2

เมื่อวันที่   13 พฤศจิกายน  2557  ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่  ได้มีการประชุมเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาที่ดินและป่าไม้  ระหว่างตัวแทนชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายทวงคืนผืนป่าและแผนแม่บทป่าไม้ในนามเครือข่ายสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ กับม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายสุริยะ ประสาทบัณฑิต  ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่   และผู้แทนส่วนราชการ  ทั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องจากการที่ชาวบ้านจัดกิจกรรม “ก้าว แลก ปฏิรูปที่ดินไทย” เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

 

การประชุมใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง โดยมีมติสำคัญได้แก่ 1. เร่งรัดให้มีการจ่ายเงินจากกองทุนยุติธรรมเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านที่ถูกดำเนินคดีกรณีมีไม้สักในครอบครอง 19 ราย ในพื้นที่บ้านทุ่งป่าคา ตำบลแม่ลาหลวง อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยจ่ายเงินให้ชาวบ้านที่ถูกดำเนิคดีรายละ 100,000 บาท   2.  ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประชุมหารือเรื่องงบประมาณจัดตั้งธนาคารที่ดิน โดยจะนำเข้าคณะรัฐมนตรีในวันที่ 20 พฤศจิกายน 3. ให้รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ( รมต.ทส.) ประชุมร่วมกับประชาชนในวันที่ 17 พฤศจิกายน  4. เร่งรัดให้มีการตรวจสอบกรณีผู้มีอิทธิพลในขบวนการตัดไม้เถื่อนที่อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง โดยด่วนที่สุด และให้ฝ่ายความมั่นคงส่งกำลังไปคุ้มครองความปลอดภัยแก่ชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งถูกข่มขู่ คุกคามกรณีการแจ้งข่าวสารเรื่องการลักลอบตัดไม้

 

ม.ล.ปนัดดา กล่าวภายหลังการประชุม ว่า ตนไม่สามารถออกคำสั่งเด็ดขาดเรื่องแผนแม่บทป่าไม้ได้ แต่ยินดีจะประสานงานให้หน่วยงานเข้ามาปรับปรุงและทบทวนแผนแม่บท  ส่วนกรณีการเรียกร้องของภาคประชาชนเกี่ยวกับโฉนดชุมชน และกฎหมายที่ดิน 4 ฉบับนั้น คงต้องขอเวลาในการจัดประชุมอีกครั้ง เนื่องจากมติ คณะรัฐมนตรี (ครม.) รัฐบาลชุดก่อน มีการดำเนินเรื่องค้างไว้ จำเป็นต้องประชุมหารืออีกครั้ง

 

“ผมยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างมีกรอบ กฎเกณฑ์และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ตามขอบเขตหน้าที่ของผมเอง แต่เชื่อมั่นได้ว่าไม่มีการตัด ฟัน พืชผลของชาวบ้านอีกแล้ว ผมอยากให้หยุดเดินเท้ากันสักพัก เพื่อให้โอกาสรัฐบาลแก้ปัญหา” ม.ล.ปนัดดา กล่าว

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลาประมาณ 13.30 น.  หลังการประชุมม.ล.ปนัดดา และผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้ลงเยี่ยมประชาชนที่มารอรับฟังผลประชุมประมาณ 200 คน  บริเวณด้านล่างอาคาร โดยมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง คอยรักษาความสงบเรียบร้อยอย่างเข้มงวด    จากนั้นเครือข่ายภาคประชาชน มีการแถลงข่าวท่าทีการเคลื่อนไหวเพื่อการปฏิรูปที่ดินอีกครั้ง

นายประยงค์ ดอกลำใย ที่ปรึกษา สกน. กล่าวว่า กิจกรรมเดินก้าวแลก เพื่อการปฏิรูปที่ดินยังไม่แล้วเสร็จ ภาคประชาชนยืนยันว่าจะยังมีอยู่จนกว่ากระบวนการเจรจาจะหาทางออกได้อย่างชัดเจน โดยก้าวแรก คือ การเดินเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน ที่มีเครือข่ายบางส่วนถูกจับกุมและปล่อยตัวในวันเดียวกัน  ก้าวที่ 2  คือ การเดินเท้าจากลานครูบาศรีวิชัย มาถึงศาลากลางจังหวัด ก่อนการประชุม โดยมีตัวแทน 4 คนร่วมเดินเท้า ส่วนก้าวที่ 3 อาจเกิดขึ้นก่อนการประชุมร่วม รมต.ทส. และอาจมีก้าวสำคัญอีกหลายก้าว หากรัฐบาลไม่จริงจังในการแก้ปัญหา โดยประชาชนยืนยันว่าจะเคลื่อนไหวอย่างสงบต่อไป และไม่หวังผลทางการเมือง

1

อนึ่งก่อนการประชุมหารือฯ นั้น เครือข่ายภาคประชาชนได้ยื่นข้ออเสนอเพื่อปฏิรูปที่ดินแก่หม่อมหลวงปนัดดาและผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่  โดยมีสาระสำคัญ ทั้งหมด 8  ได้แก่   1. การแก้ไขปัญหาผลกระทบจากแผนแม่บทฯ และ คำสั่ง คสช.ที่ 64 และ 66/2557   บ้านทุ่งป่าคา  อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน  บ้านห้วยหกและบ้านเลาวู อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่    กรณีนายอาแม อามอ ราษฎรบ้านห้วยน้ำตื้น อำเภองาว จังหวัดลำปาง

  1. การพิจารณาแนวทางการทบทวนแผนแม่บทการแก้ไขปัญหาการทำลายทรัพยากรป่าไม้ การบุกรุกที่ดินของรัฐ และการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน 3. การเร่งรัดดำเนินการของสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) และเร่งรัดดำเนินการโครงการนำร่องธนาคารที่ดิน  4. เร่งรัดดำเนินการโฉนดชุมชน  5. การเข้าถึงกองทุนยุติธรรม บ้านสันตับเต่า อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน และบ้านทุ่งป่าคา อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน  6.แนวทางการผลักดันนโยบายการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม(กฏหมาย 4 ฉบับ) ติดตามการดำเนินการตามมติ 3 สิงหาคม 2553    7. แนวทางการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง 8. พิจารณาการดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-move)

นอกจากการหารือเรื่องที่ดินแล้วระหว่างการประชุม นายสมชาติ หลักแหลม ผู้ใหญ่บ้านกลาง ตำบลบ้านโดง อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ได้ร้องเรียนปัญหากระบวนการตัดไม้เถื่อนในอำเภอแม่เมาะว่า อยากให้เจ้าหน้าที่ทหารลงพื้นที่ไปป้องกันภัยให้ชาวบ้านที่รายงานความเคลื่อนไหวของคนตัดไม้เถื่อนด้วย เพราะที่ผ่านมาตนและชาวบ้านถูกผู้มีอิทธิพลขู่ฆ่ามาแล้ว  โดยบริเมณป่าชุมชนในแม่เมาะมีมากกว่า 10,000 ไร่ ขณะนี้ชาวบ้านพบการตัดไม้เกลื่อนป่า โดยไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้ แต่พอชาวบ้านำเรื่องมาร้องเรียนเจ้าหน้าที่รัฐ เรื่องกลับเงียบหาย และยังถูกคุกคามถึงชีวิตด้วย

“ผมกับพี่น้องต่อสู้ลำพังไม่ไหว ผมไม่อยากให้บ้านเรากลายเป็นทะเลทราย คนบ้านนี้เขากลัวป่าหมดด้วย กลัวตัวตายด้วย ตั้งแต่ประกาศกฎอัยการศึกมา บ้านกลางและดอยสูงบนแม่เมาะเป็นพื้นที่เดียวที่ไม่มีกองกำลังรักษาความสงบ ขบวนการตัดไม้ก็เร่งระบายไม้ออกตอนกลางคืน ผมเองไม่รู้จะร้องเรียนที่ไหน อยากให้ทหารเห็นใจชาวบ้านเข้าไปดูแลเราบ้าง” นายสมชาติ กล่าว

ด้านนายพฤ โอ่โดเชา กล่าวทั้งน้ำตา ว่า ที่ผ่านมาพี่น้องโดนจับกุมเพราะครอบครองไม้แค่ท่อน สองท่อน  เราเจอดำเนินคดีติดคุกเป็นปีเงินประกันเป็นแสน  ชาวบ้านไม่มีปัญญาแน่ๆ ตอนนี้ถึงขนาดขู่เอาชีวิต กระบวนการตัดไม้ยังลอยนวล ไม้ก็หมดป่า คนก็อยู่อย่างกลัวและระแวง เจ้าหน้าที่ควรให้ความเป็นธรรมเรื่องนี้บ้าง

ทั้งนี้บรรยากาศช่วงเช้าก่อนการประชุมเริ่มขั้น เครือข่ายภาคประชาชนที่มาร่วมรับฟังผลประชุม ต่างมีการกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสถานที่ราชการเพื่อขอพรให้เวทีดำเนินการด้วยดี ขณะที่ตัวแทนชาวบ้าน 4 คน เดินเท้าจากลานครูบาศรีวิชัยตั้งแต่เวลา 07.00 น. ภายใต้การควบคุมดูแลของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ส่วนบริเวณศาลางกลางจังหวัดนั้นมีเจ้าหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยทุกประตู รวมทั้งมีสื่อมวลชนรอรายงานข่าวอย่างหนาแน่น โดยช่วงแรกเจ้าหน้าที่ทหารมีคำสั่งห้ามสื่อเข้าร่วมประชุม แต่ภายหลังการเจรจาร่วมกันทุกฝ่าย ประธานก็อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าร่วมรับฟังได้

 

///////////////////////////////////

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.