received_877247245651895

เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2558 จากกรณีที่ชาวบ้านชมภู อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก พบจระเข้ยาวประมาณ 2 เมตรในคลองชมภูมาติดลอบดักปลาตั้งแต่เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2557 และทางหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ สล.5 (วังแดง) ได้นำจระเข้ไปฝากไว้ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดนครสวรรค์ เพื่อทำการตรวจเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอไปพิสูจน์สายพันธุ์ ซึ่งชาวบ้านได้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดและต้องการนำจระเข้กลับไปปล่อยในป่าซึ่งสะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งธรรมชาติ จนกระทั่งเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาชาวบ้านได้รับแจ้งจากทีมสัตว์แพทย์ว่า ได้ดำเนินการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอเสร็จสิ้นแล้ว และมีการส่งเรื่องไปยังอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เพื่อขออนุญาตปล่อยจระเข้คืนสู่ธรรมชาติ แต่จนถึงขณะนี้เป็นเวลากว่า 1 เดือนแล้ว ก็ยังไม่มีการยืนยันจากกรมอุทยานฯว่าจะมีการปล่อยจระเข้เมื่อใด

นายธีรเชษฐ์ โสทอง รองประธานเครือข่ายอนุรักษ์ลุ่มน้ำชมพู กล่าว่า หลังจากได้รับทราบผลการตรวจดีเอ็นเอที่แน่ชัดว่าเป็นจระเข้ป่าพันธุ์ไทย และกำลังจะมีการนำจระเข้ปล่อยคืนธรรมชาติ ชุมชนจึงได้หารือกันว่าจะมีการจัดพิธีรับขวัญจระเข้คืนสู่คลองชมภู อันเป็นแหล่งกำเนิดและถิ่นอาศัยตามธรรมชาติของจระเข้ แต่เมื่อชาวบ้านสอบถามกลับไปยังหน่วยงานระดับพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงถึงกำหนดการปล่อยจระเข้กลับได้รับคำตอบเพียงว่า ถ้ามีความคืบหน้าจะส่งข่าวกลับที่ชุมชน ทำให้มีข้อสงสัยว่าเหตุใดจึงไม่ยอมส่งคืนจระเข้ ทั้งที่มีผลตรวจดีเอ็นเอออกมากว่า 1 เดือนแล้ว

นายธีรเชษฐ์กล่าวว่า มีความกังวลว่าจระเข้ที่ถูกนำไปฝากเลี้ยงไว้ในบ่อปูนสีเหลี่ยมเล็กๆ จะส่งผลต่อพฤติกรรมตามธรรมชาติของจระเข้หรือไม่

received_877247228985230

“เราอยากจะจัดพิธีรับขวัญจระเข้ เชิญทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดมาร่วมพิธี เพราะถือว่าจระเข้ที่พบแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของลุ่มน้ำชมพู แต่ไม่รู้ว่าทำไมจึงยังไม่สามารถนำจระเข้มาปล่อยได้ ชาวบ้านก็ได้แต่รออย่างไม่มีกำหนด”นายธีรเชษฐ์ กล่าว

ด้านสัตวแพทย์หญิง นันทิตา รักษาชาติ ข้าราชการจากส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 พิษณุโลก และ 1 ในทีมสัตว์แพทย์ที่ร่วมตรวจสอบจระเข้ กล่าวว่า หลังจากกระบวนการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอเสร็จสิ้น ทางเราได้ทำหนังสือไปถึงอธิบดีกรมอุทยานฯ แล้ว เพื่อขออนุญาตนำจระเข้ปล่อยคืนธรรมชาติ ซึ่งได้มีการเตรียมแผนการปล่อยและติดตามพฤติกรรมจระเข้ต่อเนื่อง โดยอาจจะขออาสาสมัครชาวบ้านให้เข้ามาช่วยเก็บข้อมูลจระเข้ แต่ขณะนี้ทราบว่าอธิบดีได้รับหนังสือขออนุญาตแล้ว และกำลังอยู่ในขั้นตอนขอความเห็นจากนักวิชาการของกรมอุทยานฯ เพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าว จึงอยากชี้แจงให้ชาวบ้านเข้าใจว่าเราไม่ได้นิ่งนอนใจ และกำลังรอคำสั่งจากอธิบดีเพื่อเร่งดำเนินการนำจระเข้คืนสู่คลองชมภู ส่วนข้อกังวลถึงพฤติกรรมที่อาจเปลี่ยนไปของจระเข้นั้น ไม่น่ากังวลเนื่องจากจระเข้เป็นสัตว์ที่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมได้ง่าย อีกทั้งอาศัยอยู่ตามธรรมชาติอยู่แล้ว เมื่อปล่อยคืนสู่ธรรมชาติจึงไม่น่าจะมีผลกระทบด้านการปรับตัว

—————–

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.