จระเข้คลองชมภู-1

วันที่ 12 ธันวาคม 2557 นายธีรเชษฐ์ โสทอง รองประธานเครือข่ายอนุรักษ์ลุ่มน้ำชมพู เปิดเผยถึง กรณีชาวบ้านชมภู ต.ชมพู อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก พบจระเข้ยาวประมาณ 2 เมตร ติดจั่นดักสัตว์ของชาวบ้าน บริเวณคลองชมภู เมื่อวันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการประสานไปยังหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ สล.5(วังแดง) เพื่อทำการตรวจพิสูจน์สายพันธุ์จระเข้

โดยได้นำจระเข้ไปฝากอนุบาลไว้ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดนครสวรรค์ กรมประมง และได้ประสานนักวิชาการและทีมสัตว์แพทย์จาก บริษัท จระเข้ทองการเกษตร จำกัด ช่วยเหลือดำเนินการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอ ซึ่งได้มีการตรวจสอบและเก็บตัวอย่างเลือดจระเข้กลับไปพิสูจน์เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ว่า ชาวบ้านต้องการเร่งการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว เนื่องจากเวลาผ่านไปกว่า 1 เดือนแล้ว ที่มีการนำจระเข้ออกจากคลองชมภูไปไว้ที่นครสวรรค์ จึงมีความกังวลว่าการที่จระเข้ป่าธรรมชาติต้องอยู่ในบ่อเลี้ยงที่มีสภาพแวดล้อมที่แตกต่างจากสภาพลำน้ำธรรมชาติ อาจส่งผลกระทบต่อวิถีสัตว์ป่าของจระเข้ โดยหลังจากนี้ชาวบ้านจะพยายามสอบถามไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจะมีผลตรวจดีเอ็นเอออกมาเมื่อไร เพื่อจะประสานกับอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงทำการปล่อบจระเข้คืนธรรมชาติต่อไป

เที่ยวไทยไปชมภู-1

นายธีรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า นอกจากจระเข้ธรรมชาติที่พบในลำน้ำชมภู เป็นสิ่งบ่งชี้ได้ชัดเจนถึงความอุดมสมบูรณ์ของสภาพป่าและลุ่มน้ำแถบนี้แล้ว ดอกไม้หิน หรือ ศิลาวารี ดอกไม้พันธุ์หายาก ที่พบขึ้นบนโขดหินในคลองชมภู ซึ่งมีลักษณะสีแดง-ส้ม ขนาดประมาณ 1 เซ็นติเมตร ยังเป็นอีกสิ่งชี้วัดความสมบูรณ์ของพื้นที่

ดอกศิลาวารีนี้ถือเป็นพันธุ์ไม้ป่าหายาก ที่จะพบเฉพาะพื้นที่ต้นน้ำที่มีความอุดมสมบูรณ์และปราศจากสารพิษในลำน้ำ ซึ่งในประเทศไทยพบได้ในพื้นที่ป่าเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ชาวบ้านได้ร่วมกันคิดว่าจากความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ที่มีทั้ง ถ้ำ น้ำตก แหล่งเกลือ เกาะแก่ง ลำน้ำ และแหล่งดูนก จึงควรที่จะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ แทนที่จะสร้างอ่างเก็บน้ำปิดกั้นคลองชมภูตามโครงการของรัฐ หรือให้เอกชนเข้ามาทำเหมืองแร่ทองคำ จึงได้ร่วมกันก่อตั้ง กลุ่มเที่ยวไทย ไปชมภู ขึ้นเพื่อส่งเสริมให้เกิดการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของชุมชนไปพร้อมกับการท่องเทียวที่ถูกต้อง โดยรับความร่วมมือจาก นายทักษิณ มงคลคมรัตน์หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง และนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมเป็นที่ปรึกษาของกลุ่มเพื่อพัฒนาพื้นที่ตามแนวทางการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ร่วมกับชุมชน

ด้านรอ.นพ.ปัญญา ยังประภากร ประธานกรรมการ บริษัท จระเข้ทอง จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านจระเข้ ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมที่ได้นำตัวอย่างเลือดไปตรวจดีเอ็นเอ กล่าวว่า ขณะนี้กระบวนการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอยังไม่เสร็จสิ้น คงต้องรออีกสักระยะหนึ่ง หากผลดีเอ็นเอที่สมบูรณ์ออกมาจะรีบส่งกลับไปให้อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงและชาวบ้านชมภูทันที ซึ่งผลที่ได้นั้นนอกจากจะบ่งชี้ชัดถึงสายพันธุ์แล้ว ยังเป็นหลักฐานบันทึกการพบจระเข้น้ำจืดตามธรรมชาติในคลองชมภูอีกด้วย

สัตวแพทย์หญิง นันทิตา รักษาชาติ ข้าราชการจากส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 พิษณุโลก หนึ่งในทีมสัตว์แพทย์ที่ได้ร่วมตรวจสอบจระเข้ กล่าวว่า นับจากวันที่มีการนำตัวอย่างเลือดจระเข้ไปตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอ ขณะนี้ผ่านไป 1 เดือนแล้ว แต่ยังไม่ได้รับผลการตรวจกลับมา ซึ่งจะมีการเร่งติดตามผลดีเอ็นเอ เพื่อจะได้ดำเนินการนำจระเข้ปล่อยคืนธรรมชาติต่อไป

เที่ยวไทยไปชมภู-2

ด้าน ดร.นณณ์ ผาณิตวงศ์ นักวิชาการกลุ่มอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า จากการที่ชาวบ้านชมภูส่งตัวอย่างเลือดจระเข้มาให้ตรวจสอบนั้น ตนได้ประสานไปยังผู้เชี่ยวชาญของมหวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นำตัวอย่างไปตรวจสอบ ซึ่งผลการตรวจได้ระบุว่าเป็นดีเอ็นเอของจระเข้น้ำจืดสายพันธุ์ไทย แต่น่าเสียดายที่ตัวอย่างเลือดที่ส่งมาไม่สมบูรณ์ เพราะเป็นเพียงคราบเลือดบนกระดาษชำระ ทำให้ไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นจระเข้สายพันธุ์ใหม่หรือไม่ ซึ่งเป็นข้อสังเกตุที่ทุกคนสนใจ เนื่องด้วยลักษณะที่แตกต่างจากจระเข้ทั่วไป คือ ผิวสีดำเลื่อม และไม่มีฟัน อีกทั้งจากหลักฐานภาพถ่ายจระเข้ตัวอื่นๆ ที่พบยังยืนยันถึงลักษณะที่แตกต่างดังกล่าว จึงเป็นประเด็นที่น่าสนใจมากที่ควรมีการดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียด เพราะถ้าพิสูจน์ได้ว่าเป็นจระเข้น้ำจืดสายพันธ์ุใหม่จะถือว่าเป็นการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ของโลก หรือแม้จะเป็นลักษณะพันธุกรรมที่บกพร่องจากการผสมพันธุ์เลือดชิด ก็ถือเป็นการพบประชาการจระเข้ที่แปลกและควรค่าต่อการอนุรักษ์ไว้
—————-

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.