เสนอรัฐเปลี่ยนรูปแบบจัดการภัยพิบัติ ให้บทบาทชุมชนแทนส่วนกลาง ดร.เสรีแนะเปิดเผยข้อมูลโปร่งใส

20141226120010_IMG_3390_20141226124612952
ภาพ: ปิยศักดิ์ อู่ทรัพย์

เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2557 เวลา 14.00 น. ที่อนุสรณ์สถานบ้านน้ำเค็ม ตำบลบางม่วง อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ได้มีเวทีเสวนาวิชาการ “10 ปี สึนามิกับการจัดการสาธารณะภัย” โดยนายไมตรี จังไกรจักร์ ผู้แทนชุมชนบ้านน้ำเค็ม กล่าวว่า การจัดการภัยพิบัติในประเทศไทย ควรเปลี่ยนรูปแบบจากการปกครองส่วนกลางมาเป็นการเริ่มต้นจัดการภัยพิบัติที่ชุมชน และส่วนกลางทำหน้าที่แค่ฝึกอบอบรมอาสาสมัครให้สามารถถ่ายทอดความรู้แก่ประชาชนในพื้นที่ได้ก็พอ ที่ผ่านมาอาสาสมัครส่วนมากทำงานไม่เต็มที่ และถ่ายทอดให้ประชาชนในพื้นที่ไม่ได้ จุดบกพร่องจึงเกิดขึ้นและส่งผลให้การพัฒนาเครือข่ายภัยพิบัติขาดมิติในการถ่ายทอดองค์ความรู้

“การตัดสินใจที่ล่าช้าจากส่วนกลาง ส่งผลให้การจัดการในพื้นที่นั้นล่าช้าไปด้วย ข้อดีของการให้ชุมชนจัดการตนเอง คือจัดการได้เร็ว เพราะชุมชนรู้จักพื้นที่ดี แต่สิ่งที่ต้องเพิ่มเติมคือ วิธีการทางการแพทย์และเทคนิคอื่น เช่น ลำเลียงผู้ป่วย การแพทย์ฉุกเฉินและเจ้าหน้าที่ด้านการป้องกันสาธารณะภัยควรเข้ามาช่วย” นายไมตรี กล่าว

นายไมตรีกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ควรมีการแก้ปัญหาการสนับสนุนให้ชุมชนทำแผนแม่บทในการแก้ปัญหาและพัฒนาชุมชนระยะยาว การย้ายกลับเข้าสู่ชุมชนเดิม เรื่องอาชีพ รายได้ การอยู่การกิน การเรียนหนังสือของเด็ก เป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องสนับสนุนและการสนับสนุนควรเน้นความยั่งยืน ให้ผู้ประสบภัยสามารถพึ่งตนเองได้ในระยะยาว ควรมีการจัดทำแผนร่วมกันทั้งในระดับชุมชนว่าจะทำอะไรก่อน-หลัง และแผนการพัฒนาความเข้มแข็งของเครือข่าย กรณีบ้านน้ำเค็ม นอกจากมีแผนการพัฒนาชุมชนแล้ว ยังมีการทำแผนเตรียมความพร้อมรับมือกรณีเกิดภัยพิบัติ โดยมีทีมอาสาสมัครชาวบ้าน มีการซ้อมหนีภัย วิทยุสื่อสาร การเฝ้าระวังคลื่นที่มีประสิทธิภาพ

ด้าน รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติมหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่าในการสู้ภัยพิบัตินั้น เรื่องการเร่งรัดการนำเสนอข้อมูลเป็นเรื่องจำเป็น และการเปิดเผยข้อมูลที่จำเป็น ต้องมีการฝึกเรื่องการเรียนรู้พื้นฐานเรื่องแผ่นดินไหว น้ำท่วมและการเกิดคลื่นที่อาจก่อความเสียหายได้ การสร้างบทเรียนเรื่องภัยพิบัติไม่ใช่แค่การเรียนจากสึนามิ แต่ต้องสอนให้คนไทยเข้าใจเรื่องภัยพิบัติทุกด้าน และยอมรับสภาพการณ์ให้ได้

“จากประสบการณ์ที่ไปดูคนญี่ปุ่นมา คนญี่ปุ่นเขามีการซักซ้อมจริงจังและมีการรับรู้ข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา เข้าใจสภาพการณ์ภัยพิบัติ เขาถึงมีความสำเร็จเรื่องการตั้งรับ กรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน คนไทยต้องฝึกยอมรับสภาพการณ์และผลความเสียหายบ้าง ไม่ใช่ขนของทุกอย่างที่ต้องการจนเอาชีวิตไม่รอด แต่บางอย่างป้องกันได้ ก็ต้องป้องกัน แต่การรู้ข้อมูลจำเป็นมาก ซึ่งส่วนนี้รัฐควรมีการส่งเสริม ” รศ.ดร.เสรี กล่าว

ดูภาพชุด “ร่วมบุญอุทิศกุศล, สิบปีสึนามิบ้านน้ำเค็ม”

 

 

 

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.