยวมากกว่าคำนึงถึงชีวิตเดิมของชาวเล ขณะเดียวกันภาคเอกชนมักจะพยายามแสดงความเป็นเจ้าของหาด เจ้าของทะเลแล้วไม่อนุญาตให้ชาวเลจอดเรือท่องเที่ยว เรือหางยาวและเรือประมง ส่วนนี้ทำให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบในการอาศัยอยู่บนเกาะหลีเป๊ะ

นางแสงโสม หาญทะเล ชาวเกาะหลีเป๊ะ กล่าวในที่ประชุมว่า สำหรับปัญหาเรื่องขยะนั้นต้องการให้ทางอุทยานฯ เปิดเส้นทางการขนส่งทางอื่นให้ไกลออกไปจากพื้นที่ชุมชน เพื่อป้องกันการเกิดมลภาวะ เนื่องจากชาวเลในชุมชนปาดักยังต้องใช้ชีวิตส่วนมากเพื่อออกทะเลไปทำประมง และบางคนก็ทำอาชีพรับจ้าง ในพื้นที่ ขณะที่นักเรียนในโรงเรียนอาดังเองก็ต้องประกอบกิจกรรมทุกวันเวลาราชการ กังวลว่าอาจจะได้รับผลกระทบเรื่องสุขภาพจากพิษขยะ จึงต้องการให้มีทางออกของการจัดระบบท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับสภาวะแวดล้อมด้วย

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.