received_371706072990293

หลังเปิดศักราชใหม่ในปี 2558 เพียง 2 วัน “หนึ่ง” (นามสมมติ) แรงงานชาวพม่าพร้อมภรรยาและลูกวัย 6 เดือนยืนรอซื้อตั๋วเดินทางที่ท่ารถ เพื่อเดินทางจากอำเภอสังขบุรีเข้าเมืองกาญจน์ เพื่อเตรียมตัวทำงานเป็นลูกจ้างในเมืองเหมือนเดิม

ชายพ่อลูกอ่อนพร้อมครอบครัวใส่เสื้อฟุตบอลประจำทีมชาติไทยยืนรอรถตู้โดยสารตั้งแต่เช้า กระทั่งรถตู้ขนาดเล็กเข้ามาจอดเทียบท่า

“ไงน้อง จะเข้าเมืองกาญจน์ใช่ไหม” คนขับถาม

“ใช่ครับพี่ ผมซื้อตั๋วแล้ว 2 ใบของเมีย 1 ใบและของผม 1 ใบตอน 8 โมงเช้าครับ ผมขอขึ้นได้เลยไหมครับ ของผมเยอะ” เขารีบบอกรายละเอียดเมื่อรู้ว่าขณะนั้นเป็นเวลา 07.45 นาที แสดงว่าต้องเร่งรีบขนสัมภาระขึ้นรถ

“จะไปกาญจนบุรี ซื้อตั๋วแล้วใช่ไหม มีด่านตำรวจเยอะนะ กว่าจะไปถึง ผมขอเพิ่มอีกคนละ 700 บาท ของแก 700 ของเมียอีก 700 เคลียร์ตำรวจให้ทุกด่าน ” คนขับขอปรับราคาจากเดิมที่เคยใช้บริการ

“แต่ผมชื้อตั๋วแล้วนะครับพี่ คนละ 175 บาท ผมต้องจ่ายอีกหรอครับ ทำไมแพงจังเลย” เขาถามเพื่อความแน่ใจ

“ไม่จ่ายก็ไม่ต้องไปนะ นี่ราคาถูกแล้ว จะลดให้ก็ได้เห็นมีลูกยังเล็ก ลดให้เหลือคนละ 600 ไปส่งถึงที่พัก” คนขับเสนอลดราคาท่ามกลางผู้โดยสารจำนวนหลายสิบคน ก่อนจะเดินไปดูแลลูกค้าคนไทยรายอื่น

หนึ่งและภรรยามองหน้ากันด้วยความสงสัย “ตอนเรามา เราเสียเพิ่มแค่คนละ 50 บาทเองนะค่ะพี่ ทำไมขากลับเราต้องจ่ายแพงจังเลย” ภรรยาเอ่ยถามคนขับซ้ำ

ไม่มีเสียงตอบรับจากใครทั้งสิ้น หนึ่งตัดสินใจเดินเข้าไปถามพนักงานขายตั๋วโดยสารแล้วถามราคาให้แน่ใจว่า เขากับภรรยาต้องจ่ายค่าอะไรบ้าง ไม่ทันที่พนักงานสาวจะตอบ คนขับรายเดิมเดินเข้ามาเจรจาซ้ำ บอกกับพวกเขาว่า ราคาดังกล่าวสำหรับการจ่ายเงินผ่านด่านให้ตำรวจ หากไม่จ่าย แรงงานพม่าก็ถูกจับ ซึ่งเมื่อวานมีหลายรายถูกจับและต้องเสียเงินหลายบาท บางราย 4,000 บาท หากแรงงานพม่าคนใดไม่อยากโดนจับก็ต้องยอมจ่ายให้คนขับเพื่อให้เข้าไปเจรจากับด่านซึ่งมีทั้งหมดประมาณ 3 ด่าน จากอำเภอสังขละบุรีถึงอำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี

หนึ่งกำธนบัตรมูลค่า 1,000 บาทไว้แน่น แล้วเดินสุ่มถามคนไทยที่โดยสารไปคันเดียวกับเขาหลายคน เพื่อความแน่ใจในราคาโดยสาร พร้อมกลับมาสนทนากับภรรยาหลายรอบ เพราะค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น มันหมายถึงหยาดเหงื่อและค่านมลูกในหลายมื้อ

ภรรยาหนึ่งไม่สบายใจ และเตรียมจะจ่ายเงินเพิ่มให้รถตู้ เธอร้องไห้แล้วเดินเข้าไปถามพนักงานขายตั๋วอีกรอบว่า ลดราคาได้หรือไม่ หากจะต้องจ่ายเพิ่มจริงก็จะยอมจ่ายให้เพราะต้องการกลับไปทำงานที่เมืองกาญจน์

“เงินปีใหม่เยอะแยะ จ่ายแค่นี้คุ้มเสียกว่านอนคุก” ชายคนขับย้ำในราคาค่าตั๋วแบบลอยๆ

ฉันยืนดูสถานการณ์สักพักแล้วตัดสินใจเข้าไปถามไถ่ หนึ่งกับภรรยา มีเอกสารแสดงสิทธิในการทำงานในประเทศไทยถูกต้องมีทั้งหนังสือเดินทาง แบบคำขอ ตม. มีเอกสารแสดงการเข้าออกประเทศไทยอย่างถูกต้อง ตามกฎหมาย มีสำเนาใบอนุญาตทำงานปีปัจจุบันที่ยังไม่หมดอายุ และมีหนังสือรับรองคนต่างชาติเข้าทำงาน ซึ่งสามารถเดินทางเข้าออกได้

“ผมรับจ้างแพที่เมืองกาญจนบุรี แต่มาเยี่ยมญาติที่ทำงานรับจ้างในโรงแรมที่สังขละบุรี ตอนมาผมเจอตำรวจตั้งด่านตรวจหลายพื้นที่ แต่เขาก็ไม่ได้ขอดูเอกสารอะไรมากมาย ผมก็ยังกลัวว่าเขาจะจับ เรามีลูกเล็กด้วย เพิ่ง 6 เดือนเอง ผมก็กลัวคุกนะ เราไม่ใช่คนไทย ทำอะไรไม่ได้หรอกพี่ เลยยอมจ่ายเงินให้คนขับไป 50 บาท รวมเมียด้วยก็ 100 บาท ผมยังงง ทำไมเขาเรียกเก็บผม 700 บาท ถ้าผมไม่จ่ายเขาจะจับเราไหมพี่” หนึ่งตั้งคำถาม

ฉันยังไม่ทันได้ตอบละเอียดมากนัก ชายนิรนามรายหนึ่งก็เดินเข้ามาชวนหนึ่งไปโดยสารรถประจำทางอีกมุมของเมืองสังขละบุรี เป็นรถบัสคันใหญ่แบบธรรมดา ไม่มีเครื่องปรับอากาศ

เขากับภรรยาได้ยินดังนั้นก็รีบเก็บสัมภาระแล้วอุ้มลูกเดินไปที่ท่ารถ พร้อมไหว้ขอบคุณชายนิรนามคนนั้น

หนึ่งกับครอบครัวเป็นตัวอย่างที่แสนเศร้าของชีวิตแรงงานข้ามชาติในสังคมไทย ที่ถูกเอารัดเอาเปรียบในทุกมิติ แม้ว่าประเทศนี้อวดอ้างว่ากำลังเข้าสู่ประชาคมอาเซียนเต็มตัว แต่สถานะของแรงงานเพื่อนบ้านยังคงเหมือนเดิม

ทุกวันนี้แรงงานข้ามชาติต้องเสียค่าหัวคิวตั้งแต่เหยียบย่างผืนแผ่นดินไทย ต้องจ่ายค่าหางานทำ ถูกกดค่าจ้างให้ต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด สวัสดิการต่างๆก็มักถูกหลงลืมทั้งๆที่ทางการเก็บเงินพวกเขาไปแล้ว ทุกครั้งที่เห็นคนในเครื่องแบบต่างสะดุ้งโหยงและหลบเลี่ยงทั้งๆที่คนจำนวนมากเข้ามาอย่างถูกต้อง

รัฐบาลไทยในยุค คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พยายามจัดระเบียบแรงงานหลายครั้ง และอ้างเรื่องการปราบคอรัปชั่นอย่างเข้มข้น แต่ในชีวิตจริงแรงงานข้ามชาติกลุ่มใหญ่ ยังคงอยู่ในสถานะถูกกดดันจากกลุ่มคนโลภเหมือนเดิม

เมื่อไหร่ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์จึงใกล้เคียงกันเสียทีสังคมนี้

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.