กลุ่มชาติพันธุ์ในเขมรส่อเค้าขัดแย้งรุนแรงเชื่อรัฐบาลแบ่งแยกแล้วปกครองนโยบายหนุนปลูกยาง-ทำลายป่า

image
ในภาพเป็นป่าที่กำลังถูกทำลายและทำเป็นสวนยางตามนโยบายของรัฐบาลกัมพูชา ทำให้ชาวพนงเดือดร้อนอย่างหนักเพราะมีวิถีผูกพันอยู่กับป่า

เมื่อวันที่ 14 กันยายน นายสก นัย นักพัฒนาเอกชนด้านสิทธิมนุษยชน ชาวกัมพูชา ซึ่งอาศัยอยู่ในจังหวัดมณฑลคีรี ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศกัมพูชา เปิดเผยว่า ขณะนี้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างประชาชนชาวจาม (ชาติพันธุ์หนึ่งที่นับถือศาสนาอิสลาม)และชาวพนง(ชาติพันธุ์กลุ่มน้อยที่นับถือศาสนาคริสต์และพุทธ) ส่อเค้ารุนแรงขึ้น หลังจากรัฐบาลกัมพูชาเริ่มเปิดสัมปทานทำสวนยางในจังหวัดมณฑลคีรี ซึ่งขณะนี้สื่อกัมพูชาในต่างจังหวัดกำลังจับตามองสถานการณ์ต่อเนื่อง

โดย นายสก นัยกล่าวว่า ขณะนี้ชาวพนงเริ่มมีการเคลื่อนไหวเพื่อคัดค้านการสร้างบ้านของชาวมุสลิม ที่มีอยู่ประมาณ 300 หลังคาเรือน ในหมู่บ้านตวลเสวง บุศรา ตามโครงการจัดสรรให้ที่ดินเพื่อลดความยากจนและการพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวมุสลิมที่อพยพ ซึ่งมุมมองของนักพัฒนาเอกชนมองว่า เป็นแผนในการโยกย้ายประชากรชาวมุสลิมให้เข้ามาสร้างถิ่นฐานไกลจากเมืองของรัฐบาลแล้วให้มารับจ้างถางป่าแก่บริษัทสัมปทานสวนยาง ทำให้ชาวพนงเกิดความวิตกกังวลว่าจะสูญเสียป่ากว่า 2,400 เฮกตาร์แก่บริษัทข้ามชาติ

“ป่าสำหรับชาวพนงแล้วมีความหมายต่อจิตวิญญาณมาก จึงเป็นไปไม่ได้ที่พนงจะกลายเป็นคนทำลายป่าเพื่อปลูกยาง พวกเขาอาศัยป่ามาหลายร้อยปี ที่น่าสงสัยคือ มุสลิมกลุ่มดังกล่าวส่วนมากถูกอพยพมาจากจังหวัดกัมปงจาม เดิมทีพวกเขามีอาชีพประมง ในแม่น้ำโขงและปลูกผักบ้างตามวิถีชีวิตเดิม ทว่ามาปีนี้รัฐบาลพยายามผลักไสกลุ่มนี้ออกจากเมืองที่อาจจะเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคต โดยกัมปงจามมียาสูบและข้าวโพดเป็นพืชที่ได้สร้างรายได้มหาศาล แต่รัฐบาลกลับไม่รับผิดชอบต่อคนกลุ่มน้อยที่มีส่วนในการพัฒนาประเทศ เพราะพวกเขามองมุสลิมจามเป็นส่วนเกินและมองชาวพนงเป็นคนป่า หลายคนจึงไม่ได้รับสัญชาติกัมพูชา และต้องเร่ร่อน แต่สุดท้ายอยากสร้างภาพให้กับชาติ จึงพยายามหาโครงการมาเสนอชาวบ้าน โดยมีบริษัทเอกชนทั้งกัมพูชาและต่างชาติเป็นเบื้องหลัง” นายสก กล่าว

นักพัฒนาเอกชนรายนี้กล่าวด้วยว่า แผนผลักดันชนกลุ่มน้อยของกัมพูชาส่อแววรุนแรงขึ้น โดยเบื้องต้นประเมินท่าทีรัฐบาลว่าหากสร้างความขัดแย้งระหว่างชาติพันธุ์ได้ ท้ายที่สุดเมื่อพนงต้องย้ายบ้านไปไกลเพราะไม่มีป่า มุสลิมเองก็จะกลายเป็นแค่ลูกจ้างเท่านั้น แม้จะมีบ้านโต ฐานะดีเพราะเงินค่าจ้างสูงและสื่อสารภาษากัมพูชาได้ดีกว่าพนงก็ตาม แต่เมื่อชาวมุสลิมไม่มีประโยชน์ในการบุกเบิกพื้นที่ป่า พวกเขาก็จะกลายเป็นแค่เครื่องมือของรัฐบาลเท่านั้น เพราะรัฐบาลไม่เคยมีนโยบายให้ชาวจามครอบครองที่ดินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
—————
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องชาวพนงได้ที่
https://transbordernews.in.th/home/?p=4161

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.