Search

เล็งฟ้องศาลปกครองเอาผิดจนท.รัฐใช้แผนแม่บทป่าไม้ ขัดคำสั่งคสช.-หว่านแหจับชาวบ้าน

ขอบคุณภาพจากเฟสบุคดร.อลงกรณ์ อรรคแสง
ขอบคุณภาพจากเฟสบุคดร.อลงกรณ์ อรรคแสง

 

เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2558 ภายหลังจากที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีมีการประชุมร่วมกับขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) ไปเมื่อวันที่ 23 มกราคมนั้น ชาวบ้านบ่อแก้ว อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิได้จัดเวทีย่อยเพื่อวิพากษ์แผนแม่บทเพิ่มเติม เพื่อร่างข้อเสนอแผนตัดการทรัพยากรชุมชนให้ชาวบ้านได้ปรับใช้แทนแผนแม่บทป่าไม้ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนหลายพื้นที่

นายเหลาไท นิลนวล ผู้ประสานงานสมัชชาชาวนา ชาวไร่ ภาคอีสาน กล่าวว่า หลังจากการที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ภาครัฐโดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.) เป็นเจ้าภาพในการจัดหารือร่วมกับหน่วยงานต่างและภาคประชาชนเพื่อทบทวนแผนแม่บททวงคืนผืนป่าและที่ดินของรัฐนั้น แม้ชาวบ้านจะรู้สึกโล่งใจกับมาตรการดังกล่าวก็ตาม แต่ชาวบ้านยืนยันว่าจะยังคงดำเนินการเป็นพื้นที่นำร่องเพื่อสร้างอารยะขัดขืนต่อแผนแม่บทฯ โดยมีการประชุมร่วมกันในวันนี้มีผลชัดเจนว่า อาจจะดำเนินการดังนี้

นายเหลาไทกล่าวว่า 1. ชาวบ้านโคกยาว ตำบลทุ่งลุยลาย อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ ที่ถูกเจ้าหน้าที่สั่งย้ายออกจากพื้นที่ ซึ่งเป็นป่าสงวนแห่งชาติภูซำฝักหนาม 33 ครัวเรือน ยืนยันไม่อพยพตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ภาครัฐ 2. มีมติชัดเจนว่าให้รัฐบาลยุติคำสั่งแผนแม่บทฯลงทันทีแล้วทบทวนกฎหมายต่างๆที่เกี่ยวข้อง ทั้งของอุทยานแห่งชาติและกรมป่าไม้ 3. ขณะนี้ชาวบ้านเห็นด้วยกับการให้ฝ่ายกฎหมายศึกษาแนวทางในการฟ้องร้องเจ้าหน้าที่รัฐภาคปฏิบัติการที่ได้ไล่รื้อชาวบ้าน ต่อศาลปกครองข้อหาขัดคำสั่ง ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรื่องการป้องกันและปราบปรามการลักลอบตัดไม้และบุกรุกพื้นที่ป่า ฉบับที่ 66/2557 ที่ระบุว่า การดำเนินการใดๆ ต้องไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้ยากไร้ ผู้มีรายได้น้อย และผู้ไร้ที่ดินทำกิน ซึ่งได้อาศัยอยู่ในพื้นที่เดิมนั้นๆ ก่อนคำสั่งนี้มีผลบังคับใช้ ยกเว้นผู้ที่บุกรุกใหม่จะต้องดำเนินการสอบสวนและพิสูจน์ทราบเพื่อกำหนดวิธีปฏิบัติที่เหมาะสมและดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

“คือเราไม่ได้ฟันธงว่าจะเดินหน้าสร้างความขัดแย้งกับภาครัฐหรือลากข้าราชการมาเป็นคู่กรณีเพราะความแค้น แต่แค่ศึกษาในด้านกฎหมายเพิ่มเติมเพื่อให้ชาวบ้านได้มีโอกาสหาทางเยียวยา และภาครัฐที่ทำผิดได้รับผิดชอบ ซึ่งมีแนวโน้มว่าหาก กอ.รมน.ไม่ได้หารือเพื่อบรรเทาปัญหาตามมติที่ประชุม ขปส.ก็อาจจำเป็นต้องใช้ไม้แข็ง เพราะชาวบ้านที่ฐานะยากจนไม่มีทางสู้”นายเหลาไท กล่าว

ด้าน ดร.อลงกรณ์ อรรคแสง นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม และที่ปรึกษากลุ่มศึกษาปัญหาที่ดินป่าไม้กล่าวว่า การเร่งรัดภาคประชาชนให้เดินหน้า ถอยหลังตามคำสั่งรัฐโดยใช้แผนแม่บทป่าไม้ฯ สร้างความขัดแย้งในหลายมิติ ทั้งภาคสังคมและเศรษฐกิจของประชาชนรากหญ้า และสร้างความขัดแย้งระหว่างประชาชนกับภาครัฐเพิ่มขึ้นดังนั้น หาก กอ.รมน.จะเข้ามาเป็นเจ้าภาพเพื่อหารือจริงๆ อยากให้หาทนทางอื่นในการเสนอให้หน่วยงานรัฐที่รักษาป่า หานโยบายอื่นเพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าไม่ใช่ทวงคืนจากชาวบ้านที่ไร้ทางสู้ ทั้งนี้การใช้แผนที่ภาพถ่ายทางอากาศสี ปี พ.ศ. 2545 เป็นบรรทัดฐานในการตรวจสอบความสมบูรณ์ของสภาพป่า แล้วนำเอาภาพถ่ายทางอากาศสี ปี พ.ศ. 2554 โล่งเตียนไปจากปี พ.ศ. 2545 แสดงว่าเป็นพื้นที่บุกรุกใหม่อย่างแน่นอน ให้ดำเนินการตามกฎหมายได้ทันที เป็นไม้แข็งที่ไม่สามารถใช้ได้ในยุคประชากรเพิ่มขึ้น ทรัพยากรน้อยลงได้ เพราะข้อเท็จจริงเช่นกรณีข้างต้นรัฐบาลที่ผ่านมาหลายยุคสมัยไม่สามารถดำเนินการให้เป็นที่ยุติได้กระทั่งปัจจุบัน หากแผนแม่บทดังกล่าวดำเนินการกับกลุ่มคนเหล่านี้ โดยไม่พิจารณาประวัติศาสตร์และพัฒนาการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่นั้น ๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงการใช้พื้นที่ อันเนื่องมาจากนโยบายของรัฐ ย่อมมีผลกระทบต่อสิทธิที่ดิน และต้องถูกดำเนินคดีในฐานะผู้บุกรุกที่ดินของรัฐอย่างแน่นอน

ดร.อลงกรณ์ กล่าวต่อว่า สำหรับข้อเสนอแนะนั้นอยากให้รัฐระงับแผนแม่บทแก้ไขปัญหาการทำลายทรัพยากรป่าไม้ การบุกรุกที่ดินของรัฐ และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนไว้ก่อน และดำเนินการทบทวน ส่วนหลักการแก้ไขปัญหา ควรคำนึงถึงการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม และการเข้าถึงสิทธิในการใช้ประโยชน์ที่ดินของประชาชน โดยพิจารณามาตรการหลักๆ เพื่อผลักดันให้มีผลบังคับใช้ทางกฏหมาย เช่น การจัดเก็บภาษีที่ดินในอัตราก้าวหน้า กองทุนธนาคารที่ดิน และการส่งเสริมสิทธิชุมชนในการบริหารจัดการที่ดิน ซึ่งเชื่อว่าหลายพื้นที่ก็เห็นด้วย
//////////////////

On Key

Related Posts

กองกำลังรัฐฉานเหนือ-ใต้ต่างจัดงาน 79 ปีวันชาติไทใหญ่ “RCSS/SSA”จัดใหญ่แม้แต่กองกำลังว้ายังเข้าร่วมเป็นแขก “เจ้ายอดศึก”ชี้หากกลุ่มชาติพันธุ์ยังไม่ได้รับสิทธิเท่าเทียม-ถูกกดขี่ยากที่จะเกิดสันติภาพในพม่า